วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คึกคักทั่วปท.
คิกออฟ‘ไทยช่วยไทย’
แห่ซื้อสินค้าราคาถูก
“เอกนิติ” ระบุยังไม่ชง “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าครม. 5 พฤษภาคมนี้ แจงเร่งหารือสำนักงบฯ สรุปตัวเลขงบประมาณเบิกจ่ายล่าช้า ก่อนพับเข้า พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมตัดสินใจเคาะวงเงินออก พ.ร.ก. กู้เงิน ก่อนชง ครม. เศรษฐกิจพิจารณา“อนุทิน”เร่งดันพ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้ เผยไม่จำเป็นต้องเข้า ครม. เศรษฐกิจก่อน “นายกฯ”ช้อปกระจาย Kick off ไทยช่วยไทย ที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ย้ำสินค้ามีคุณภาพ ราคาถูก ขณะที่บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าของประชาชนในหลายจังหวัดเป็นไปอย่างคึกคัก
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 5 พ.ค. 2569 จะยังไม่มีการเสนอโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะครอบคลุมถึงโครงการคนละครึ่งพลัสและโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ ครม.พิจารณา เนื่องจากยังต้องรอสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินงาน
ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดของโครงการทั้งคนละครึ่ง พลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียมความพร้อม ซึ่งหากได้ข้อสรุปเรื่องเม็ดเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ ก็จะเร่งเสนอให้ ครม. พิจารณาทันที
ชง ครม.สรุปตัวเลขงบฯ5พ.ค.
โดยเบื้องต้นวันนี้ (1พ.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณซึ่งจะมีการสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่ส่วนราชการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและทำสัญญาผูกพันงบประมาณ 2569 ไม่ทันตามกำหนดวันที่ 30 เม.ย. 2569 ว่ามีอยู่เท่าไหร่ เพื่อโอนไปใส่ไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ โดยจะต้องเอาส่วนนี้มาคำนวณก่อนจึงจะมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะดำเนินการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินในวงเงินเท่าไหร่ และจะมีการนำรายละเอียดทั้งหมดนี้เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกููล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่อกำหนดวันอีกครั้ง หลังจากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 5 พ.ค. ต่อไป
“คาดว่าในการประชุม ครม. วันที่ 5 พ.ค. นี้จะมีการสรุปตัวเลขงบประมาณที่ส่วนราชการเบิกจ่ายล่าช้าไม่ทันเดตไลน์ให้พิจารณาได้ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ ภายหลังจากนำตัวเลขงบประมาณที่เบิกจ่ายล่าช้ามาคำนวณแล้วก็น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะต้องดำเนินการกู้เงินเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เป็นการเตรียมพร้อมไว้เพื่อดูแลวิกฤตที่เกิดขึ้นฉุกเฉินในขณะนี้” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ
ดัน พรก.กู้เงินเข้า ครม. อังคารนี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่า ในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า มันไม่ได้มีอะไรตายตัวว่า จะต้องประชุม ครม.เศรษฐกิจทันที เราเพิ่งตั้งองค์ประกอบเสร็จ เดี๋ยวนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง จะไปตั้งระเบียบวาระที่เป็นวาระประจำ และวาระอะไรที่จะต้องนำ แต่ไม่มีกฎระเบียบอะไรว่า จะต้องผ่าน ครม.เศรษฐกิจถึงจะเข้า ครม.วันอังคารได้ อันนั้นเป็นการให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจ และจริงๆ เรียก ครม.เศรษฐกิจไม่ได้ เพราะคนที่เป็นกรรมการมีภาคเอกชน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย อะไรต่างๆ
เมื่อถามถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินจะเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 5 พ.ค.นี้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พยายามเร่งเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า วงกรอบ 4 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอ รอให้ผ่าน ครม. เมื่อถามว่า ในที่ประชุมหารือเมื่อวันที่ 30 เม.ย. มีข้อเห็นแย้งอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการประชุมกันหลายรอบแล้ว คิดถึงเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้
ยันปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ถูกลงแน่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ ประชาชนจะจ่ายค่าไฟถูกลงมากกว่าปัจจุบันหรือไม่ว่า นี่เราเอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาแสงแดดมาเข้าโซลาร์รูฟ ถ้าประชาชนใช้เหลือรัฐก็รับซื้อคืน เพื่อนำไปใช้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้าง การไฟฟ้าไปยังประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้โซลาร์รูฟ ถูกลงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นหลักการตาม ดีมานด์-ซัพพลายเหมือนกับโทรศัพท์มือถือช่วงแรก เครื่องละ 200,000 กว่าบาท เพราะทุกคนต้องใช้และแข่งกันทำให้คุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันมือถือทั่วไป ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน ราคาเหลือแค่ 400 บาท
“ในอดีต โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของผมที่ซื้อ ราคา 120,000 บาท ถือหิ้วหนีบจั๊กกะแร้ เท่จะตาย แบตเตอรี่ตีหัวแตกได้ วันนี้ราคาเหลือเท่าไหร่ ถูกมาก เผลอๆ ไปซื้อของแล้วแถมมือถือด้วย”
เมื่อถามว่า ประชาชนต้องยอมรับกับค่าไฟที่แพงไปก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่ถูกลงนะ 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนได้เท่ากันหมด เหลือ 3 บาท/หน่วย ถ้า 200 หน่วยถึง 400 หน่วยคิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปเป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้
เมื่อถามว่า ปกติแล้วค่าไฟเดือน เม.ย. อาจจะแพงอยู่แล้ว พอมาปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะไม่ทันกับรอบบิล ประชาชนจะโวยวายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มันไม่ทันรอบบิลนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอน และสํานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน.(กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ ตนไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มแล้ว เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส พยายามจะทำให้ถึงมือประชาชนในช่วงต้นเดือน มิ.ย. และไม่ได้ช้าอะไร ซึ่งค่าไฟเป็นวงรอบของมัน เราทำเต็มที่อยู่แล้ว
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดู‘ไทยช่วยไทย’
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมี นายสุทัศน์ มีศิริ สส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน ร่วมด้วย โดยนายกฯได้เยี่ยมชมและซื้อสินค้าภายในงานไทยช่วยไทย เช่น กระดาษทิชชู น้ำมันหอย น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น
ทั้งนี้ ระหว่างซื้อสินค้า นายสุทัศน์ สส.พรรคประชาชน ได้ช่วยเข็นรถเข็นช้อปปิ้งให้นายกฯด้วย โดยนายสุทัศน์ระบุว่า วันนี้ พาคณะมาร่วม เป็นสส.ในพื้นที่ ขอเชิญชวนประชาชนให้มาจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลได้จัดสินค้าราคาถูกมาเยอะ ผู้สื่อข่าวว่าเป็นการทำงานที่ไม่แบ่งฝ่ายค้านบ่ายฝ่ายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุทัศน์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดทำสิ่งที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ นายกฯเรียกนายสุทัศน์ ซึ่งกำลังเข็นรถเดินช่วยนายกฯในฐานะเจ้าของพื้นที่ ให้เข้ามาอยู่ใกล้ๆ พร้อมกล่าวว่า ถือว่าไม่ใช่ฝ่ายค้าน ถือว่าเป็นประชาชนมาช่วยกัน ก่อนถ่ายภาพร่วมกัน
จากนั้นนายกฯได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาดบางใหญ่ซิตี้ โดยได้แวะซื้อของกินภายในงาน พร้อมอุดหนุนและชิมห่อหมกปลาอินทรีย์ ก่อนสั่งกินคู่ข้าวสวย พร้อมนางศุภจี และชมว่าอร่อย นอกจากนี้ยังซื้อและกินทุเรียนชะนี ชิมไอศกรีม ก่อนเหมามะม่วง แคนตาลูป ทุเรียน ภายในตลาดอีกด้วย
โฟนอินสอบถามความคืบหน้า4จว.
ต่อจากนั้นนายอนุทิน ได้โฟนอินสอบถามความคืบหน้าการคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในวันแรกไปยัง 4 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด และอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายกฯ สอบถามบรรยากาศจังหวัดเชียงคึกคักหรือไม่เป็นอย่างไร ขอให้ซื้อของหื้อม่วนนะหมู่เฮา
จากนั้นนายกฯพูดคุยกับทางจังหวัดตราด ถามว่าร้อนหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า โอเคหรือไม่ ของเยอะไหม และชาวบ้านเห็นได้เลยหรือไม่ว่าซื้อของได้ราคาปกติ พร้อมกำชับผู้ว่าฯขอให้ดูจริงจัง ไม่ใช่ผู้ว่าฯกลับแล้วกลับกันหมด
ขณะจังหวัดศรีสะเกษ นายกฯกล่าวกับผู้ว่าฯว่า วันนี้เงินเดือนออกให้เหมาเยอะๆหน่อยและดูแลชาวบ้านด้วย วันนี้ตนก็ใช้ไป 30% ของเงินเดือนแล้ว ก่อนกล่าวอีกว่า งานดูดี คนเยอะ ขอให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง ของไม่พอยังไงก็ให้รีบติดต่อแจ้งพาณิชย์จังหวัดและแจ้งมาที่ส่วนกลาง
ส่วนที่จังหวัดสงขลา นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวจะไปสัญจรที่แรกที่จังหวัดสงขลา พร้อมถามว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวสุดสัปดาห์เข้ามาเยอะอยู่หรือไม่ ขอให้ดูแลให้ดี
คนแห่ถ่ายรูปทะเบียนรถนายกฯ
ภายหลังโฟนอิน นายกฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าภายในตลาดบางใหญ่ซิตี้ต่อ โดยได้ซื้อปลาสวยงามไปเลี้ยง และได้ตักปลาเอง เป็นปลาคาริมายาเรดสปอร์ต 2 ตัว ตัวละ 500 บาท โดยนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และอีก 1 ตัวมอบให้เด็กชายที่กำลังมาซื้อปลาภายในร้าน โดย นายกฯระบุกับเด็กชายคนดังกล่าวว่า “ให้เลี้ยงแข่งกันนะ มาดูซิว่าใครโตกว่า” และนายกฯยังซื้อตู้ปลาด้วย ก่อนเดินมาอีกร้านซื้อปลาคาร์ฟจักรพรรดิ 4 ตัว จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ซื้อปลา จะนำไปไว้ที่บ้านหรือไว้ที่ห้องทำงานทำเนียบฯ นายกฯตอบว่า จะซื้อไปใส่ตู้ที่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายกฯได้นั่งรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ BYD ทะเบียน สน 32 กรุงเทพมหานคร มาเยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยระหว่างที่นายกฯ เดินชมสินค้าภายในงาน ได้มีประชาชนมาถ่ายรูปกับทะเบียนรถนายกฯ ที่จอดบริเวณงาน โดยบางคนระบุว่า เป็นหัวแล้ว งวดนี้ออกแน่
ย้ำสินค้ามีคุณภาพ-ราคาถูก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเปิดงาน Kick off ไทยช่วยไทย นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจเยี่ยมการ kick off โครงการไทยช่วยไทย เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ว่า ถือว่าวันนี้เป็นวัน kick off ที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกันนำสินค้าที่ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไป มาขายให้กับประชาชน ซึ่งเราจะเริ่มในระดับจังหวัด อำเภอ รวมกว่า 800 อำเภอ ซึ่งจะมีสินค้าเหล่านี้ไปกระจายถึงประชาชน
นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดให้มีรถพุ่มพวง ที่จะนำสินค้าราคาถูกเข้าไปในชุมชน หมู่บ้าน กระจายให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย และสามารถมีสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงของใช้ประจำวัน อาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ในราคาถูก แต่จะมีมาตรฐานเท่าเดิม หรือมีมาตรฐานที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่าคุณภาพสินค้าเป็นคุณภาพเดียวกัน อย่างที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เคยอธิบายไว้ คือ การนำสินค้าที่ไม่ต้องเสียค่าแบนด์ ค่าการตลาด ค่าขึ้นห้าง ขึ้นหิ้ง ซึ่งเป็นของที่ใช้มีต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตลดลง ถือเป็นอีกตลาดหนึ่ง ซึ่งสินค้าก็เท่ากัน
ก่อนที่จะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับ ได้มีประชาชนมาดักรอมอบช่อดอกไม้ 2 ช่อ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีและนางศุภจี
สมุทรสาครจัดใหญ่ทั้งจังหวัด
ส่วนที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ครั้งที่ 1 โดยมีนายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยกรมการปกครองร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ Modern Trade 5 แห่ง ได้แก่ Makro,Lotus’s, บิ๊กซี , Tops และ GO Wholesale เพื่อนำสินค้า “ไทยช่วยไทย” ไปจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพดี ในราคาประหยัด โดยมีสินค้าเข้าร่วมมากกว่า 3,000 รายการ และจะสามารถลดราคาสูงสุดได้กว่า 58 เปอร์เซ็นต์
อำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้จัดกิจกรรม การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษ มาจัดจำหน่ายให้ทุกท่านได้เลือกชมเลือกซื้อ ประกอบด้วยไข่สด ข้าวสาร อาหารแห้ง ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้น ยังได้มีการนำผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าOTOP ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) มาร่วมจัดจำหน่ายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และจะได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพิ่มเติมต่อไป โดยอำเภอจะจัดการจำหน่ายสินค้าในทุกวันศุกร์โดยเริ่มครั้งแรกในวันนี้ วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป
สำหรับ จังหวัดสมุทรสาคร จัดโครงการไทยช่วยไทยใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรสาครจัดที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร, อำเภอกระทุ่มแบนจัดที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอกระทุ่มแบน , อำเภอบ้านแพ้วจัดที่ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอบ้านแพ้ว โดยจะจัดทุกวันศุกร์ที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 พ.ค. 2569นี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมจับจ่ายใช้สอยสินค้าในราคาถูกได้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ประจวบฯ Kick Off “ไทยช่วยไทย”
ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick Off ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ มี พันจ่าเอก พัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร ปลัดจังหวัดฯ นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด นางสาวศิริวรรณ คณะศร พาณิชย์จังหวัดฯ นายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบฯ เขต 1 หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัดอย่างคึกคัก โดยมีสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพ ราคาประหยัดที่จำเป็นต่อการครองชีพหลายชนิด เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ไข่ไก่ ในราคาลดพิเศษสูงสุดถึงร้อยละ 58
โดยการจัดกิจกรรมในพื้นที่อำเภอสามร้อยยอด เป็นการ Kick Off เปิดกิจกรรมพร้อมกันอีก 7 อำเภอของประจวบฯ เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน เริ่มจำหน่ายสินค้าครั้งแรกในวันที่ 1 พ.ค.69 และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ได้แก่ วันที่ 8, 15, 22 และ 29 พ.ค. โดยในครั้งนี้มีหน่วยงานที่ร่วมนำสินค้ามาจำหน่าย ได้แก่ ห้างเทสโก้โลตัส สาขาปราณบุรี สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ประจวบฯ จำกัด เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดเหลืองสามร้อยยอด กาแฟโรบัสต้าป่าช้างขาว บ้านป่าหมาก ร้านค้าในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด ผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ (OTOP) และสินค้าเกษตรของดีอำเภอสามร้อยยอดหลากหลายรายการ
สำหรับกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” กำหนดจัดขึ้นทุกวันศุกร์ตลอดเดือน พ.ค.นี้ ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ ยกเว้น อ.ทับสะแก ซึ่งจัดที่ตลาดสวนมะพร้าว ต.เขาล้าน โดยเริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัดได้ภายในงาน.
อ.บางละมุง ขายสินค้าราคาประหยัด
ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตลาดชุมชน คนบางละมุง ไทยช่วยไทย” อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น และสร้างพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้คนในชุมชน มีรายได้อย่างต่อเนื่อง
ภายในงาน มีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาจำหน่ายในราคาประหยัด อาทิ ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำมันหมู เนื้อสัตว์ และสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อีกหลากหลายรายการ ควบคู่กับสินค้าชุมชน สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ที่นำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนได้เลือกซื้อกันโดยตรง ในราคาที่เข้าถึงได้
กิจกรรมดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันศุกร์ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ได้จับจ่ายสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยา พร้อมร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
อ.บ่อทอง ประชาชนตอบรับดี
ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี นายนันทวัฒน์ ทองช่วง นายอำเภอบ่อทอง เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายของรัฐบาล มุ่งช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ภายในงานมีผู้ประกอบการและร้านค้าจากพื้นที่ต่าง ๆ ในอำเภอบ่อทองกว่า 30 ร้านค้า นำสินค้าชุมชนและสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาประหยัดโดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่จัดจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด อาทิ ข้าวขาวหอมมะลิ ขนาด 5 กิโลกรัม จำกัด 1 ถุงต่อคน, เนื้อหมูแดง 2 กิโลกรัม ราคา 160 บาทต่อคน, น้ำปลา 2 ขวด ราคา 30 บาท, น้ำมันพืช 2 ขวด ราคา 80 บาท, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแพ็ค 10 ห่อ ราคา 40 บาท และไข่ไก่เบอร์ 4 แผงละ 30 ฟอง ราคาเพียง 50 บาท
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยตั้งแต่ช่วงเช้า สะท้อนถึงความต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในภาวะค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ ประชาชนที่เข้าร่วมงานต่างให้การตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในชุมชนได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น
โครงการ “ไทยช่วยไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี