542.jpg
รองนายกฯ ส่งทนายแจ้งความเจ้าของคลิปเสียง พาดพิงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหายร้ายแรง

รองนายกฯ ส่งทนายแจ้งความเจ้าของคลิปเสียง พาดพิงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหายร้ายแรง

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.57 น.

รองนายกฯ ส่งทนายแจ้งความเจ้าของคลิปเสียง พาดพิงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหายร้ายแรง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายทิวา การกระสัง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยว ข้องกับการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา ซึ่งมีการพาดพิงว่านายทรงศักดิ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่น


นายทิวา เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยถึงชื่อนายทรงศักดิ์ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานอื่นๆ ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อาจมีความผิดปกติ

นายทิวา ระบุว่า ในช่วงเวลานั้นกระบวนการจัดสอบอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่งเข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์จะเสนอราคาต่ำกว่า แต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีความน่าเชื่อถือมากกว่า จึงคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ก่อนส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอน และกรมบัญชีกลางมีความเห็นให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ดำเนินการ

ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่งหรือซื้อขายข้อสอบตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งในขณะนั้น แม้จะมีคลิปเสียง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกรับหรือรับเงิน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว

ต่อมา ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” ซึ่งมีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา โดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง

นายทิวา กล่าวว่า จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิจ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายทิวา ยังระบุว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน

พร้อมย้ำว่า การแจ้งความครั้งนี้ต้องการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างเช่นนี้ และมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงนายทรงศักดิ์หรือไม่

นายทิวา กล่าวด้วยว่า หากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นความจริง จะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งผู้เรียกรับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้เข้าสอบ ซึ่งอาจมีจำนวนรวมหลายหมื่นคน ดังนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

สำหรับ น.ส.ส้ม และนายกิจ ปัจจุบันทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเคยเข้าพบคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวมาก่อน นายทิวาเชื่อว่า หากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทั้งสองจะเข้ามาให้ปากคำ ขณะที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ และจะพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top