วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี
ชิงขอลาออก
แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่
โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ปีละประมาณ300ล.
‘สุริยะ’ป้องคนใกล้ชิด
กระทรวงเกษตรฯเดือด “ราเชน” ยื่นใบลาออกพ้นอธิบดีกรมฝนหลวงหลังโดนเด้งเข้ากรุผู้ตรวจฯ พร้อมทิ้งบอมบ์มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นหลานผู้ใหญ่ขอพบหลายครั้งอ้างขอเอี่ยวดูงบซ่อมอากาศยาน แถมมีสายปริศนาโทรฯไปคุยชั้น 4 ย่านวิภาวดีฯ ประกาศลั่นขอจบชีวิตราชการอย่างมีศักดิ์ศรี ด้าน “สุริยะ” โต้เดือดยันไม่เกี่ยวคนใกล้ชิด ยันโยกย้ายเพื่อความเหมาะสมเปิดทางคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดห้องให้รอพบหากติดใจสาเหตุ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โพสต์ข้อความหลังถูกคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ กระทรวงเกษตรฯ โดยระบุว่า ขอบคุณทุกท่านที่โทรมากำลังใจ ไม่ได้รับสายขออย่าโกรธนะครับ น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบังคับชา
นายราเชนกล่าวว่า เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ตรงไหนก็น้อมรับครับ ทำประโยชน์ให้ประชาชนคนไทย อีก 5 เดือนก็ต้องไปแล้วไปช้าไปเร็ว 30 กันยายน ก็ต้องไป ตามวิถีราชการ น้อมรับด้วยความยินดี ไม่มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวและลูก ได้บอกลูกว่ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ สงสารแต่ลูก ตัวน้องเพิ่งจะเข้า ป้ามาถามว่า พ่อจะมาอยู่กับหนูเมื่อไร
“วันนี้มีคำตอบแล้ว คงก้าวเดินออกจากชีวิตราชการที่ทุ่มเทให้เพื่อประเทศชาติ กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข คงต้องพิจารณาตัวเอง จบชีวิตราชการก่อน 60 ปี อย่างมีศักดิ์ศรีของราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมไม่ใช่
ข้าราชการการเมืองโดนให้ร้ายมาตลอด ขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกท่านที่โทรมาให้กำลังใจ ไม่สู้ครับน้อมรับคำสั่ง กรมฝนหลวงยังเป็นกรมของพระราชา ที่พร้อมช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกคนที่เดือดร้อน”นายราเชน กล่าว
ขณะที่รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ระบุว่า อธิบดีกรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรฯที่โดนย้ายไปเป็นผู้ตรวจ บอกว่า ที่โดนเด้ง เพราะมีโทรศัพท์จากซีอีโอ สายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง มาขอพบ พอถึงวันมามีคน 3 คน มาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยานแต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า ไม่รู้มิจฉาชีพไหม
มาขอพบใหม่ อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ ก็ยังไม่ได้ให้พบ เพราะติดไปทำเรื่องฝุ่นที่เชียงใหม่ ทีนี้นัดมาใหม่ คราวนี้บอกเป็นหลาน ผู้ใหญ่เลย แต่อธิบดีก็ติดภารกิจ ไปทำงานกับหน่วยงานที่เตรียมการกันไว้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน ยังไปทำงานกับรมช.วัชระพล ขาวขำ
นายราเชนบอกว่า เคยพบนายสุริยะหนเดียว น้อมรับการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ ทำไปแล้วก็ไม่ว่ากัน “ผมเป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ไม่ได้ก็ลาออก”
เมื่อถามว่าคิดจะลาออกไหม อธิบดีบอกว่า จริงๆ ตั้งใจจะลาออก 7 สิงหาคมนี้ เพราะอายุจะครบ 60 ปีแล้ว ปรากฏว่าตอนนี้ก็เลยได้ทำใบลาออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ก็เปิดโอกาสให้ผู้บริหารหาคนมาทำงาน ก็เป็นข้าราชการต้องมีวินัย ให้มีผลภายในเดือนมิถุนายน
“ช่วงต้นเมษายน มีสายลึกลับให้เอาคำขอตั้งงบประมาณปี’70 ไปพบผู้ใหญ่ของพรรค แถวชั้น 4 ที่รัชดาโดนเรียกไปทุกกรม ถูกมองว่าเป็นคนของพรรคนั้นนี้ แต่ยืนยันว่าตนเองเป็นข้าราชการคนทำงาน”
วันเดียวกัน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินทางเข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการ พร้อมเปิดเผยถึงการตัดสินใจ ลาออกก่อนเกษียณ ทั้งที่เดิมวางแผนจะยุติบทบาทในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุราชการ 60 ปี
โดยนายราเชนกล่าวว่า เดิมตั้งใจจะลาออกในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้มีคุณสมบัติครบในการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของข้าราชการ แต่สุดท้ายได้หารือกับครอบครัว และตัดสินใจลาออกทันที โดยให้มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ซึ่งการย้ายครั้งนี้ยอมรับว่า เป็นเรื่องการตัดสินใจของผู้ใหญ่ และไม่ขอขยายความเพิ่มเติม เพราะเกรงจะกลายเป็นประเด็นบานปลาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตา คือการเปิดเผยว่ามีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์เข้ามาหลายครั้งถึง 5–6 ครั้ง แต่เมื่อมีการนัดหมายกลับไม่มาตามนัด และมีบุคคลอื่นอ้างตัวเข้ามาแทน มีการอ้างว่าจะเข้ามาคุยเรื่องซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน แต่ตัวจริงที่นัดกลับไม่มา เป็นคนอื่นมาแทน ซึ่งไม่ได้เป็นคนนัด มีบันทึกการติดต่อและหลักฐานครบถ้วนและยืนยันว่ามีบุคคลเรียกไปคุยที่อาคารแห่งหนึ่งแถวย่านวิภาวดี ชั้น 4 ไม่ใช่รัชดา
ส่วนของประเด็นงบประมาณซ่อมอากาศยานปี 2570 นายราเชน ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติของราชการ ทุกหน่วยต้องเสนอคำของบประมาณ โดยหน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ และมีงบซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท บางรายการอาจสูงถึง 30–40 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย ซ่อมต้องซ่อมจริง ไม่ซ่อมไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและย้ำอีกว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบ โปร่งใส และเปิดเผย
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณนายราเชนกล่าวว่า เป็นนโยบายของผู้บริหาร โดยให้เหตุผลว่าใกล้เกษียณแล้วต้องการปรับตำแหน่งให้เหมาะสม แต่ยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ถ้าให้ไปอยู่ตรงไหน ไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อยในชีวิตราชการ แต่เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และเพื่อกลับไปดูแลครอบครัว ทำงานมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อตัวเองบ้างไม่อยากมีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ลาออกแค่นั้น ยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังคงมีศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการ
นายราเชนบอกอีกว่า ตอนนี้มีความห่วงใยสถานการณ์ประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลิตรละ 39 บาท เพิ่มเป็นกว่า 52–53 บาท ซึ่งได้รายงานไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน และมั่นใจว่าอธิบดีกรมฝนหลวงและเกษตรคนใหม่ที่จะเข้ามาเป็นคนรุ่นใหม่และเป็นคนดี ที่จะสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าที่ไม่ได้ไปต่อเพราะไม่ใช่เด็กของนายใหม่/นายราเชน ยอมรับว่าเติบโตมาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ก่อนขยับขึ้นเป็นรองอธิบดี และทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายยุค
“ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เคยถูกมองว่าเป็นคนของนักการเมือง แต่ยืนยันว่าในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือการสนองนโยบายของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามใครมาเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องทำงานสนองนโยบาย แต่ต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง”นายราเชน กล่าว
นายราเชนย้ำชัดว่า แม้จะทำงานกับฝ่ายการเมือง แต่มีเส้นแดงที่ไม่ก้าวข้าม คือการไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง อย่ามาให้ทำในสิ่งที่ผิด มีจุดยืนของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใดๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ ถ้าผิดให้ตรวจสอบได้เลย รับได้เสมอแต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ ก็ยืนยันว่าการลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุดไม่ผิดแล้วอยู่ไม่ได้ ก็ลาออก
ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ โดยนายราเชน เปิดเผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย ว่าสาเหตุที่ถูกโยกย้ายคาดว่าน่าจะมาจากที่ไม่รับโทรศัพท์หลานของผู้ใหญ่เพราะติดภารกิจต้องลงพื้นที่ปฏิบัติการดับไฟป่า ว่า ขอให้สังคมพิจารณาว่าประเด็นแค่นี้จะถึงขั้นโยกย้ายหรือไม่
“ตั้งแต่ตนเคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2545 ไม่เคยใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการ เพื่อสร้างความไม่พอใจในการทำงานของข้าราชการ ส่วนสาเหตุที่มีการโยกย้ายครั้งนี้น่าจะมาจากหลายปัจจัย โดยมองว่ากระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้า ต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนหลายอย่าง และส่วนหนึ่งมองว่าข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุ อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นสาเหตุในการปรับเปลี่ยน โยกย้าย”นายสุริยะ กล่าวย้ำ
นายสุริยะกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ว่าหลานตนพยายามติดต่ออธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นการของาน ยืนยันว่าหากเป็นความจริงถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาสาเหตุดังกล่าวไปย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ที่ผ่านมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม ได้เน้นย้ำกับผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ และได้สอบถามกับหลานของตนแล้ว ทราบว่าได้โทรศัพท์ไปขอเข้าพบ จริง แต่ยังไม่ได้มีพูดคุยอะไรกัน
สำหรับประเด็นที่นายราเชน เปิดเผยว่า มีการขอข้อมูลการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ไปพูดแถวย่านวิภาวดี นั้น นายสุริยะกล่าวว่า ไม่เคยพูดคุยเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่ามีการขอเรียกดูข้อมูลจริง เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ได้รับการประสานให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องเรียกดูข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคฯ ที่จะขับเคลื่อน และเป็นไปตามกรอบแนวทางของสำนักงบประมาณ โดยครั้งนั้นได้มอบหมายให้นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้แทนในการพูดคุยดังกล่าว
ทั้งนี้ นายสุริยะระบุว่า ยินดีหากนายราเชน ต้องการเข้ามาพูดคุย และยินดีรับฟัง แต่ขอยืนยันว่าสาเหตุที่นายราเชน ถูกโยกย้าย ไม่ได้เกิดจากการที่หลานของตนไปขอเข้าพบ ซึ่งไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนงานของกรมฝนหลวงฯ จากนี้ก็ยังคงมุ่งเน้นในการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นรวมไปถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี