วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ชี้ ต้องใช้กฎหมายเคร่งครัด แก้ปัญหาบุกรุกที่ดินสาธารณะในพื้นที่ แนะส่วนกลาง กรมป่าไม้-กรมอุทยานฯ ลงมาช่วยดู เหตุรู้รายละเอียดมากกว่า เตรียมอัปเดตคำนิยาม ผู้มีอิทธิพล ให้ชัดก่อนทำบัญชีแดง เผยปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติกร่างดีขึ้น หลังเชิญสถานกงสุลในภูเก็ตหารือ
เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นช่วงการนำเสนอผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปปัญหาต่างๆ ที่พบในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ โดยมีความเห็นตรงกันว่าต้องมีการจัดสรรที่ดินอย่างเป็นธรรม, การบริหารจัดการที่ดิน และการกระจายอำนาจ ซึ่งที่ดินที่เป็นการบุกรุกโดยนายทุน และใช้ประชาชนบังหน้า ต้องจัดการด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนปัญหาที่ดินสาธารณะในพื้นที่ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้รุนแรง ในระดับจังหวัดน่าจะรับมืออยู่ แต่พื้นที่ที่มูลค่าสูง เช่น จ.ภูเก็ต และ จ.สุราษฎร์ธานี มีความพยายามที่จะต่อสู้เพื่อที่จะครอบครองสูง ตรงนี้หน่วยงานส่วนกลางต้องลงมาในพื้นที่ จะปล่อยให้หน่วยงานระดับจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปชนอย่างเดียว ตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงวันไหน
นายนิรัตน์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมป่าไม้ รวมถึงกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องลงพื้นที่มาจัดการเองด้วย เพราะรายละเอียดทั้งหมดอยู่กับหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่หน้างานจะดูตามเอกสารตามเนื้อผ้า ขณะที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจในจังหวัด จะดำเนินการตามเอกสารหมายศาลของคดีได้เท่านั้น หากลงลึกกว่านั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมาดู
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยังกล่าวถึงปัญหาเรื่องผู้อิทธิพล ซึ่งฝ่ายตำรวจขอให้มีการอัปเดตคำนิยามของผู้มีอิทธิพลให้ชัดเจน เพื่อประกอบการจัดทำฐานข้อมูล และบัญชีแดง จะได้ดำเนินการต่อไป ที่สำคัญจะต้องไม่ให้โตไปกว่านี้ เพราะถ้าโตจะจัดการลำบาก จากนั้นจะเป็นขั้นตอนดำเนินการปราบปราม และคุ้มครองพยานตามขั้นตอนของฝ่ายความมั่นคง ในส่วนของปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยภาคใต้อาจจะไม่หนักเท่าไหร่ แต่ต้องมีการจัดตั้งกลไกแก้ปัญหาให้ลึกลงไปถึงระดับอำเภอ ซึ่งฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครองเห็นตรงกันในเรื่องนี้
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ ปัญหาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ถ้าพื้นที่ทั่วไปจะมองในมิติของนักท่องเที่ยวถูกทำร้าย แต่ในภาคใต้มีเพิ่มในมิตินักท่องเที่ยวถูกทำร้ายโดยคนไทยกับนักท่องเที่ยวเริ่มมีพฤติกรรมทำร้ายหรือสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดหนาแน่น เช่น จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และ พังงา วิธีแก้ไขคือต้องควบคุมธุรกิจ และกิจกรรมเสี่ยงในบางกิจกรรมที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น ธุรกิจรถเช่าที่ต่างชาติเช่ารถแล้วขับ ตรงนี้ไม่มีกฎหมายควบคุม จึงเสนอให้มีกฎหมาย รวมถึงเรือหรือกิจกรรมทางน้ำที่ไม่มีกฎหมายรองรับจะต้องเร่งให้ออกกฏหมาย และต้องพัฒนาระบบซีซีทีวีแบบเรียลไทม์
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการสร้างความร่วมมือกับสถานทูต และสถานกงสุล เพื่อให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฏหมายไทย โดยช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ได้มีการเชิญสถานกงสุลทั้งหมดในภูเก็ตมาพูดคุยถึงภาพรวม รวมถึงการเจาะลึกเฉพาะชาติที่มีความน่ากังวล เป็นการขอพูดคุยแบบจริงจัง รวมถึงบังคับใช้กฎหมายโดยที่ไม่มีการประนีประนอม ซึ่งเป็นการพูดคุยกันชัดเจนว่าจะมีการดำเนินคดีโดยไม่ห่วงเรื่องการท่องเที่ยว แล้วถ้าความผิดร้ายแรงจะถูกส่งกลับประเทศ หากถึงขั้นจำคุกจะถูกแบล็คลิสต์ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้เริ่มนิ่ง ขณะนี้แทบไม่กระเพื่อม หลังจากเราดำเนินการอย่างจริงจัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี