วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หนูไม่ง้อเขมร
ปมเมินเจรจาทวิภาคี
โต้คลิปเสียงเปิดด่าน
“อนุทิน”โต้คลิปเสียงเปิดด่าน แค่AI เมินเขมรไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำยกเลิก MOU44 ฝ่ายเขมรรับทราบแล้ว ส่วนรั้วชายแดน ให้งบกองทัพดำเนินการแล้ว ด้าน เสธ.ทบ.เยี่ยมชาวบ้านเผชิญหน้าทหารเขมร สั่งปรับกำลังคุมพื้นที่ เร่งช่วยคนไทยถูกจับ ขณะที่เขมรประท้วงไทยขึ้นทะเบียน 3 ปราสาทชายแดน
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชา เผยแพร่คลิปเสียงในโซเชียลมีเดีย ลักษณะว่านายกฯ ไทย จะเปิดด่านชายแดน ว่าเป็น AI ชัดๆ อยู่แล้ว ตนพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อ ก่อนจะตั้งคำถามว่าเหตุใดวิธีการจึงเริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน อันนั้นเชื่อถือไม่ได้เลย ไม่เคยพูด ยืนยันไม่มีเปิดด่านแน่นอน ขณะที่นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคี หลังจากไทยยกเลิก MOU44 ซึ่งฝ่ายไทยยกเลิกโดยไม่ต้องขอความตกลงหรือไปรายงานใคร ตนไปร่วมประชุมอาเซียน ที่กรุงเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ มีการจัดให้พบนายกฯ กัมพูชา ก็ได้แจ้งให้ทราบ โดยกัมพูชา แสดงความผิดหวัง แต่ก็เป็นท่าทีของกัมพูชา
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมฯ ยังยกเรื่องนี้ขึ้นมาในถ้อยแถลงของนายกฯ กัมพูชา
พร้อมยืนยันว่า จะใช้กลไกการบังคับให้ประนอมข้อพิพาท ก่อนเข้าสู่กระบวนการอื่น (Compulsory Conciliation) ถือว่าเป็นการรู้กันแล้ว ว่านั่นคือท่าทีฝ่ายกัมพูชา ส่วนท่าทีฝ่ายไทย ก็ใช้กระบวนการตาม UNCLOS และจะเจรจาในรูปแบบไหน ยังไม่ได้ตั้งรูปแบบขึ้นมา เพราะประเทศไทย ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
นายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย ที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุม ภายหลังเข้าไปหาของป่าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะขึ้นศาลกัมพูชา วันเดียวกันนี้ ว่ามีการประสาน ในอดีตที่ผ่านมาการลอบข้ามแดนโดยไม่ได้ตั้งใจของประชาชนชาวกัมพูชา ทั้งเส้นทางธรรมชาติ ชาวประมง ก็มีการประสานกัน หากดูแล้วไม่ได้เข้ามาเพื่อโจรกรรม หรือทำสิ่งใดที่กระทบกับความมั่นคงของไทย เราก็จะส่งตัวกลับไป จึงหวังว่าคนของเราไม่ได้ไปกระทำผิดกฎหมายของเขา
“ส่วนที่คุยกันได้ก็คุยกัน อย่างที่บอกว่าประชาชนไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาล ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าความคืบหน้าในการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่คนไทยถูกจับกุมตัวไปจะเป็นเช่นไรนั้น นายกฯ ระบุว่า เรื่องกำแพงชายแดนไม่ต้องถามรัฐบาล กองทัพได้รับการจัดสรรและตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้เห็นชอบและอนุมัติไปแล้ว ดังนั้นขั้นตอนการก่อสร้าง และรูปแบบ ต้องไปถามกองทัพ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีหน่วยงานความมั่นคงรับผิดชอบ บางที่เป็นของกองทัพบก หรือของกองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด
ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และเยี่ยมให้กำลังใจนายอภิรักษ์ บุตรเพชร ที่บ้านพักใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ภายหลังเข้าไปหาของป่าแล้วพบกลุ่มทหารกัมพูชา พร้อมอาวุธ เข้ามาในพื้นที่ ว่าได้ลงไปดูพื้นที่ซึ่งเป็นช่องว่าง เนื่องจากได้รับข้อมูลจากชาวบ้าน ว่าทหารกัมพูชาอาจใช้ลักลอบเข้ามาตามช่องทางดังกล่าว จึงพูดคุยกับกองกำลัง ว่าจะมีการปรับกำลังในการคุมพื้นที่ หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวกับเซ็นเซอร์ หรือโดรน ที่ใช้ในการลาดตระเวนพื้นที่ เพื่อคุ้มครองประชาชนให้ได้มากยิ่งขึ้น
