533.jpg
นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน

นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา สั่งเชือดพูลวิลล่า ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯบุกเกาะพะงันเห็นคาตา
สั่งเชือดพูลวิลล่า
ต่างชาติใช้นอมินีคนไทย
ลุยตรวจสอบเส้นทางเงิน
ตร.ระดมบุกค้น27บริษัท
ที่ดินยันไม่ได้ถูกยิวบุกยึด

นายกฯ ยกทีมลุยเกาะพะงันปราบต่างชาติทำธุรกิจ-บุกรุกที่สาธารณะ เจอคาตาชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของพูลวิลล่าใช้คนไทยเป็นนอมินี เชือดไก่ให้ลิงดู สั่งเอาผิดตามกฎหมาย พร้อมสอบเส้นทางการเงินเอาไปฟอก ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย ไม่ให้เอาฝรั่งมาใส่วิกหัวดำ ขณะที่ ตร.เพิ่งตื่นระดมกำลังกว่า 266 นาย บุกค้น 27 บริษัทเป้าหมาย ถือครองที่ดินมูลค่ากว่า 150 ล้าน ยึดเอกสารหลักฐานอื้อ ด้านอธิบดีกรมที่ดิน ยันเกาะพะงัน ไม่ได้ถูกยึด มีต่างชาติถือครอง 6%

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ช่วงเช้า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วยชุดเฉพาะกิจ ตร.และ ศปชก.(ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) บก.สส.บช.น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ตรวจคนเข้าเมืองกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน รวม 266 นาย


ตร.บุกพะงันนำกำลังค้น27บริษัท

โดยได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ตามแผนปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน เพื่อตรวจค้นเครือข่ายต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ปฏิบัติการในวันนี้ ได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นบริษัทเป้าหมาย ที่ถือครองที่ดินจำนวน 27 บริษัท ที่มีรายงานว่า ถือโฉนดที่ดิน รวม 37 แปลง มูลค่า 150 ล้านบาท

จับ4ราย/ยึดเอกสารหลักฐานอื้อ

นอกจากนั้น ยังมีภารกิจติดตามจับกุมเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้กระทำผิดในคดีการประกอบธุรกิจต่างด้าวโดยไม่ชอบ และถือหุ้นแทนเพื่อเลี่ยงกฎหมาย จำนวน 4ราย เป็นชาวต่างชาติ 1 รายและคนไทย 3 ราย

ทั้งนี้ การตรวจค้น ได้มีการตรวจยึดเอกสารของบริษัทนิติบุคคลบอจ.5รายงานการประชุม ตรวจยึดโฉนดหรือสัญญาการซื้อขายที่ดินสัญญาเช่าหรือสัญญาการบริหาร หลักฐานทางการเงินเช่นบัญชีธนาคาร บัญชีรายรับรายจ่ายและเอกสารการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมถึงให้มีการตรวจยึดข้อมูลทางดิจิทัล และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

กรมที่ดินยันต่างชาติถือครอง 6%

ขณะที่นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานที่ดินส่วนหน้าเกาะสมุย(อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎรานี)เพื่อติดตามปัญหาการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยอธิบดีกรมที่ดินกล่าวว่าจากการตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เกาะพะงันทั้งหมด มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิครอบคลุมประมาณ 38%ในจำนวนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธินั้น มีชาวต่างชาติถือครองอยู่เพียง 6%เท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีการ“ฮุบที่ดิน” หรือเสียดินแดนบนเกาะให้กับต่างชาติในปริมาณที่น่ากังวลตามข่าวลือ

พร้อมสั่งเชือด47บริษัทนอมินี

อย่างไรก็ตาม จากการขยายผลตรวจสอบการถือครองที่ดินในรูปแบบนิติบุคคลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องทั้งหมด 1,832 บริษัท ซึ่งจากการคัดกรองพบความผิดปกติที่เข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองที่ดินแทน (นอมินี) จำนวน 47 บริษัท

ลั่นถ้าผิดต้องลงโทษตามกม.

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 12 บริษัท เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 35บริษัทที่เหลือ อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน หากพบความผิดจะดำเนินการเพิกถอนและลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

อธิบดีกรมที่ดินกล่าวย้ำว่ากรมที่ดินไม่ได้นิ่งนอนใจและมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนต่างชาติใช้ช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาถือครองทรัพยากรไทยโดยมิชอบ พร้อมขอให้ประชาชนเสพข่าวอย่างมีสติและเชื่อมั่นในข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทางสถิติอย่างถูกต้อง

นายกฯนำทีมลุยเกาะพะงัน

ผู้สื่อข่าวรายงานวาเวลา 11.10 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีและตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ ที่หาดฟรีด้อม อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต

ถึงเกาะสมุยขึ้นเรือสปีดโบ๊ท

ต่อมา เวลา 12.30 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิพิธ รัตนรักษ์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต2พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ โดยนายกฯเดินทางด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร

จากนั้น 12.50 น.นายกฯเดินทางลงเรือ ที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อข้ามเรือไปยังเกาะพะงัน โดยนายกฯนั่งอยู่ที่หัวเรือสปีดโบ๊ท และได้เรียก นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม มาพูดให้ปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือ ซึ่งค่อนข้างจะมีสภาพเก่าแล้วโดยได้สั่งให้ไปปรับปรุงระเบียบเพื่อให้เอกชนและประชาชนได้ใช้ให้ดีขึ้น

ถึงพะงัน-ชาวบ้านชูป้ายให้กำลังใจ

เมื่อเดินทางถึงถ้าเทียบเรือ อ.เกาะพงันนายกฯได้ทักทายเด็กๆที่มารอต้อนรับอยู่ที่ท่าเรือ ซึ่งนายกฯได้สอบถามชื่อเด็ก ซึ่งเด็กตอบว่าชื่อจ๋าและบิวตี้ ก่อนที่นายกฯจะตอบว่า “ได้ยินชื่อหมดแรงเลย”

ขณะเดียวกันได้มีประชาชนถือป้ายข้อความรอต้อนรับโดยมีข้อความระบุว่า “ให้กำลังใจนายกฯ, นายกฯมาปัญหาจบ , นายกมาคนพะงันดีใจและยิ้มได้ , ดีใจที่ได้เจอนายกฯอนุทิน“ และก่อนขึ้นรถประชาชนได้ดอกไม้ให้กำลังใจด้วย.

นายกฯบุกพลูวิลล่าเกาะพงัน

ต่อมา เวลา 14.09น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัดโดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงันที่บริเวณด้านหน้าพลูวิลล่า ที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย

โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่าซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมายและมีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน

สั่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน

โดยนายกฯกล่าวว่าขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่า ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทยและขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

ขอโทษแทนรองโฆษกรบ.ทำเข้าใจ

จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อคให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ค.เราเพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่งส่งมาอยากให้ได้ทำงานเร็วๆจึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ซึ่งตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงานเป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

ยันแค่ต้องการลดขั้นตอน-ซ้ำซ้อน

เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่นหากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีกซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาต ก็ไปดำเนินการได้เลย

“แต่เมื่อวันที่12พ.ค.รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทย ไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส ให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย”นายกฯย้ำ

ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49%

เมื่อถามต่อว่าเรื่องนอมินิเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเองวันนี้ เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นมันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย

ลั่นไม่ใช่เอาฝรั่งใส่วิกหัวดำ

“ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัท คนไทยยังต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆเอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนดเราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้”นายกฯกล่าว

ผิดกม.เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯกล่าวว่าบริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทกฎหมายบริษัทในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆมีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมดแต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอันคนๆหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า200กว่าบริษัทคือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็น1ในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดิน ที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ชมชายหาดบอกหมึก‘หร่อยแรงๆ’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ก่อนเดินมาดูบริเวณชายหาด พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก ซึ่งนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ตต่อ ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯจึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า“หร่อยแรงๆ”

โดยมีช่วงหนึ่งนายกฯ ถามชาวบ้านว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามชาวบ้านอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ซึ่งชาวบ้าน ตอบว่า ปลาหมึกปลาทูปลาทู แต่นายกฯตอบเป็นว่า ปลาอินทรีย์

นายกฯพบปะชาวเกาะพะงัน

จากนั้น เวลา 15.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเดินทางไปที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยกล่าวว่าเดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน เราเข้าใจดีว่านักท่องเที่ยวคนต่างชาติ ที่มาในประเทศไทยเอาเงินเอาทองมา แต่เราต้องการได้เงินได้ทองที่ถูกต้องของเขา มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อความสะดวกสบายพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่มาแล้วจะขายด้วย อย่างนี้เรายอมไม่ได้เพราะเป็นบ้านของเราเรามีหน้าที่ ทำให้เขาได้รับความสะดวกที่สุดแต่ไม่ต้องมาทำหน้าที่แทนเรา เราต้องรักษาสภาพแวดล้อม

ประกาศจัดระเบียบชายหาด

“ชายหาดต้องมีความสวยงาม พี่น้องต้องไม่ยอมให้ใครมายึดถือครองที่ของพี่น้องทุกคน หน้าวิลล่า หน้าโรงแรมของใคร ไม่มีสิทธิบนชายหาดเป็นของทุกคน ต้องทำให้เป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล จะจัดโซนนิ่งให้ ตรงไหนทำให้ได้ ที่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหายเราทำเต็มที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว กระทรวงทรัพยากรโดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานมีหลักอยู่ เราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่นท้องที่เทศบาล อบต.ที่จะจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องได้ทำกิน แต่การจัดสรรต้องตกถึงพี่น้องโดยตรงไม่ใช่จัดให้คนใดคนหนึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไปถือครองแล้วซอยย่อยให้พี่น้องอย่างนี้ผิดวัตถุประสงค์จะไม่ให้เกิดขึ้น”

นายกฯกล่าวว่าการลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามและจัดการกับการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกาะพะงัน พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม และทำให้เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าอยู่ น่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้แก่ชุมชน

ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

นายกฯกล่าวอีกว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ต้องมาด้วยเจตนาที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้าเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล

“หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน รัฐบาลต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ ประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ”นายกฯกล่าว

พร้อมย้ำว่าขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบการกระทำผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ ขอให้แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงกลัว

มุ่งให้เกาะพะงันยืนบนขาตัวเองได้

นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้มีนายพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ลูกพรรคของตน พี่น้องให้ความไว้วางใจขนาดนี้ดังนั้นความเดือดร้อนของชาวพะงันเกาะสมุย ที่อยู่ในเขตของสส.ภูมิใจไทยก็คือความเดือดร้อนของตนด้วยเพราะเป็นผู้แทนของพี่น้อง พี่น้องไว้วางใจ พวกเราอยู่พรรคเดียวกันหมด ถ้าตนรู้สึกเดือดร้อน รัฐมนตรีที่มาด้วยก็รู้สึกเหมือนกัน เพราะเป็นคนในพื้นที่ เกือบทั้งหมด เราต้องอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนอยู่แล้ว

นายอนุทินกล่าวว่าตนในฐานะนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าสส.ของท่านจะนำสิ่งที่เป็นที่ต้องการของพี่น้องมาถ่ายทอด หน้าที่ภารกิจมีรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงต่างๆต้องดำเนินการให้ทำอย่างไรให้เกาะพะงัน มีสาธารณูปโภคที่ดีที่สุด อยากให้สร้างรายได้สร้างโอกาสให้มากที่สุด มีความสะดวกเท่าไหร่โอกาสก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เราก็มาจัดระเบียบให้ทุกท่าน หลังจากนี้จะกลับไปดูเรื่องแหล่งน้ำ กำลังจะทำเรื่องอ่างเก็บน้ำไว้โดยจะติดตามดูแลในเรื่องของแหล่งน้ำซึ่งรับทราบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวมถึงระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียรมากที่สุด โดยมุ่งให้เกาะพะงันสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

นายกฯยังระบุว่าตนเคยดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข แล้วมาที่เกาะพะงัน ได้ถามชาวบ้านว่าเวลาคลอดลูกคลอดที่ไหน ซึ่งสามารถคลอดได้ที่เกาะพะงัน เมื่อได้เห็นกับตา ที่นี่ไม่ใช่ชาวเกาะ แต่เป็นชุมชนที่มีประชาชนอยู่กันมากมาย มีโรงเรียน ถึงมัธยมปลายซึ่งจะได้ช่วยกันพัฒนา มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

ลั่นจะทำสุดความสามารถกินอยู่ที่ดี

“ผมไม่ให้ใครมาสร้างโรงงาน ที่นี่แน่นอน ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้คาดหวังเกาะพะงัน นอกจากเรื่องประมงพื้นบ้าน ประมงทั่วไป หรือ การทำมาหากินประกอบธุรกิจ เหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษให้เกาะพะงัน ลงพื้นที่วันนี้ ดีใจสุดๆ ปกติพอได้มาแล้วก็จะได้มาอีกจะมาจนกว่าพี่น้อง บอกว่า พอแล้วไปที่อื่นบ้าง มาลงพื้นที่เห็นบรรยากาศอยากอยู่ต่ออีก แต่อยู่ไม่ได้ต้องไปภูเก็ต เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่าจะทำสุดความสามารถ จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และต้องขอตัวกลับก่อน แต่สิ่งที่พูดไว้ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นโดยเอาหัว สส.เป็นประกัน

ภายหลังจากที่นายกฯพูดเสร็จสิ้น มีชาวบ้านให้มาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมากและมอบดอกไม้พร้อมของที่ระลึกให้ซึ่งเป็นสร้อยลูกปะคำ

ในช่วงเย็น นายกฯเดินทางไปที่หาดฟรีด้อม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ โดย ผวจ.ภูเก็ตให้การต้อนรับ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต รายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ตรายงานการสนับสนุนการแก้ปัญหาและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตรายงานผลการดำเนินคดี ก่อนจะพบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ และเดินทางกลับกรุงเทพฯในเวลา20.40น.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top