533.jpg
พลอยทะเล ฟาดกลับ พริษฐ์ คิดก่อนพูด! ปมวิจารณ์รัฐบาล ห้ามรถไฟเข้าเมือง

พลอยทะเล ฟาดกลับ พริษฐ์ คิดก่อนพูด! ปมวิจารณ์รัฐบาล ห้ามรถไฟเข้าเมือง

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.11 น.

"พลอยทะเล" แจง “พริษฐ์” วิจารณ์แนวคิดแก้ไขปัญหาการเดินรถไฟ “คิดตื้นเกินไป” ขอให้กลับไปคิดวิเคราะห์ให้รอบคอบก่อนพูด ย้ำชัดสั่งการ "ศึกษา" จัดระเบียบขนส่งสินค้า-คน เป้าหมายกำจัดจุดตัดบนดินอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชน

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) โดยระบุว่า รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยการไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาใจกลางเมืองเลยนั้น เป็นแนวคิดที่อาจจะ "คิดตื้นเกินไป" ขาดความรอบคอบ และเป็นการผลักภาระทั้งหมดให้กับประชาชน รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม ขอชี้แจงว่าความเข้าใจดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทั้งนี้ ขอย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการทันทีให้ดำเนินการ "ศึกษา" แนวทางการบริหารจัดการเส้นทางอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนของ "รถไฟขนส่งสินค้า" และ "รถไฟขนส่งคน" โดยมีเป้าหมายปลายทางสูงสุดคือ การลดและกำจัดจุดตัดทางรถไฟระดับดินในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้หมดไป


การแก้ปัญหาไม่ได้ใช้วิธี "ห้ามรถไฟทุกชนิดเข้าเมือง" แบบเหมารวมตามที่ฝ่ายค้านเข้าใจ แต่เน้นการบริหารจัดการเพื่อให้สังคมและทุกฝ่ายเข้าใจถึงแนวทางการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง โดยแยกการบริหารจัดการออกเป็น 2 ส่วนหลักให้ชัดเจน ดังนี้

ส่วนที่ 1: การบริหารจัดการแยกระบบระหว่าง "รถไฟขนส่งสินค้า" และ "รถไฟขนส่งคน"

การแก้ปัญหาไม่ได้ใช้วิธี "ห้ามรถไฟทุกชนิดเข้าเมือง" แบบเหมารวมอย่างที่ฝ่ายค้านเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่กระทรวงคมนาคมมีการจัดระเบียบตามประเภทการใช้งาน โดยแบ่งระยะเวลาการดำเนินการ ดังนี้

1. รถไฟขนส่งสินค้า (Freight Trains) ในระยะเร่งด่วน  กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปศึกษาแนวทางการใช้สถานีนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า เช่น ลาดกระบัง บ้านภาชี และนครปฐม ซึ่งจะลดขบวนรถไฟเข้าเมืองได้ทันที 10 ขบวน/วัน แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินรถสินค้าเข้ามายังพื้นที่ชั้นใน จะจัดเวลาการเดินรถให้อยู่ในช่วงเวลากลางคืนทั้งหมด พร้อมจัดการเดินรถให้สอดคล้องกับการใช้ไม้กั้นรถไฟร่วมกับสัญญาณไฟจราจร ส่วนในระยะยาว จะเร่งรัดการพัฒนาวงแหวนรอบกรุงเทพมหานครรอบที่ 3 เพื่อให้รถสินค้าที่มีปลายทางไม่ใช่ กทม. สามารถบายพาส (Bypass) ไปยังทิศทางต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเข้าพื้นที่ชั้นใน รวมถึงจัดตั้งศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) จากทางรางไปยังรูปแบบอื่นๆ เช่น ทางถนนและทางน้ำ ตามพื้นที่ต่าง ๆ บนเส้นทางวงแหวนฯ

2. รถไฟขนส่งคน / ผู้โดยสาร (Passenger Trains) เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงคมนาคม คือ "ต้องไม่มีจุดตัดระดับดินในพื้นที่ กทม. ทั้งหมด" แต่ในระหว่างที่รอการก่อสร้างโครงสร้างต่างระดับให้แล้วเสร็จ กระทรวงฯ ได้กำหนดมาตรการดังนี้:

• ระยะเร่งด่วน: บังคับใช้กฎเหล็ก "หากไม้กั้นยังไม่ลงมาปิดกั้น รถไฟจะไม่เคลื่อนขบวนโดยเด็ดขาด" โดยประสานพนักงานจราจรให้บังคับใช้ไฟสัญญาณจราจรให้รถหยุดก่อนถึงจุดตัด และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง เมื่อได้รับสัญญาณเตือนรถไฟ ขอให้ "หยุดรถหลังเส้นเหลือง" เพื่อให้ไม้กั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์

