วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ทักษิณ’ได้พักโทษ
ปล่อยตัวพ้นคุก11พ.ค.
คุมประพฤติอีก4เดือน
“ทักษิณ” คุณสมบัติผ่านเกณฑ์ “พักโทษ” ปล่อยตัวคุมประพฤติจากเรือนจำฯ 11 พฤษภาคม 2569 ติดกำไล EM ด้าน “ปชน.”เดินหน้า “ครม.เงา” ตั้ง 4 ขุนพล ตรวจสอบเข้ม รบ.4 ประเด็น ทั้ง“ไทยช่วยไทยพลัส-แลนด์บริดจ์-ลดค่าไฟ-กม.อากาศสะอาด ขณะที่ “มาร์ค” อุบชื่อส่งใครชิงผู้ว่าฯกทม. “กกต.” ยื่นพยานคิวอาร์โค้ด 11 คน
จากกรณีที่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่วันที่ 28 เมษายน 2569 โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญ คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เม.ย. 2569 เป็นระยะเวลา 7 เดือนกับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วัน ก็จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี และจะได้รับการพักโทษ คุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค. 2569 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
‘ทักษิณ’พักโทษ11พ.ค.-ติดกำไลอีเอ็ม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม หลังจากคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานฯ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส.กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ฯลฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า หลังผ่านการประชุมไปกว่า 3 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติให้ นายทักษิณ เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยไม่ต้องติดกำไล EM เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวจากนั้นมติที่ประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะถูกแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมรับทราบและเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบและเรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัว นายทักษิณ เข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือน ในวันที่ 11 พ.ค. 2569
ต่อมา กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารแจ้งว่า การประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษครั้งที่ 4/2569 ได้เห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย ในจำนวนนี้มีนายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ
ปชน.ตั้ง4ขุนพลตรวจสอบรบ.4ด้าน
ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.เงา ว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมภายในเพื่อออกแบบการทำงานในทีมพรรคประชาชน ย้ำว่าครม.เงา ไม่ใช่สิ่งที่พรรคปชน.หรือ
พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งคิดขึ้น แต่เรารับเอาวัฒนธรรมในต่างประเทศ เช่น อังกฤษที่มีการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาเป็นร้อยๆปีแล้ว ทั้งนี้ มีการแบ่งงานเป็น 4 เสาหลัก พร้อมผู้รับผิดชอบ คือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีราชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ดูแลด้านเศรษฐกิจ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลการปฏิรูปรัฐ นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน ดูแลด้านคุณภาพชีวิตใหม่ และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ดูแลความมั่นคงใหม่ โดยมี 4 เรื่องด่วนต้องติดตามในช่วง1 เดือน จากนี้ 1.มาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 2.โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งต้องมีการทบทวน ว่า จะดำเนินการต่ออย่างไร 3.เรื่องค่าไฟ ข้อเสนอของเราที่ดีกว่าในการปรับโครงสร้างพลังงานอย่างไร และ 4.เรื่องลมหายใจ รัฐบาลต้องเสนอกฎหมายปกป้องลมหายใจของคนไทย2 ร่างสำคัญ คือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และพ.ร.บ. PRTR กลับมาเดินหน้าต่อภายใน 12 พ.ค.นี้
‘มาร์ค’อุบชื่อส่งใครชิงผู้ว่าฯกทม.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสรรหาบุคคลลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพฯ (สก.) ว่า ในส่วนของ สก.ได้อนุมัติไปแล้วเกือบทั้งหมด ขาดอยู่ประมาณ 5-6 เขต ซึ่งคิดว่าภายในสัปดาห์หน้าก็น่าจะเรียบร้อย และน่าจะเป็นจังหวะเวลาที่ใกล้เคียงกับการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ด้วย ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.จะเป็นใคร ถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ เพราะเราก็พยายามที่จะเตรียมความพร้อมทุกเรื่องพร้อมกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องตัวผู้สมัคร แต่หมายถึงเรื่องของแนวคิดนโยบายที่จะผลักดันต่อไปด้วย
‘ชัชชาติ’ปิดปากขอทำงานก่อน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงการตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ตนยังไม่ประกาศว่าจะลงสมัครหรือไม่ เท่าที่ดูรายชื่อว่าที่ผู้สมัครฯก็เก่งๆกันทั้งนั้น แต่ละคนมีความสามารถที่จะเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้ทุกคน สำหรับตนจะทำอะไรก็ให้คำพูดเป็นเจ้านายเรา ในใจไม่ได้ลังเลอะไร มีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องรีบประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจจะใกล้ๆ วันหมดวาระคงมีการประกาศทางการ แต่ตนยังไม่ต้องรีบ และขอกลับไปดูเงื่อนเวลาของ ที่ กกต.กำหนดไว้ก่อน ส่วนจะอยู่ครบวาระหรือไม่นั้น ก็ต้องดูเรื่องกฎหมายประกอบไปด้วย สำหรับช่วงเวลาที่เหลือ จะเร่งงานที่ค้างอยู่ให้หมด โดยเฉพาะเรื่องที่มีความกังวลอยู่ 2 เรื่อง และคิดว่าคนที่มาใหม่ก็ต้องทำต่อ คือ เรื่องปากท้องประชาชน เศรษฐกิจ ซึ่งเราเองอาจจะไม่ได้ช่วยได้เต็มที่ เพราะไม่ได้มีเงินให้ประชาชน อีกเรื่องความโปร่งใส ปราบทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาตัวบุคคลด้วย”ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
‘โสภณ’พร้อมส่งเรื่องสอบปปช.
