วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เขมรเล็งขอไกล่เกลี่ย
ผ่านกลไกUNCLOS
รมช.ต่างประเทศเขมรผิดหวัง ไทยจ่อยกเลิก MOU 44 สองชาติ เตรียมใช้กลไกไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS หากไทยยกเลิก MOU44 ด้าน ‘สีหศักดิ์’ เชื่อเขมรตอบรับคุย 3 ฝ่าย เวทีสุดยอดฯ อาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ ชี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจก่อนถก GBC ส่วนกองทัพเรือ ยันความจำเป็นจัดหาเรือฟริเกต พร้อมปรับแผนสอดคล้องนโยบายรัฐบาล
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เดอะพนมเปญโพสต์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่างประเทศของกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาจะดำเนินการไกล่เกลี่ยโดยบังคับภายใต้อนุสัญญากฎหมายทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) หากไทยดำเนินการตามแผน ยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU44 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนจากการเจรจาทวิภาคี ไปสู่ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ
นายกง โพก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ กัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของกัมพูชา (TVK) แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่ารัฐบาลไทย กำลังเตรียมที่จะยกเลิก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว
นายกง โพก กล่าวว่า กรอบการทำงานดังกล่าวเป็นพื้นฐานของการเจรจาทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศ มานานกว่า 2 ทศวรรษ และว่า “เรารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยกำลังพิจารณาที่จะถอนตัวออกจาก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว” พร้อมอธิบายว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือทวิภาคีเพียงกรอบเดียว ที่ทั้ง 2 ฝ่าย ยึดถือมานานกว่า 2 ทศวรรษ เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทย
ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ลงนามที่กรุงพนมเปญ ในเดือนมิถุนายน 2544 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลผ่านแนวทางข้อตกลงแบบครบวงจร รวมถึงการกำหนดเขตแดนเข้ากับการพัฒนาร่วมกันของทรัพยากรน้ำมันและก๊าซ นอกชายฝั่ง โดยไม่กระทบต่ออธิปไตยของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นายกง โพก กล่าวเตือนถึงการถอนตัวฝ่ายเดียวของไทย ว่าจะทำลายกลไกที่มีมายาวนาน ซึ่งมีรากฐานจากความร่วมมือและความปรารถนาดีต่อกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิธีการจัดการข้อพิพาทในอนาคต
วันเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้ ว่าเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์ กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน ซึ่งคาดว่ากัมพูชา น่าจะตอบรับในการพูดคุยครั้งนี้ ยืนยันว่าฝ่ายไทย เตรียมเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆ ที่จะพูดคุยกันแล้ว แต่ไม่ได้มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันมาก ซึ่งจะมอบให้ รมว.ต่างประเทศ พูดคุยกันต่อ
นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงโอกาสที่จะพูดคุยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ร่วมกันเลยหรือไม่นั้น ว่าเรื่องนี้จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป แต่ขณะนี้ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน ดังนั้นในเวทีที่ประเทศฟิลิปปินส์ ต้องมาพูดคุยในมาตรการต่างๆ ที่จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันต่อไป
ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏความคิดเห็นที่หลากหลายตามสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีการเลื่อนโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ลำที่ 2 ของ ทร.นั้น ขอชี้แจงว่า การจัดหาเรือฟริเกต เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบตามสมุดปกขาวกองทัพเรือ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมั่นคงในระยะยาว และยังคงยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพดังกล่าว เนื่องจากเรือฟริเกต เป็นกำลังรบหลักที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิบัติการทางเรือ ทั้งในด้านการรักษาอธิปไตย การคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล และภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติ โดยเฉพาะในบริบทของสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความท้าทายสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
กองทัพเรือ มีความเข้าใจถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและความจำเป็นของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศในภาพรวม และพร้อมที่จะดำเนินการปรับแผนงานและกระบวนการจัดหาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยพยายามรักษาสมดุลระหว่างความพร้อมรบและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของแผ่นดิน
ทั้งนี้ กองทัพเรือ จะพิจารณาหนทางปฏิบัติต่างๆ อย่างรอบคอบ ทั้งในด้านระยะเวลา งบประมาณ เทคโนโลยี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
กองทัพเรือ ขอยืนยันว่าจะยังคงทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้กรอบกฎหมาย และนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี