533.jpg
ปชป.คึก!!! ดันฟื้นกฎหมายภาคประชาชนสัปดาห์เดียว 5 ฉบับ

ปชป.คึก!!! ดันฟื้นกฎหมายภาคประชาชนสัปดาห์เดียว 5 ฉบับ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

"ปชป."คึก! ดันฟื้นกฎหมายภาคประชาชนสัปดาห์เดียว 5 ฉบับ ทั้ง"PRTR-แรงงาน-สภา SME-กองทุน อสม." ชงแก้ รธน.ตั้ง"สสร."ห้ามแตะหมวด 1-2 ยื่นกระทุ้งสอบผลประโยชน์ทับซ้อน"ศักดิ์สยาม"ต่อ

21 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสรุปการขับเคลื่อนงานด้านนิติบัญญัติและมาตรการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบสัปดาห์ ว่า เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกเพื่อกอบกู้สิทธิของภาคประชาชน และอุดช่องว่างทางกฎหมายที่ถูกฝ่ายบริหารเพิกเฉย ยืนยันเดินหน้ายื่นร่างกฎหมายสำคัญและมาตรการตรวจสอบทุจริตอย่างเข้มข้น


นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ "ไม่ยืนยัน" ร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน ส่งผลให้ความเพียรพยายามของภาคประชาชนต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ในสัปดาห์นี้ สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาอีกครั้ง โดยหยิบยกเอาเนื้อหาที่ผ่านการเคาะจากชั้นกรรมาธิการวิสามัญชุดก่อน ซึ่งเป็นจุดสมดุลระหว่างภาคส่วนต่างๆ มาปัดฝุ่นและยกระดับให้เข้มข้นขึ้น ประกอบด้วย

1.ร่าง พ.ร.บ.รายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่างฉบับของ ปชป.จะใช้เนื้อหาเดิมที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและภาคธุรกิจแล้ว แต่จะมีการ ปรับลดระยะเวลาบทเฉพาะกาลให้สั้นลงจาก 5 ปี เหลือ 2 ปี เพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไทยให้สอดรับกับเกณฑ์ในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามหมุดหมายของประเทศ

2.ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มุ่งเน้นการขจัดปัญหาการเลือกปฏิบัติในสถานประกอบการทุกรูปแบบ โดยนำร่างที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้วมาปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานยุคใหม่

3.ร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อยกระดับและรับรองสถานะทางกฎหมาย กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณ และสิทธิประโยชน์ของแนวหน้าสุขภาพ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพิ่มกลไก "กองทุนสวัสดิการ อสม." เข้าไปในร่างกฎหมาย เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคได้จัดทำร่างกฎหมายที่เป็นเสาหลักนโยบายของพรรคเสร็จสิ้น และพร้อมยื่นต่อสภาอีก 2 ฉบับ คือ

1.ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ปรับปรุงกติกาให้หน่วยงานรัฐต้องจัดทำและจัดเก็บข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Digitalization) เพื่อความโปร่งใสและเอื้อให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล (Open Data) พร้อมกระชับกระบวนการอุทธรณ์ในกรณีที่รัฐปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลให้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

2.ร่าง พ.ร.บ.สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภา SME) จัดตั้งองค์กรกลางเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศในการคานอำนาจและเจรจาต่อรอง พร้อมบรรจุบทบัญญัติบังคับให้รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริม SME ไทยอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดสัดส่วนโควตาในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงในส่วนการตรวจสอบความโปร่งใสว่า คณะทำงานกฎหมายของพรรคได้ตรวจสอบมติและการแถลงข่าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จและไม่ได้แทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง

"พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตมีผลผูกพันทุกองค์กร และได้ชี้ชัดไว้แล้วว่าพฤติการณ์ของนายศักดิ์สยามเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 126 ในเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ดังนั้น สส.พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เข้าชื่อกันเพื่อยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยความผิดในประเด็นนี้ต่อไปตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนเสียง สส.ไม่เพียงพอตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยลำพัง จึงได้เปิดฉากเจรจาประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีอุดมการณ์และเผชิญปัญหาทำนองเดียวกัน เพื่อร่วมมือกันผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยดีเดย์เตรียมยื่นร่างร่วมกันภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีกรอบสาระสำคัญ 3 ประการ

1.ที่มาของ ส.ส.ร.ต้องกระจายตัว กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการคัดเลือกและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยกลไกการโหวตเลือกในรัฐสภาจะต้องออกแบบให้เกิดการกระจายสัดส่วน ไม่ให้กลุ่มทุนหรือเสียงข้างมากในสภาเข้าควบคุมหรือผูกขาดอาณัติของ ส.ส.ร.ได้

2.ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนต่อความมั่นคงของรัฐและความรู้สึกของสังคม

3.ปรับปรุงกระบวนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในชั้นรัฐสภาหลังจากที่ ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จสิ้น เพื่อให้กลไกประชาธิปไตยเดินหน้าได้โดยไม่ถูกกลุ่มเสียงข้างน้อยที่มีเงื่อนไขพิเศษใช้อำนาจยับยั้งจนร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต้องตกไป

"ทั้งหมดนี้ก็คืองานที่เกี่ยวข้องกับด้านนิติบัญญัติที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ขับเคลื่อนในสัปดาห์นี้" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top