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึง คำร้องของพรรคประชาชนที่จะเข้าชื่อสมาชิกรัฐสภา เพื่อยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภา ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช.จากกรณีมาตรฐานการทำคดีการตีตกคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคมและอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า ได้ยินแต่ข่าว แต่ยังไม่เห็นอะไร
เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าประธานรัฐสภาดึงเช็งเรื่องนี้ นายโสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคนคิด ให้ถึงเวลาก่อน อย่าไปกังวล เมื่อถามย้ำว่า หากยื่นมาสามารถส่งต่อไปศาลฎีกาได้เลยหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า หากส่งไปเลยก็ทำหน้าที่เป็นไปรษณีย์ เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนค่อยตอบ ตามที่ได้พูดเอาไว้ในวันแสดงวิสัยทัศน์ ว่า “เที่ยงธรรม” ไม่ได้ใช้คำว่า“เป็นกลาง” เพราะคำว่า เป็นกลางขึ้นอยู่ที่คนตัดสิน ชอบก็บอกว่า เป็นกลางไม่ชอบก็บอกว่าไม่เป็นกลาง แต่วิญญูชนเขาจะตัดสินเอง
ตรวจคุณสมบัติพร้อมทูลเกล้าฯ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการนำรายชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า ยังอยู่ระหว่างกระบวนการที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ที่ได้สั่งการไปว่าให้ตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนแล้วค่อยนำเสนอมา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตรวจสอบให้ครบถ้วน ซึ่งหากหนังสือมาถึงแล้วก็เป็นไปตามกระบวนการไม่มีอะไร
นายกฯชิมขนม-ทักทายสื่อมวลชน
วันเดียวกัน คณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์และพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่หน้าตึกนารีสโมสรทำเนียบรัฐบาล โดยมีทีมโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจําสํานักนายกฯและ น.ส.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ว่าที่รองโฆษกฯ ขณะที่บรรดารัฐมนตรี ประกอบด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล นางศุภมาส อิสรภักดี และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ลงมาร่วมพบปะและรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน
ปล่อยมุก‘แปะก๊วยช่วยความจํา’
ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 โดยนายกฯเดินทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะชิมขนมไทยและเดินไปตักไอศกรีมกะทิ ใส่เครื่อง พร้อมระบุว่า “แปะก๊วยช่วยความจําพ่อบังคับให้กินทุกเช้า มีวันนึง นั่งกินข้าวกับพี่เกรียง (พล.อ.เกรียงไกร) พี่เกรียงบอกว่าต้องกิน พี่หนูต้องกินแปะก๊วยทุกวัน ผมกินทุกวันความจําผมดี แล้วพี่เกรียง ก็หันไปถามภรรยาตัวเองว่าเมื่อเช้าพี่กินแล้วหรือยังน้อง” สร้างเสียงหัวเราะให้บรรดาทีมโฆษกและสื่อมวลชน ก่อนที่นายกฯจะระบุว่า วันนี้ไม่ได้มาร่วมนั่งกินด้วย เพราะต้องขึ้นไปเคลียร์งานที่ค้างอยู่บนตึกไทยคู่ฟ้า แค่แวะมาทักทายและกินไอศกรีม
กกต.จ่อยื่นพยานคิวอาร์โค้ด 11 คน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นบัญชีพยานและความเห็นของพยานในคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า สำนักงานกกต.ยื่นบัญชีรายชื่อพยานทั้งหมด 11 คนโดย 7 คนเป็นคนจากสำนักงาน กกต.และอีก 4 คน เป็นคนนอก ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยี ขณะนี้อยู่ในช่วงจัดทำความเห็นของพยานเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเตรียมส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกพยานที่กกต.ได้เสนอไปมาไต่สวนหรือไม่นั้นเป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ตาม พยานของกกต.ทุกคนมีความพร้อมที่จะไปให้การด้วยตัวเองถ้าศาลเรียก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี