วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
542.jpg
ใช้คำพิพากษาเป็นอาวุธปิดปาก ทนายเขากระโดง แฉเบื้องหลังเกมการเมือง

ใช้คำพิพากษาเป็นอาวุธปิดปาก ทนายเขากระโดง แฉเบื้องหลังเกมการเมือง

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.05 น.

’ทนายเขากระโดง‘ แฉเบื้องหลังเกมการเมือง! ใช้ ‘คำพิพากษา’ เป็น ‘ตรายาง’ ไล่เช็กบิล ยันชัด ‘พ.ร.ฎ.ปี 2462 - ส.ค.1’ ไม่ใช่ใบสั่งยึดที่ดินเหมาเข่ง กังขาทำไม ‘ศาลปกครอง’ เดินตาม ม.61 พิสูจน์รายแปลง ไม่ ‘เพิกถอนทันที’ ตอกกลับพวกอวดภูมิชี้นำทำตัวเป็น ‘ศาลเตี้ย’ หวังผลทำลายล้าง ทั้งที่คดียังไม่จบ สวนทางข้อเท็จจริงในศาลบุรีรัมย์

วันนี้ 13 มิ.ย. 2569 นายชนินทร์ แก่นหิรัญ   ทนายความรับผิดชอบคดีเขากระโดง จ.บุรีรัมย์โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า บางคนยังพูดเรื่องเขากระโดงวนซ้ำไปซ้ำมา เหมือนอยากให้สังคมเชื่อว่า “ศาลฎีกาตัดสินแล้ว ทุกคนในพื้นที่ 5,083 ไร่ คือผู้บุกรุก และกรมที่ดินต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมดทันที” ทั้งที่ถ้ารู้กฎหมายจริง หรือมีสติพอจะอ่านกฎหมายให้ครบ จะรู้ว่านี่คือการพูดแบบตัดตอนจนทำให้สังคมเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง


คำพิพากษาคดีหนึ่งไม่ได้เป็นตรายางปิดปากประชาชนทั้งพื้นที่ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเป็นคู่ความในคดีนั้น กฎหมายยังให้สิทธิบุคคลภายนอกพิสูจน์ได้ว่า ตนมีสิทธิที่ดีกว่า หรือมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แตกต่างจากคดีเดิม คำพิพากษาที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์อาจนำไปใช้ยันบุคคลภายนอกได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลภายนอกหมดสิทธิอธิบาย หมดสิทธิโต้แย้ง หรือหมดสิทธิต่อสู้คดีของตนเอง

ถ้าคดีทุกอย่าง “จบแล้ว” อย่างที่บางคนพยายามปั่นคำถามง่าย ๆ คือ แล้วเหตุใดศาลยุติธรรมจึงยังรับฟ้องคดีที่ รฟท. ฟ้องประชาชนเป็นรายแปลงอยู่ในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เหตุใดศาลยังเปิดกระบวนการให้คู่ความนำพยานหลักฐานเข้าสืบกันต่อไป และเหตุใดศาลปกครองจึงไม่ได้สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดทั้งหมดทันที แต่ให้ดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งหมายถึงการตรวจสอบ สอบสวน รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย และพิจารณาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทนายเขากระโดง

คำว่า “กรมที่ดินมีอำนาจเพิกถอน” ไม่ใช่คำเดียวกับ “กรมที่ดินต้องเพิกถอนทันทีโดยไม่ฟังใคร” เพราะถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเพิกถอนเอกสารสิทธิของประชาชนโดยไม่ตรวจสอบแนวเขต ไม่พิสูจน์รายแปลง ไม่รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย และไม่เดินตามมาตรา 61 นั่นต่างหากคือการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ และจะสร้างความเสียหายทั้งต่อประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่ และต่อระบบกฎหมาย

สิ่งที่น่าเสียใจคือ คนจำนวนหนึ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “สิทธิที่ดีกว่า” ของบุคคลภายนอกคืออะไร ไม่รู้ว่าสำนวนคดีใหม่มีพยานหลักฐานอะไรที่แตกต่างจากคดีเดิม ไม่รู้ว่าที่ดินแปลงใดมีประวัติการออกเอกสารสิทธิอย่างไร ไม่รู้ว่าแนวเขตที่แท้จริงพิสูจน์กันอย่างไร แต่กลับอวดภูมิ ออกความเห็นฟันธง กล่าวหาคนทั้งพื้นที่ว่าเป็นผู้บุกรุก เป็นคนไม่เคารพคำพิพากษา หรือเป็นผู้โกงแผ่นดิน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นโจทก์ ไม่ได้เป็นจำเลย ไม่ได้เห็นสำนวน และไม่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของตัวเองเลย

การเรียกร้องความถูกต้องไม่ใช่การปั่นกระแสให้คนเกลียดชังกัน และการเคารพคำพิพากษาไม่ใช่การเอาชื่อศาลไปเป็นอาวุธปิดปากประชาชนที่กฎหมายยังให้สิทธิต่อสู้คดีอยู่ หากใครมั่นใจว่าที่ดินแปลงใดเป็นของ รฟท. ก็ให้นำพยานหลักฐานไปพิสูจน์ในศาล หากเชื่อว่าเอกสารสิทธิใดออกไม่ชอบ ก็ให้พิสูจน์ตามมาตรา 61 ไม่ใช่ใช้เสียงดังในสื่อแทนพยานหลักฐาน แล้วสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและชีวิตของคนอื่น

คดีเขากระโดงต้องจบด้วยข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และคำพิพากษาของแต่ละคดี ไม่ใช่จบด้วยความสะใจของคนที่ไม่รู้สำนวนคดีใหม่ แต่พูดเหมือนรู้ทุกอย่าง ยกเว้นสำนึกของตัวเอง

“อย่าเอาคำว่าเคารพคำพิพากษาถึงที่สุด มาเป็นข้ออ้างในการไม่เคารพสิทธิของคนที่กฎหมายยังให้เขาต่อสู้คดีอยู่”

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top