วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 21 พฤษภาคม 2569 นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่นชมมติคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันที่ตัดสินใจ “ยกเลิกชั้นความลับ” ในมติการยกเลิก MOU 44 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมเสนอให้รัฐบาลขยายผลเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างโปร่งใส โดยระบุว่า "ยกเลิกชั้นความลับ
สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่ขอให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลแบบโปร่งใส ไม่กั๊ก เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขอให้ทำจริง และทำอย่างรอบด้าน เป็นเรื่องทำไม่ยาก ทำได้ทันที แต่ช่วยบ้านเมืองได้มากจริง ๆ เรื่องป้องกันทุจริตก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการตรวจสอบความคิด วิธีคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งพัฒนาการความเป็นมาของนโยบายสำคัญต่าง ๆ ก็สำคัญมากเช่นกัน ขอย้ำอีกครั้ง ณ ที่นี้ว่าขอชื่นชมคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันที่มีมติ “ยกเลิกชั้นความลับ” ในการตัดสินใจมีมติเห็นชอบในหลักการให้ยกเลิก MOU 44 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 อยู่ในมติข้อ 3
.jpg)
การยกเลิกชั้นความลับทำให้เอกสารที่ประทับตรา “ลับมาก” หลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ โดยเฉพาะหนังสือ ที่ กต 0803/286 ลงวันที่ 26 เมษายน 2569 จากกระทรวงการต่างประเทศถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่อง “แนวทางการดำเนินการในการเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน” ความยาว 6 หน้า A 4 เป็นประโยชน์มากในการศึกษากรณีการยกเลิก MOU 44 และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ประชาชนสามารถเปิดอ่านได้อย่างสะดวกจากเพจ “ค้นหามติคณะรัฐมนตรี” ระบบเปิดของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)
ท่านจะเห็นว่าเมื่อยกเลิกชั้นความลับแล้ว เจ้าหน้าที่จะขีดฆ่าตรา ”ลับมาก“ บนและล่างของเอกสารแต่ละแผ่น แล้วลงนามกำกับไว้ การนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีนั้นมีกฎหมายและระเบียบกำกับไว้อย่างเข้มงวด หน่วยงานที่เสนอต้องลำดับความเป็นมา ข้อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรีในอดีตที่เกี่ยวข้อง และความเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เฉพาะมติคณะรัฐมนตรีในอดีตที่เกี่ยวข้องนั้นเรายังสามารถย้อนกลับไปค้นหาดูได้ ซึ่งถ้าไม่มีชั้นความลับแล้ว เราจะได้เอกสารความเป็นมาต่าง ๆ มาประกอบการศึกษาอีกเป็นปึก น่าเสียดายที่เรื่องราวของ MOU 44 ที่เป็นมติคณะรัฐมนตรีในอดีตน่าจะยังคงไม่มีการยกเลิกชั้นความลับ จึงไม่สามารถค้นหาจากระบบเปิด “ค้นหามติคณะรัฐมนตรี” ของสลค.ได้ ถ้ายกเลิกชั้นความลับในมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 มกราคม 2566 ที่มีอยู่รวมทั้งหมด 35 หน้า จะเกิดประโยชน์อีกมาก
.jpg)
เพราะจะทำให้ได้เห็นหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศ ที่ กต 0803/658 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประทับตรา “ลับที่สุด” ในหนังสือนี้จะแสดงร่างข้อตกลงลับที่สุดที่กัมพูชาเสนอมาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 และลำดับความเป็นมาของเรื่อง ตลอดจนเหตุผลที่เสนออย่างแข็งขันว่าไทยไม่ควรตอบรับและลงนาม นอกจากนั้นก็มีมติคณะรัฐมนตรีอีกหลายครั้งในช่วงปี 2557 - 2565 และปี 2552 รวมทั้ง 2544 หรือครั้งอื่น ๆ ที่ผมไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า
ถ้านำทั้งหมดมาเรียงกัน เราจะพบเห็นและเข้าใจเรื่องราวได้กระจ่าง และ “รู้จัก” คนได้มากขึ้น จะได้เห็นทั้งความเป็นมาของเรื่อง ความสอดคล้อง ความย้อนแย้ง และความเข้าใจหรือไม่เข้าใจของผู้กำหนดนโยบายในอดีต รวมทั้งความคงเส้นคงวาของหน่วยงานต้นเรื่องอย่างกระทรวงการต่างประเทศ

ที่พูดอย่างนี้ได้ เพราะได้อ่านมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 มกราคม 2566 และหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศวันที่ 26 ธันวาคม 2565 แล้วในฐานะกรรมาธิการศึกษา MOU ของวุฒิสภา กรรมาธิการได้ขอมติคณะรัฐมนตรีครั้งต่าง ๆ ไปยังสลค. เพื่อมาศึกษา ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งก็ได้มา แต่สลค.ท่านประทับตรา “ลับ”, “ลับมาก” และ “ลับที่สุด” ลงบนเอกสารเหล่านั้นที่ปริ้นท์ออกมาในกระดาษพิเศษมีลายน้ำว่าใช้ได้เฉพาะในกิจการของคณะกรรมาธิการเท่านั้น เมื่อเอกสารมาถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงต้องทำตามระเบียบที่เกี่ยวกับเอกสารลับ กรรมาธิการอ่านได้อย่างเดียว โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดู และเก็บโทรศัพท์มือถือก่อนทุกครั้ง ผมขอใช้สิทธิอ่านอยู่ 5-6 ครั้ง ครั้งหนึ่ง ๆ ก็ครึ่งวัน เพราะเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจมาก ก็ยังมีประโยชน์มาก ๆ เพราะสามรถนำมาประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการได้ แต่จะมีประโยชน์มากกว่านี้ ถ้าได้มีการเปิดเผยเป็นการทั่วไป เป็นไปได้ไหมที่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะมีมติยกเลิกชั้นความลับของมติคณะรัฐมนตรีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ MOU 44 แล้วนำสรรพเอกสารเข้าสู่ระบบเปิดของสลค.
แล้วใช้กรณีนี้เป็นต้นแบบของการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างโปร่งใส เชียร์ครับ !
คำนูณ สิทธิสมาน 21 พฤษภาคม 2569 #ยกเลิกชั้นความลับ#MOU44#ลับมาก#ลับที่สุด"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี