วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“วิปฝ่ายค้าน”ประชุมทางการนัดแรก ตั้ง 3 คณะกรรมการ สางปม ป.ป.ช. ยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม- กกต.คดีฮั้ว สว.- เขากระโดง”
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านในวันนี้ว่า จะเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีการลงนามตั้งวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทของฝ่ายค้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าแต่ละพรรคที่มารวมกันนั้น ก่อนการเลือกตั้งอาจจะมีนโยบายหรือจุดยืนที่แตกต่างกันไป ซึ่งการมารวมกันเป็นฝ่ายค้าน แต่ละพรรคไม่ได้ตัดสินใจมารวมกัน เหมือนอย่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่คิดว่าจะหาจุดร่วมกันในการทำตามความคาดหวังของประชาชนคือการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอแนะแนวทางที่ดีขึ้นให้กับรัฐบาล ระบบการเมืองที่ปราศจากฝ่ายค้านคือระบบการเมืองที่อันตรายมาก จะเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบริหารแบบปราศจากการถูกตั้งคำถามและการตรวจสอบ
นายพริษฐ์ กล่าวว่า โดยที่ประชุมวิบฝ่ายค้านในวันนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 3 ประเด็น ที่เห็นว่ามีความสำคัญในขณะนี้ ได้แก่ คณะกรรมการชุดที่ 1 ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา มุมหนึ่งจะทำให้คำร้องที่มีการจัดทำขึ้น แล้วเสร็จในเดือนนี้ พร้อมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสิ่งที่ค้นพบมาก่อนหน้านี้คือ ป.ป.ช. อาจจะไม่มีการไต่สวนเลย แต่อาศัยช่องในการบอกว่าตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบข้อมูลที่จะดำเนินการต่อ จึงยกคำร้องไป ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช. ว่ามีการไต่สวนหรือไม่ และอีกประเด็นที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้ร้องที่ได้ร้องขอไปเกี่ยวกับการดำเนินการของ ป.ป.ช. คำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม และความเห็นของ ป.ป.ช. ก่อนจะยกคำร้อง โดยระเบียบ ป.ป.ช. ต้องส่งให้ผู้ร้องภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งในวันนี้วิปฝ่ายค้านจะออกหนังสือเชิญ ป.ป.ช. มาชี้แจงถึงกระบวนการขั้นตอนการทำงาน ที่จะทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและเพื่อให้คำร้องที่กำลังจัดทำอยู่มีความสมบูรณ์มากขึ้น
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการชุดที่ 2 ตรวจสอบกรณีการทุจริตในการเลือก สว. หรือคดีฮั้วเลือก สว. วันนี้มีภาคประชาชนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งคิดว่าความเร่งด่วนที่สุดของคดีนี้คือการจับตาท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คาดว่าต้องมีมติภายใน 1 เดือนข้างหน้า ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. มีมติว่าควรจะส่งเรื่องต่อไปยังศาล แต่ต่อมาทราบว่า กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งมีมติว่าควรจะยกคำร้องทั้งหมด โดยพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าจากหลักฐานข้อเท็จจริง ทั้งที่ปรากฏต่อสาธารณะและอยู่ในสำนวนเพียงพอที่ กกต. จะส่งเรื่องต่อศาล ซึ่งหากย้อนไป 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเพียงข้อความทางแอปพลิเคชั่น Line กกต. ยังมีมติส่งเรื่องไปยังศาลเลย ดังนั้น ในกรณีนี้ที่มีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการลงคะแนนเลือก สว. เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย กกต. ควรจะส่งเรื่องไปยังศาล และคณะกรรมการชุดที่ 3 ตรวจสอบคดีที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ว่าจะใช้กลไกอะไรบ้างนั้น จะต้องให้แต่ละพรรคหารือกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี