วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
‘บิ๊กโจ๊ก’ ส่งร้องกสม. ปม"โฆษก ตร. แถลงข่าวเปิดคลิปเสียง เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนทำให้เสื่อมเสีย ชี้นำสังคม กดดันกระบวนการยุติธรรม //ด้านกสม.รับลูกเตรียมนำเข้าหารือ คาดใช้เวลา 2-3เดือน หากพบละเมิดจริงจะประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องให้แก้ไข แต่ถ้าเป็นเขตอำนาจศาลก็ไม่อาจก้าวล่วง
วันนี้ 30 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.)เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับกรณีพลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี สินบนทองคำ 246 บาท แถลงข่าวพร้อมเปิดคลิปสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างตนเองกับผู้เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งเข้าข่ายชี้นำสังคมและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นการประจาน และทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้รับหนังสือ
.jpg)
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับการมอบหมายจากพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ให้มายื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อ 2 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชา ชาติ (OHCHR) กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ทีมโฆษกสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวในวันที่ 18 เมษายน 2569 ซึ่งทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบดีว่าพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้ส่งสำนวนคดีนี้ทั้งหมด ไปยังอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตเรียบ ร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569แล้ว และอำนาจหน้าที่ไม่ได้อยู่ที่ท่านในขณะนั้น
ส่วนสำนวนของนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ก็ถูกส่งให้คณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งดำเนินการไปแล้ว ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยเรื่องกรอบอำนาจตามที่เราเคยเสนอ จึงควรจะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหาในเรื่องตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุน ซึ่งบัญญัติไว้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรค 2
.jpg)
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ที่สำคัญคือการแถลงข่าวโดยการเปิดคลิปเสียงซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงการสนทนาระหว่างพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก กับนายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด ซึ่งทนายที่มีชื่อไม่ใช่ตนเอง มองว่าไม่มีอำนาจ และเป็นการดำเนินคดีซ้ำ ในการที่มาดำเนินการเหล่านั้นควรจะต้องมีการพิสูจน์พยานหลักฐานในชั้นศาล ไม่ใช่พิสูจน์ที่หน้าจอทีวี เพราะฉะนั้นการพิพากษาต่างๆเพื่อไม่ให้เป็นบรรทัดฐานสังคม ไม่ใช่ว่าพอมีประเด็นก็มาเปิดโต๊ะแถลงสรุปข่าว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เป็นลักษณะของการประจาน เหยียดหยาม ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ในศาลแต่กลับมาชี้นำสังคม อาจส่งผลกระทบหรือเสียหายต่อคดี การกระทำดังกล่าวของทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบของตนเองหรือไม่
"วันนี้จึงมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและการกระทำของ ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่ เพียงใด และหากพบการกระทำใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานหรือบุคคลที่ฝ่าผืนดังกล่าว เพื่อเป็นบรรทัดฐานของสังคมต่อไป" นายสัญญาภัชระ กล่าว
.jpg)
ด้านนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการนำเรื่องเข้าพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ในเรื่องของการแถลงที่มีการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากนี้จะมีการนำเรื่องเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อดูว่าจะเข้าหลักเกณฑ์ใด 1.เป็นการละเมิดสิทธิ์หรือไม่ 2.การประสานการคุ้มครอง 3.หากไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ กสม. ก็จะให้การช่วยเหลือทางอื่น ทั้งนี้หากเป็นเรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ก็จะตัดอำนาจของทาง กสม. ไป
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าส่วนกรอบระยะเวลาหากไม่มีความซับซ้อนก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เมื่อพิจารณาแล้วหากพบมีการละเมิดสิทธิตามที่ผู้ร้องมายื่น ตามอำนาจ กสม. ให้มีข้อเสนอแนะเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยชน ซึ่งกสม. เองไม่มีการกำหนดโทษใดๆ หากผู้ร้องต้องการดำเนินคดีอาญาหรืออื่นๆทางผู้ร้องต้องดำเนินการเอง
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี