วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายกฯ สั่งครม.รับลูกขับเคลื่อนข้อเสนอวงหารือเจ้าสัว ชี้ หากภาคธุรกิจอยู่ได้ เกิดการสร้างงาน-สร้างรายได้ มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดัน 4 ด้านหลัก
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 พ.ค.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในการหารือร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ ให้ความสําคัญมาก และยืนยันกับประชาชนว่าการรับฟังเสียงจากผู้ประกอบการ ไม่ได้ทําไปเพื่อนักธุรกิจ แต่ถ้าภาคธุรกิจสามารถอยู่ได้ ก็จะนําไปสู่การสร้างงานและสร้างรายได้แก่ประชาชน ซึ่งข้อเสนอของผู้ประกอบการนายกฯได้นํามาสั่งการในครม. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานกําหนดกรอบ ว่าได้มีการดําเนินการขับเคลื่อนตามข้อเสนอนั้นอย่างไร ภายในทุกๆ 30 วัน และ 60 หรือ 90 วัน ตามเป็นระยะ ผ่านกลไกครม.เศรษฐกิจ และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)
โดยนายกฯเน้นย้ำ 4 ด้าน คือ 1. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน น้ำ และพลังงานสะอาด ได้มอบหมายให้สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ(สทนช.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลัก 2. ด้านการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับเอไอ และดิจิตอล ได้มอบหมายให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับกระทรวงแรงงานผลักดันตามข้อเสนอแนะ 3. การผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น ด้านสุขภาพ ดิจิตอล เกษตรสมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น โดยเรื่องนี้ให้กระทรวงการคลัง และสํานักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เป็นหน่วยงานหลัก และ 4. เรื่องการลดอุปสรรคการอนุญาต รวมถึงการใช้ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์ ได้มอบหมายให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ( ก.พ.ร.) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เข้าไปดําเนินการ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี