533.jpg
กกร.ตามรุกซ้ำ เสนอก.ม.แก้รับสินบน

กกร.ตามรุกซ้ำ เสนอก.ม.แก้รับสินบน

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.


กกร.ตามรุกซ้ำ
เสนอก.ม.แก้รับสินบน

ยังเดือดต่อเนื่องสินบนในหน่วยงานรัฐ กกร. จ่อเสนอกฎหมาย แก้คอร์รัปชัน จี้ 4 หน่วยงานต้นแบบโปร่งใส คลัง-มท.-เกษตรฯ-กทม.

วันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการนำคณะทำงานจาก 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สถาบันเพื่อการยุติธรรม (TIJ) และนักวิชาการจาก TDRI เข้าหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และผลักดันการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยข้อเสนอ “3 เสาหลัก” สู่ความโปร่งใส


ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์และคณะทำงาน Zero Corruption ได้นำเสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็น “วาระแห่งชาติ” เสนอจัดตั้ง“คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมเฝ้าระวังและผลักดันจริยธรรมให้เกิดขึ้นจริง
2. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดข้อมูลภาครัฐ เสนอใช้ Dashboard ติดตามการใช้งบประมาณ และระบบสะพานแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเน้นเรื่อง การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
3. ยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง / กระทรวงมหาดไทย /กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / และกรุงเทพมหานคร โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-Government Procurement และมีระบบรับฟังเสียงประชาชน (Citizen Feedback)

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังเสนอแผน “Reinvent Thailand” เพื่อแก้ไขกฎหมายล้าสมัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจใน อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ตอบรับข้อเสนอ พร้อมระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต โดยเฉพาะการปิดช่องว่างทางกฎหมายที่เอื้อต่อการเรียกรับสินบน และกล่าวต่อว่า จะนำประเด็นข้อเสนอที่ได้ เสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในวันนี้

ก้าวต่อไปของ Zero Corruption ในช่วงท้ายของการหารือ จะได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กกร. ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยจะเน้นประเด็นที่สร้างประโยชน์แก่รายย่อยและภาคประชาชน พร้อมเตรียมนำข้อเสนอที่สรุปชัดเจนแล้ว กลับมาหารือกับรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 นัดส่งวันที่ 10 มิถุนายน ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“เราต้องช่วยกันสร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีความเชื่อมั่น ประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีภาคเอกชน เป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์

“ผมยืนยันได้เลยว่า ในรัฐบาลชุดนี้ ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปราม ด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน”

เมื่อถามว่ากรณี กกร.จัดอันดับ 10หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนี ที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึกหรือการทำแบบสอบถาม หรือทำโพล ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ ก็ไม่ได้จบ แค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผลเห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลายที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อน อาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์มีคนมาขอ ก่อนจะย้อนถามว่า สมัยนี้มีคนมาขอเคลียร์หรือไม่ 

"ส่วนตัวก็เชื่อว่ามี แต่เคลียร์ไม่ได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ใช้หลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ใครที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย ก็จะไม่ดูชื่อ ถือพฤติกรรมดำเนินคดีทุกอย่าง ดำเนินการตามพฤติกรรม จึงทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่เป็นต้นทางของการคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่ามีคนเหล่านี้ที่กระทำความผิดได้ เพราะมีการเอาของไปกำนัล ให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บางคนเอาที่ดินไปให้ เอาอามิสสินจ้างไปให้ แต่พอรัฐบาลมีความจริงจังใช้กฎหมายที่มี ตรงไหนมีปัญหาก็ตั้งกรรมการสอบ โยกย้ายออกนอกพื้นที่และดำเนินคดี ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปทิศทางที่ดี”

เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง

“หากเรากล้าที่จะบอก ว่าคุณทำผิดคุณโกงคุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อม ที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวาน ที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชัน ว่ามาจากไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้นจะนำไปวัด ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาป ที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราบาป แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ไข จะต้องไม่มีเรื่องพวกนี้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่กล้าแสดงตัว จะเข้าร่วมกับ OECD ประกาศความพร้อม เป็นศัตรูกับคอร์รัปชันและการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลทำหมดแล้ว ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ในปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข้มข้นมากมาย หากรัฐบาลให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปราบปรามเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ทุกอย่างต้องหมดไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top