533.jpg
ชัยชนะ แฉ จีนเทา จ้างหัวหน้าคอกม้า ชื่อย่อ ร.เรือ เป็นนอมินี-ฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงไร้ใบอนุญาต

ชัยชนะ แฉ จีนเทา จ้างหัวหน้าคอกม้า ชื่อย่อ ร.เรือ เป็นนอมินี-ฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงไร้ใบอนุญาต

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.56 น.

‘ชัยชนะ’ เปิดปฏิบัติการแฉ ‘จีนเทา’ จ้าง ‘หัวหน้าคอกม้า’ ชื่อย่อ ‘รอเรือ’ เป็นนอมินีถือทรัพย์สินหรู-ฟอกเงินผ่านสถานบันเทิงไร้ใบอนุญาต พบเคยต้องคดีเข้าเขมรผิดกฎหมาย  เตรียมชง ‘กมธ.ปปง.’ สอบ ลามเหน็บ ‘ชัชชาติ’ เคยสอบสถานบันเทิงจีนเทาย่านรัชดากม. มั่วสุมเสพยาบ้างหรือไม่ 
  
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 09.20น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ เปิดคลินิกทนายอาสาพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มจีนเทา ที่ถือพาสปอร์ตสัญชาติอื่น กลับประเทศจีนไม่ได้ และมาประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ต่างชาติ และมาฟอกเงินผ่านกิจการต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งร้านอาหาร สถานบริบันเทิง รวมถึงยังมีร้านหม่าล่าแห่งหนึ่ง หรือห้องคาราโอเกะหรู ซึ่งมีการเสพยากันในห้อง, ซุปเปอร์มาเก็ต บนถนนรัชดา ย่านเหม่งจ๋าย และย่านอาร์ซีเอ ซึ่งร้านดังกล่าว เป็นของกลุ่มคนจีนสีเทา โดยว่าจ้าง ''ม้า'' ซึ่งเป็นคนไทยมาจดทะเบียนธุรกิจการค้า และถือหุ้นแทน ซึ่งพบว่า รายได้ไม่สัมพันธ์กับการลงทุน ที่มีรายได้ถึง 30-100 ล้านบาท และสถานบันเทิงดังกล่าว ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย เปิดบริการเกินเวลาที่กำหนดจนถึงเช้า พบการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งกลุ่มจีนเทาดังกล่าว จะมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านหรูชานเมือง และมีบัญชีม้า ซึ่งเป็นเครือข่าย ''คอกม้า'' โดยเจ้าของคอกม้ามีอักษรย่อ 'ร.' เคยถูกจับฐานลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2563 ซึ่งบุคคลนี้ เคยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันอาศัยที่จังหวัดนนทบุรี 
       
นายชัยชนะ ยังได้เปิดผังคอกม้าที่มีทั้งเจ้าของคอก หรือ นาย ร. (รอเรือ)และยังมีฝ่ายบัญชี คอยกดเงิน มีผู้ถือครองทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินนาย ร.จะนำฝากไว้ที่เพื่อน 2 คน เป็นยานพหนะ และที่ดินฝากไว้ที่บิดาและมารดา รวมถึง นาย ร.ยังมีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีการส่งงบการเงิน เช่นเดียวกับมารดา นาย ร.ก็มีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่เคยส่งงบการเงิน และที่น่าแปลกใจ พบว่า มีทรัพย์สินจำนวนมาก และยังมีบ้านหรูมูลค่า 20 ล้านบาทย่านนนทบุรี โดยตนเอง มีข้อมูลทั้งหมด และจะส่งต่อให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินแลยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคับใช้กฎหมายต่อไป
       
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า นาย ร. ที่เป็นเจ้าของคอกม้า เป็นผู้ชาย อายุราว 30 ปี แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และผู้ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการคอกม้า ก็เคยต้องคดีเช่นเดียวกัน ซึ่งทราบว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดให้ปราบปรามเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งตนในฐานะนิติบัญญัติ ก็จะติดตามและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่หยุดยั้งแก๊งส์สแกมเมอร์ สังคมไทยจะยังมีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้น
       
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกรณีที่ชาวจีนเทาดังกล่าวมาเปิดธุรกิจ ในประเทศไทยว่า พบมีการดัดแปลงสภาพอาคาร ซึ่งภายในอาคารมีการแบ่งเป็นห้อง คล้ายผับส่วนตัว มีการมั่วสุมยาเสพติด ซึ่งมีมูลค่าการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และกลุ่มจีนเทา จะเลือกพื้นที่อาคารพาณิชย์ และปรับปรุงให้เป็นผับย่อม ๆ มีการมั่วสุม ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตนไม่ทราบว่า กรุงเทพมหานครทราบหรือไม่ โดยเฉพาะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบด้วยหรือไม่ว่า มีการดัดแปลงสภาพอาคาร และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านหมาล่า สถานบันเทิง  ในพื้นที่สุ่มเสี่ยงว่า เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อกำหนดของกรุงเทพมหานครบ้างหรือไม่ เพราะจากสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจฯ และได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ ที่กระทำผิด จนถึงขณะนี้ อาคารเหล่านี้ ก็ยังคงเปิดกิจการอยู่ ดังนั้น หลังจากนี้ จะส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการตำรวจชุดใหม่ ซึ่งตนในฐานะกรรมาธิการฯ ด้วย ก็จะไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะได้หลักฐานเส้นเงิน และตัวละครครบถ้วนแล้ว 

 


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top