533.jpg
พริษฐ์ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ

พริษฐ์ ชงตั้ง กมธ.วิสามัญสอบ ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.23 น.

‘พริษฐ์’ ชงตั้งกมธ.วิสามัญ ตรวจสอบพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จับตาประธานสภา บรรจุญัตติด่วน ถกการใช้งบ ย้ำสำคัญเร่งด่วนไม่แพ้แลนด์บริดจ์ พิสูจน์ความจริงใจรัฐบาล  

วันที่ 19 พฤษถาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า เมื่อศาลรับคำร้องแล้วโดยกระบวนการ สภาก็ต้องชะลอการพิจารณาอนุมัติร่างพ.ร.ก.กู้เงินออกไป แต่ในเมื่อรัฐบาลก็ประกาศชัดว่าจะเดินหน้าใช้เงินต่อ ซึ่งเข้าใจว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ก็น่าจะมีการอนุมัติการใช้เงินในส่วนแรก อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสิ่งที่สภาจะทำได้เลยคือการเดินหน้าตรวจสอบการใช้เงิน สิ่งที่เป็นรูปธรรมคือการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เหมือนกับที่ทำในการตรวจสอบพ.ร.ก.ในอดีต ว่ามีการใช้เงินตรงไปตรงมา โปร่งใสหรือไม่


นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางพรรคประชาชนได้ยื่นญัตติด่วนเข้าไปแล้ว ตอนนี้รอการวินิจฉัยของประธานสภาว่า จะเป็นญัตติด่วนหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วน เรื่องนี้ก็จะถูกพิจารณาในการประชุมสภาในสัปดาห์หน้าซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานสภา จะวินิจฉัยเป็นเรื่องด่วน เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งประธานสภาวินิจฉัยว่าเรื่องแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องด่วน เห็นว่าเรื่องนี้ก็ด่วนไม่น้อยไปกว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะรัฐบาลเริ่มใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินแล้วิ ดังนั้นหากประธานสภาไม่วินิจฉัยว่าด่วน แล้วถ้าเรื่องนี้ไม่เข้าสภาในสัปดาห์หน้านั้น ตนคิดว่าก็ต้องตั้งคำถามจริงๆ จังๆ กับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา ว่ามีความเป็นกลางจริงหรือไม่

 เมื่อถามว่า นอกจากบรรรจุวาระล่าช้าแล้ว สุดท้ายหากไม่มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ว่า การที่รัฐบาลดำเนินการเอาเงิน 2 ก้อน 200,000 ล้านบาท ที่เป็นเงินสำหรับการช่วยเหลือประชาชน มามัดรวมกับก้อนที่ 2 อีก 200,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการพลังงาน เหมือนกับการพยายยามเอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อสอดไส้โครงการพลังงงาน สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ตรงไปตรงมาในการดำเนินการของรัฐบาล หากประสภา หรือสส.รัฐบาลใช้วิธีการพยายามสกัดกั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินนั้น ก็จะยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ตรงไปตรงมาของรัฐบาลชุดนี้ เรียกว่าเป็นการหนีสภาพลัส หนีสภาแรกคือการยัดไส้โครงการพลังงานเข้ามาในพ.ร.ก.กู้เงินกับก้อนเยียวยา เพื่อใช้กลไกพ.ร.ก.ข้ามกระบวนการปกติของสภา หนีสภาเด้งที่สองคือ การไม่เปิดให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ก็ยิ่งตอกย้ำข้อกังวลของฝ่ายค้าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top