• ระยะกลาง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ รฟท. ใช้เวลา 3 เดือนในการศึกษาแนวทาง 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจุดตัดทางรถไฟ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI ประมวลผลการกั้นการจราจร (เช่น แผงกั้นอัตโนมัติ) ควบคู่กับสัญญาณไฟจราจร 2. การกำหนดจุดหยุดรถไฟทางไกลที่สถานีชานเมือง (เช่น ตลิ่งชัน, ลาดกระบัง) ก่อนเข้ากรุงเทพฯ โดยกระทรวงฯ จะดูแลเรื่องค่าโดยสารร่วมต้องไม่เพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านระบบตั๋วร่วม "เฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย" ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุด

• ระยะยาว: เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในส่วนที่เป็น Missing Link (ช่วงพญาไท-ยมราช-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) เพื่อกำจัดจุดตัดระดับดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในให้หมดไปอย่างถาวร

ส่วนที่ 2 คำชี้แจงต่อข้อเสนอ 3 ประการของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รัฐบาลขอชี้แจง ดังนี้

ข้อ 1. เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเด็ดขาด (ฝ่ายค้านเสนอให้เอาผิดผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง) รัฐบาลเห็นด้วยและได้สั่งการดำเนินการทันทีแล้ว ปัจจุบันกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณจุดตัดมีความพร้อมสมบูรณ์ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดำเนินการออกใบสั่งและลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรการเสริม กระทรวงคมนาคมจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยกำกับดูแล ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงหากฝ่าฝืนกฎจราจร (เช่น การจอดทับเส้นเหลือง หรือฝ่าไม้กั้น)

ข้อ 2. เรื่องการรื้อและออกแบบวิศวกรรมจราจรบริเวณจุดตัดใหม่ (ฝ่ายค้านเสนอให้แก้ปัญหาเชิงกายภาพ) กระทรวงฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กทม.) ในการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดให้สอดคล้องกับรอบการเดินรถของรถไฟแล้ว สำหรับมาตรการขั้นเด็ดขาด นอกเหนือจากการแก้เชิงวิศวกรรม กระทรวงคมนาคม ได้บังคับใช้มาตรการ "ไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน" พนักงานขับรถไฟจะไม่มีสิทธิ์นำขบวนรถผ่านจุดตัดหากระบบไม้กั้นขัดข้อง นี่คือการตัดความเสี่ยงที่เห็นผลทันที

ข้อ 3. เรื่องการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดจุดตัด (ฝ่ายค้านเสนอให้เร่งสร้างสะพานข้าม/อุโมงค์ทางลอดทั่ว กทม.) นั้น มีเป้าหมายตรงกัน คือการนำ "จุดตัดระดับดิน" ออกไปให้หมด แต่วิธีการบริหารจัดการระหว่างทางต่างกันซึ่งตามข้อเสนอของนายพริษฐ์ หากเร่งสร้างสะพานข้ามหรืออุโมงค์ในจุดตัดที่เหลืออยู่ทั่ว กทม. พร้อม ๆ กัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "การปิดพื้นผิวจราจร" ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาจราจรติดขัดอย่างมหาศาลและยาวนานหลายปี สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนัก กระทรวงคมนาคมได้ใช้แนวทางแบบ "มหภาค" มีแผนแม่บทด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนกว่า คือการเร่งผลักดันโครงการ Missing Link และวงแหวนรอบที่ 3 ตามที่กล่าวไปข้างต้น ควบคู่ไปกับการใช้การ "ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถ (Rerouting)" จะส่งผลลัพธ์ต่อการปรับพฤติกรรม นำระบบ "ตั๋วร่วม" มาใช้ และย้ายจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า/ผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้รถไฟวิ่งผ่านจุดตัดในเมืองน้อยลงจนหมดไปในที่สุด โดยไม่ต้องสร้างปัญหาการก่อสร้างบนถนนเพิ่ม ถือเป็นการแก้ปัญหาภาพรวมอย่างยั่งยืนถาวรกว่าการตามแก้ปัญหาเฉพาะจุด

“รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมมุ่งแก้ไขปัญหาผ่านการคิด วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อบริหารจัดการเส้นทางและทรัพยากรที่มีอยู่  ลดจุดตัดระดับดินให้เร็วที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการก่อสร้างที่สร้างผลกระทบ ต่อการจราจรทางถนน รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของทุกฝ่าย รัฐบาลมุ่งเน้นออกแบบนโยบายครอบคลุมทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย ความรวดเร็ว และผลกระทบระหว่างทางต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด การที่นายนายพริษฐ์ ออกมาพูดว่าแนวคิดแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เป็นแนวคิดที่อาจจะ "คิดตื้นเกินไป" ขอให้กลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา แนวคิดของรัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการการผลักภาระทั้งหมดให้กับประชาชน” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top