วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานสถาบันทิศทางไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ปกติผมไม่ค่อยได้ออกความเห็นในเรื่องข่าวสารผ่าน Facebook โดยเฉพาะข่าวลึกๆลับๆ ซึ่งในแต่ละวัน มักจะมีข่าว ผ่านหูผ่านตาผม อยู่เสมอไม่ออกความเห็นเพราะเห็นว่าข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่เมื่อเห็นข่าวคณะองคมนตรีประชุมร่วมกับนายกฯ ล่าสุดคือเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๖๙ ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)แล้ว
มีการตีความข่าวดังกล่าวให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกที่ไม่ชอบรัฐบาลก็บอกว่าเป็นสัญญาณแรง ที่สถาบันฯส่งถึงรัฐบาล พวกที่เชียร์รัฐบาลก็บอกว่านี่คือรูปแบบที่สถาบันฯ สนับสนุนรัฐบาล พวกส้ม บอกว่าสถาบันฯแทรกแซงการเมือง ว่ามุมไหนสถาบันฯข้อเสียหายทั้งสิ้น ทั้งๆที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทย
ทันทีที่เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจเลยได้กราบเรียนถาม ข้อเท็จจริงจาก“ท่านองคมนตรี”ที่อยู่ในที่ประชุมวันนั้นด้วย
ได้ความว่าการทำงานระหว่างคณะองคมนตรี กับรัฐบาล ในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้น ได้เริ่มอย่างเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่เมื่อปี ๖๒ โดยพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวได้เชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าเฝ้าพร้อมคณะองคมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวนี้ก่อตั้งขึ้นมา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เพื่อดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งวันนี้ มีนายพลากร สุวรรณรัฐ เป็นนายกมูลนิธิ และมีพลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร
ซึ่ง“ ท่านองคมนตรี”ได้เล่าว่า ในวันนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้กล่าวกับพลเอกประยุทธ์ และพลเอกอนุพงษ์ว่า “ จะขออนุญาตให้องคมนตรีซึ่งรับผิดชอบดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอยู่ทั่วประเทศ ประสานงานกับรัฐบาลเพื่อที่จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาคนไทย”
หลังจากวันนั้นบรรดาคณะองคมนตรีซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ต่าง ๆ ก็ได้ทำงานประสานกับบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ เมื่อมีความเดือดร้อนของประชาชนเกิดขึ้น เหตุผลที่ต้องดำเนินการในรูปแบบนี้เพราะเมื่อพี่น้องประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อน ก็มักจะมีการถวายฎีกาแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้ามาเป็นจำนวนมาก และฎีกาเหล่านี้ก็จะได้รับการดูแลด้วยดีเมื่อได้มีการทำงานร่วมกันระหว่างองคมนตรีกับรัฐบาลผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด
“ ท่านองคมนตรี” ยินดีให้ผมเผยแพร่เรื่องนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของพี่น้องประชาชน และผมเองอยากจะยกพระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้บริหารโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครมูลนิธิ ฯ ผู้โดยเสด็จพระราชกุศล และผู้มีอุปการคุณต่อมูลนิธิ ฯ ในโอกาสที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ฯ ก่อตั้งมาครบ ๖๐ ปี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
วันพุธ ที่ ๒๓ สิงหาคม ๖๖ ความว่า
"การดำเนินงานของมูลนิธิ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว แก่ผู้ประสบสาธารณภัย และผู้ได้รับผลกระทบนั้น
มีผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาช้านาน นับเป็นอนุสรณ์สำคัญ ของความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน"
หวังว่าเรื่องดราม่าทั้งหลายจะยุติลง
และจะได้เข้าใจบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีต่อพี่น้องประชาชนคนไทย
สนธิญาณ ชื่นฤทัยธรรม
๒๐ พฤษภาคม ๖๙ ดูน้อยลง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี