วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
"นิกร"ซัดกลับ"เท้ง" เจาะยาง"แก้ รธน." ย้อนถ้าจะยื่นมาให้โดนคว่ำอีกก็แล้วแต่ ยัน"โมเดล สสร."ยึดเสียงข้างมากตามสัดส่วน สส. ขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้ง โต้ไม่มีสีใดผูกขาด-เนวินไร้เอี่ยวมีใบสั่ง
21 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนจำเป็นต้องแถลง เนื่องจากถูกโจมตีอีกแล้วจากฝ่ายค้าน และจริงๆ น่าจะเดินกันคนละเส้นอยู่แล้ว เพราะเราเป็นฝ่ายรัฐบาล คราวที่แล้วนายกรัฐมนตรี บอกว่าเป็นภารกิจของรัฐสภา และไม่ได้บรรจุมาเป็นร่างของพรรคประชาชน ครั้งที่แล้วผู้นำฝ่ายค้านก็บอกว่าไม่จริงใจ พอพรรคภูมิใจไทยยื่นเป็นร่างแรก ก็มีปัญหาอีก ทางใครทางมัน พรรคร่วมรัฐบาล ก็เสนอเข้ามา เพื่อปฏิบัติตามคำที่นายกฯ บอกว่าทำตามคำสั่งประชาชน ขยับซ้าย ขยับขวาก็ถูกโจมตี ตนมองว่าไม่เป็นธรรม ตอนนั้นก็บอกว่าไม่จริงใจ ไม่รับรองร่าง พอยื่นมา ก็หาว่าแบบนั้นแบบนี้ จะให้ถูกคว่ำอีกสักกี่หน เรารู้อยู่แล้วว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ศาลชี้แบบนั้นเพราะไปพิรี้พิไรยื่นแล้วยื่นอีก ศาลจึงชี้ว่าเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรงไม่ได้ ถามว่าเกิดจากใครที่ไปกระตุ้นขึ้นมา
"เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้วก็ไปผูกมัดทุกองค์กร เราจะไปสุ่มเสี่ยงแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องออกแบบใหม่ให้สสร.สมัครเข้ามาแบบร่างแรก แล้วให้รัฐสภาเป็นคนเลือกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น หากต้องการเสนอร่างรัฐธรรมนูญมาเพื่อให้ถูกเสนอคว่ำอีกที อย่างเช่นครั้งที่แล้ว ที่มีปัญหาเรื่องเสียง 1 ใน 3 ของวุฒิสภา ก็อยู่ที่นายณัฐพงษ์" นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนความกังวลว่าจะเป็น สสร.สีน้ำเงิน ตนเองและฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย คุยกันว่าต้องมีการคลายตัว โดยการแบ่งเป็น สว. 200 คน และ สส. อีก 500 คน โดยใช้กลไกรัฐสภาแบ่งสัดส่วนตามจำนวน สส.ที่แต่ละพรรคมีอยู่ ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลมี สส.มากกว่า จึงย่อมมีสัดส่วนมากกว่า หลักการตรงนี้จึงไม่ได้ผิดพลาด หากการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคของท่านมี สส.มาก ก็จะได้สัดส่วนมาก เราก็จะยอมรับ จึงรับประกันได้เลยว่าไม่มีสีใดสีหนึ่งโดยเฉพาะ ประเด็นต่อมา เรื่องการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว.ก็เป็นอีกองค์กรหนึ่ง ท่านมีความเชื่อของท่าน ก็ว่าไป แต่จะไปกล่าวหาว่าเพิ่มอำนาจให้ สว.ไม่ได้ เพราะครั้งนี้เราลดเสียง สว.ร่วมเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เป็น 1 ใน 4 เท่ากับใช้เสียง สว. 50 เสียง จึงไม่ถือเป็นการเพิ่ม หากเพิ่มขึ้นควรเป็น 1 ใน 2 ถือว่าลดมาจากร่างเดิมของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ผู้นำฝ่ายค้านจึงไม่ควรโจมตีกันด้วยความไม่มีหลักเกณฑ์
นายนิกร กล่าวถึงแนวทางที่ให้มีคูหาเลือกตั้ง สสร.ทางอ้อม ว่า หากมีคูหาก็จะสุ่มเสี่ยงขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 100% เดิมทีศาลไม่ได้ชี้มาแบบนี้ เราหวังว่าจะได้เลือกกันเอง เหมือนครั้งรัฐธรรมนูญปี 2540 ปรากฏว่า เมื่อพูดมาแบบนี้ ศาลจึงชี้มาว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง มาจากความพิรี้พิไรของใคร จากการสอบถามยื่นแล้วยื่นอีกของใคร ศาลจึงพูดให้ชัดไปแบบนี้เลย กลายเป็นว่าปิดทางตัวเอง แล้วยังมาบ่นคนอื่นอีก
"ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเสนอแนวทางให้มีคูหาเลือกตั้ง เพราะจะมีปัญหาตามมา เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าเป็นจังหวัดที่จะมีผู้สมัครมาเป็นจำนวนมาก จะทำให้เลือกยาก ในอดีตเคยมีแนวทางให้ผู้สมัครในแต่ละจังหวัดสมัครเข้ามา แล้วเลือกกันเองให้เหลือครึ่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่กล้าทำอย่างนั้นแล้ว เพราะใครล่ะ เป็นคนชี้ช่องให้ปิดทางแบบนี้" นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวต่อว่า ขณะที่ข้อกังวลว่าหากกลไกเป็นแบบนี้ จะทำให้เนื้อหารัฐธรรมนูญที่ร่างออกมา แย่กว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ตนขอถามกลับว่า ได้เห็นเนื้อหาแล้วหรือไม่ ควรว่ากันไปเป็นประเด็นก่อน พรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่พรรคฝ่ายติ เห็นอะไรก็ติไปหมด เมื่อรัฐบาลไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ก็บอกว่าไม่จริงใจ แล้วเมื่อยื่นร่างแก้ไขเข้ามาก็ตำหนิอีก โดยที่เรามีความมุ่งหวังจะทำให้สำเร็จ แต่อาจจะดูเลวร้ายในความคิดของฝ่ายค้าน ก็ค่อยไปว่ากันในการพิจารณาวาระหนึ่ง แต่ให้เราไปตามใจคุณไม่ได้ ไม่ควรล้ำเส้น เพราะเราต้องยึดเสียงข้างมากเป็นหลัก ส่วนกรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นการกล่าวหาที่ไม่อยู่ในข้อเท็จจริง เสี่ยงที่จะโดนฟ้องร้อง ตนเองได้อยู่กับผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันได้ว่า นายเนวิน ไม่เคยโทรหาตน หรือใครทั้งสิ้น
นายนิกร กล่าวด้วยไปว่า พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ก็ควรทำงานของใครของมัน ก่อนหน้านี้มีการมาขอดูร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนเองก็ไม่ให้ เพราะหากดูร่างของเราแล้วมาตำหนิทีละจุดๆ ถือว่าไม่เป็นธรรม ควรยกร่างตามความเชื่อของแต่ละฝ่าย แล้วค่อยมาบรรจุพร้อมกันในการพิจารณาของรัฐสภา ปกติตนไม่ว่าใครก่อน แต่นี่เป็นเพราะฝ่ายค้านเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี