533.jpg
‘พิพัฒน์’วาดฝันปี’73 ตอกเสาเขม เดินหน้าแลนด์บริดจ์ 8พ.ค.ไปชุมพร-ระนอง

‘พิพัฒน์’วาดฝันปี’73 ตอกเสาเขม เดินหน้าแลนด์บริดจ์ 8พ.ค.ไปชุมพร-ระนอง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘พิพัฒน์’วาดฝันปี’73
ตอกเสาเขม
เดินหน้าแลนด์บริดจ์
8พ.ค.ไปชุมพร-ระนอง
เปิดรับฟังความคิดเห็น
‘กรณ์’นำทัพค้านแหลก
เผยพิรุธเร่งรีบผิดปกติ

“พิพัฒน์” วางโปรแกรม ลงพื้นที่ชุมพร-ระนอง 8 พฤษภาคม ตรวจพื้นที่โครงการแลนด์บริดจ์ ยินดีเปิดรับฟังความคิดเห็น มั่นใจทำได้แน่ วาดฝันตอกเสาเข็มได้ในปี 2573 ด้าน “กรณ์” นำทีม สส.ใต้-ตะวันออก  ประชาธิปัตย์ ยื่นญัตติด่วนตั้งกมธ. ค้าน “แลนด์บริดจ์ล้านล้าน”ชี้พบพิรุธเร่งรีบทั้งที่ไม่เคยเขียนไว้ในนโยบายรัฐบาล แนะเอาเงินไปสร้างรถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์สายใต้ คุ้มค่ากว่า

เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ขุนพลสายใต้พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมการจราจรจากระนองไปยังชุมพรว่า เป็นโจทย์สำคัญของประเทศ โดยผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่อีกครั้งมีการทำประชาพิจารณ์แล้ว กำหนดเบื้องต้นว่า วันที่ 8 พฤษภาคมจะลงพื้นที่ไปที่ชุมพรก่อน บินจาก กทม. ไปชุมพร อำเภอหลังสวน พะโต๊ะ ขับรถจากพะโต๊ะไประนอง ให้ท้องถิ่นผู้นำชุมชนมาหารือ พยายามเอาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมามีส่วนร่วม ขอความเห็นจากชาวบ้าน เห็นด้วยหรือไม่

“ผมจะไปชี้แจงข้อดี ข้อเสีย และผลการศึกษา อาชีพอะไรทำได้เมื่อมีท่าเรือเพิ่มขึ้น การที่เรือมาทิ้งสมอจะสร้างอาชีพอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทใหญ่ สามารถเป็นบริษัทในพื้นที่ และจะมีอาชีพอะไรที่ต้องสงวนให้คนในพื้นที่เท่านั้น เพื่อให้คนพื้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องทำการศึกษาให้คนระนองและชุมพรก่อนเท่านั้น”

เล็งตอกเสาเข็ม 2573

ด้านกระแสคัดค้าน นายพิพัฒน์ย้ำว่าไม่กังวล โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ส่วนกรณีสภาพัฒน์บอกว่า ไม่ได้ศึกษานั้น นายพิพัฒน์ยืนยันว่า เป็นคนละเรื่องเพราะที่ศึกษาคลองไทย เป็นการศึกษามายาวนานแล้ว มี 4 เวอร์ชั่นจากคอคอดกระจนมาถึงคลองไทย ยืนยันว่า จะเดินหน้าแลนด์บริดจ์ ไม่มีการแบ่งแยกประเทศไทยเป็นสองส่วน ไม่มีไทยเหนือ ไทยใต้ที่ผ่านมาการแบ่งประเทศเป็นสองส่วนเป็นความกังวลฝ่ายความมั่นคง

พร้อมยืนยันว่า มีการสำรวจระบบนิเวศวิทยาพยายามกระทบให้น้อยที่สุด และส่วนที่มีดราม่าความกังวลว่าจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่าหายไปบ้างเพราะแลกมากับผลประโยชน์รายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต

ทั้งนี้ คาดว่า พ.ร.บ. SEC จะเสนอครม.ได้ในไตรมาสที่สามของปีนี้ และคาดว่าจะเปิดประมูลโครงการต้องรอการพิจารณาจากสภาก่อน คาดว่า 2573 จะตอกเสาเข็มได้

‘พิพัฒน์’ มอบนโยบาย สนข.

ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ยังได้ไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบาบให้กับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรโดยมีประเด็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันโครงการ Landbridge ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการเร่งเสนอร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สนข. ศึกษาโปรเจกต์ใหม่ คือ การพัฒนามอเตอร์เวย์ทางน้ำเชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย(MMR) เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางน้ำของประเทศ และได้นำบทเรียนจากการกำกับดูแลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมาใช้ในการพัฒนา SEC และ Landbridge โดยเน้นย้ำว่าการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานต้องตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเป็นอันดับแรก และต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้จริง

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผอ.สนข.กล่าวย้ำว่าจะเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC ต่อ
ครม. ภายในเดือนมิถุนายน 2569 บูรณาการและเร่งรัดดำเนินการออกแบบและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA และ EHIA) ร่วมกับกรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อให้ได้ผู้ลงทุนโครงการ Landbridge และเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 1 ให้ได้ภายในปี 2573 นอกจากนี้ สนข. จะเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี 2570 เพื่อศึกษาความเหมาะสมและรูปแบบการลงทุนของโครงการการพัฒนามอเตอร์เวย์ทางน้ำเชื่อมภาคเหนือสู่อ่าวไทย (MMR1)คาดว่าจะสามารถนำเสนอผลการศึกษา ต่อกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบภายในปี 2573

พรรคร่วมไม่ขวางแลนด์บริดจ์

ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ให้ไปศึกษาการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์นั้น มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมในรัฐบาล รวมถึงพรรคเพื่อไทยเองเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว แต่หัวใจหลักคือ ต้องศึกษาให้รอบคอบ ซึ่งการจะดำเนินโครงการอะไรจะต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. ผลการศึกษาความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน 2. ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่ และ3.งบประมาณในการลงทุน ว่าจะนำมาจากแหล่งใด ส่วนจะเสนอโครงการดังกล่าวต่อที่ประชุม ครม.สัญจรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นผู้ตั้งเรื่องที่จะต้องเสนอโครงการเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร

กรณ์นำทีมปชป.ค้านแหลก

ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสส. ภาคใต้ และ ภาคตะวันออกของพรรค ประกอบด้วยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง นางกนกพร เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างผิดปกติ ทั้งที่โครงการดังกล่าวไม่เคยหาเสียงและไม่มีในคำแถลงนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลจากสายการเดินเรือต่างๆ ว่าโครงการดังกล่าวไม่คุ้มค่า แต่ควรนำเงิน ไปยกระดับมอเตอร์เวย์ต่าง โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์สายใต้ กรุงเทพฯ-นราธิวาส รถไฟรางคู่ สร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล สนับสนุนทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top