วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์

ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  “นโยบาย “ค่าไฟขั้นบันได” : ความไม่เป็นธรรมที่ถูกซ่อนในระบบไฟฟ้าไทย”

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ “โครงสร้างค่าไฟแบบขั้นบันได” ที่จะเริ่มใช้ในปี 2569 โดยปรับราคาค่าไฟฟ้าดังนี้
200 หน่วยแรก : ไม่เกิน 3.00 บาท/หน่วย (ลดลงจากเดิม ~3.95 บาท)
201–400 หน่วย : อัตราใกล้เคียงเดิม (~3.95 บาท)
เกิน 400 หน่วยขึ้นไป : อัตราก้าวหน้า (อาจสูงเกิน 5 บาท/หน่วย)
(หมายเหตุ : ไฟฟ้า 1 หน่วย คือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาด 1,000 วัตต์ ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เช่น แอร์ขนาด 12,000 BTU เปิด 1 ชั่วโมง เท่ากับ 1 หน่วย)


แม้รัฐบาลจะระบุว่าเป็นมาตรการ “ช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อย” แต่หากวิเคราะห์ลึกลงไป นี่คือการ “ย้ายภาระ” ไม่ใช่การ “แก้ปัญหา” เพราะในความเป็นจริง กลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ไม่ใช่คนรวยเสมอไป แต่อาจรวมถึงบ้านที่มีผู้สูงอายุ มีผู้ป่วยติดเตียง หรือครอบครัวขยายที่มีสมาชิกหลายคน คนกลุ่มนี้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น นี่จึงอาจไม่ใช่การสร้างความเป็นธรรม แต่คือการให้ประชาชนแบกภาระกันเอง ท่ามกลางโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยว

การที่รัฐบาลเลือกใช้วิธี "เกลี่ยตัวเลข" ระหว่างกลุ่มผู้ใช้ไฟ แทนที่จะเร่งจัดการกับต้นทุนการผลิตที่อาจสูงเกินจริง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐกำลังพยายาม "ซุกปัญหาไว้ใต้พรม" โดยไม่ยอมแตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงานที่ฝังรากลึก

หากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาจริง ต้องเริ่มจากปัญหาความไม่เป็นธรรมในระบบค่าไฟที่รัฐยังไม่กล้าแก้ไข

1.ค่าไฟฟ้าทิพย์ (ภาระที่ไม่ได้ใช้จริง) : ตลอดหลายสิบปี ประชาชนต้องแบกต้นทุนสูงถึง 1.09 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นค่า Adder / FiT ประมาณ 6.4 แสนล้านบาท และค่าความพร้อมจ่าย (AP) อีก 4.4 แสนล้านบาท เฉพาะปี 2567 ปีเดียว ประชาชนต้องจ่าย “ค่าไฟทิพย์” กว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าจริง เงินจำนวนนี้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงของกลุ่มทุนพลังงาน คำถามสำคัญคือ เมื่อไหร่รัฐบาล กพช. และ กกพ. จะกล้าเจรจาลดกำไรส่วนเกินเหล่านี้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน?

2.ความโปร่งใสในการจัดซื้อ LNG : มีข้อสงสัยเรื่องราคาก๊าซ LNG จากรัสเซีย (Yamal LNG) ตามข่าวที่ปรากฏ ในประเด็นที่ราคาตลาดโลกลดลงถึง 40% แต่บริษัทกึ่งผูกขาดกลับทำสัญญาผ่าน ปตท. ในราคา Pool Gas เดิม (485 บาท/MMBTU) ทำให้มีส่วนต่างกำไรสูงถึง 194 บาท/MMBTU หรือเกือบ 10,000 บาทต่อตัน รัฐต้องเข้าตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดการสมยอมราคาที่เอาเปรียบผู้บริโภค

3.การจัดสรรก๊าซอ่าวไทยที่ไม่เป็นธรรม : ควรนำ “ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย” ที่มีต้นทุนต่ำเพียง 201 บาท/MMBTU มาผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนก่อน แทนการใช้ราคา Pool Gas (281 บาท/MMBTU) ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟได้ทันทีประมาณ 0.52 บาท/หน่วย แต่ปัจจุบันก๊าซราคาถูกกลับถูกจัดสรรไปให้ภาคปิโตรเคมีใช้เป็นลำดับแรก

การอ้างว่าต้องจัดสรรก๊าซให้ภาคปิโตรเคมีก่อนเพื่อ 'สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ' อาจเป็นเพียงวาทกรรมที่เอาตัวเลขกำไรของบริษัทใหญ่มาบังหน้า แต่ทรัพยากรในอ่าวไทยเป็นของคนไทยทุกคน ดังนั้น 'ความอยู่รอดของประชาชน' ต้องอยู่เหนือ 'ผลกำไรของกลุ่มทุน' 

4.การฝืนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ : ตามคำวินิจฉัยที่ 1/2566 รัฐต้องกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนและปริมาณไฟสำรองไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพประชาชน แต่ปัจจุบันรัฐกลับจำกัดการผลิตจากแหล่งพลังงานต้นทุนต่ำที่รัฐควบคุมได้เอง เช่น ลิกไนต์แม่เมาะ (1.20–1.23 บาท/หน่วย) และ พลังน้ำ (1.06–1.37 บาท/หน่วย) ดังนั้น รัฐบาลโดย กพช. และ กกพ. ต้องดำเนินการกำหนดกรอบหรือเพดานของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของเอกชนและกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรองอันส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บ เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายเกินควรแก่ประชาชน
วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนพลังงาน แต่ขาด “ความกล้าหาญทางนโยบาย” ที่จะเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเหนือกลุ่มทุน นโยบายค่าไฟขั้นบันไดที่ทำอยู่เป็นเพียงการซื้อเวลา แต่ความไม่เป็นธรรมยังถูกซ่อนในระบบไฟฟ้า ไม่ได้รับการแก้ไข

ค่าไฟหน่วยละ 3 บาทจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน หากรัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ให้ “เสือนอนกิน” และกล้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานตามรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง

หัวหน้าพรรคประชาชาติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top