ส่วนสรุปแล้วเป็นทหารกัมพูชา หรือ เป็นกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมาย ลักลอบเข้ามาจากที่ชาวบ้านพบนั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวยอมรับว่าเป็นทหารกัมพูชา เพราะชาวบ้านทั้งสอง ยืนยันว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ในระยะประชิด อีกทั้งภาษากายของทหารกัมพูชา ที่เข้ามา ก็ค่อนข้างจะคุกคาม แต่ชาวบ้านมีความชำนาญในพื้นที่มากกว่า จึงเดินออกมา ทำให้ทหารกัมพูชาตามไม่ทัน ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังในพื้นที่ ได้เข้าไปพูดคุยกับทหารกัมพูชาแล้ว ว่าให้ระมัดระวัง และอย่ากระทำการอะไรก็แล้วแต่ ที่กระทบกับคนไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าทหารกัมพูชาเข้ามาหาข่าว หรือ เข้ามาเพื่อการใด พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า หากดูภูมิประเทศค่อนข้างสลับซับซ้อน เพราะเป็นพื้นที่ป่า จึงมีโอกาสทั้งเจตนาที่จะเข้ามา หรือเดินเข้ามาในพื้นที่ซึ่งเขาคิดเอาไว้ก่อน รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาหาของป่า หรือมาลาดตระเวนในพื้นที่ของเรา หรือมาดูว่าทหารของเราอยู่ตรงไหน เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่กรณีนี้เป็นการละเมิด Joint statement ที่ได้ลงนามกันไว้หรือไม่นั้น ถ้าเรามีหลักฐานก็จะดำเนินการ แต่จากคำบอกเล่าของชาวบ้านก็เป็นเช่นนั้น
นอกจากนี้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวถึงกรณีนายโยชน์ สายน้อย ชาว จ.สุรินทร์ ที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมขณะเข้าไปหาของป่า บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จะช่วยเหลืออย่างไรนั้น ทางกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พยายามเร่งรัดและให้ความช่วยเหลืออยู่ ขณะเดียวกันทหารในพื้นที่ได้ติดต่อไปเพื่อให้ช่วยเหลือได้รวดเร็วที่สุด จึงขอเตือนชาวบ้านว่าการออกไปหาของป่า แม้จะเป็นวิถีชีวิต แต่ขอให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือทหาร และตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้รู้ว่ามีคนไทยออกไปอยู่ที่ไหน เพราะหากออกไปแล้วไม่ได้แจ้ง เมื่อหายตัวไป กว่าจะทราบก็ช้าเกินไป พร้อมยืนยันว่าเราจะพยายามตรวจสอบดูพื้นที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง โดยจะเอาทหารเข้าไปดูแล
วันเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกหนังสือประท้วงไทยอย่างรุนแรง และปฏิเสธต่อการตัดสินใจของกรมศิลปากรของไทย ในการขึ้นทะเบียนโบราณสถานเพิ่มเติม โดยรวมปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา และโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา มีแถลงการณ์ ระบุว่า การดำเนินการฝ่ายเดียวถือว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ การขึ้นทะเบียนดังกล่าวปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และไม่อาจใช้เป็นหลักฐานอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือดินแดน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตแดนได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ประเด็นเรื่องอธิปไตย และการปักปันเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทย จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี พ.ศ.2450 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยเฉพาะบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MOU43) กรอบอ้างอิงปี 2546 (TOR 2546) และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
กระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา พิจารณาแล้วว่าการขึ้นทะเบียนดังกล่าว เป็นความพยายามที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในการสร้างภาพลักษณ์ทางกฎหมายเทียม เหนือแหล่งวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองของราชอาณาจักรกัมพูชา การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และบ่อนทำลายเจตนารมณ์แห่งการเจรจาโดยสันติ และความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ
กระทรวงวัฒนธรรมฯ กัมพูชา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ถอนการขึ้นทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวโดยทันที และงดเว้นการดำเนินการฝ่ายเดียวใดๆ ที่บั่นทอนความพยายามของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคี ราชอาณาจักรกัมพูชา ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อการแก้ไขทุกประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ด้วยสันติวิธี ภายใต้การเคารพอย่างเต็มที่ต่อกฎหมายระหว่างประเทศและกลไกทวิภาคี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี