533.jpg
ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง ‘อนุชา’พร้อมสู้ ชี้ปชป.ความหวังคนกรุง

ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง ‘อนุชา’พร้อมสู้ ชี้ปชป.ความหวังคนกรุง

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง
‘อนุชา’พร้อมสู้
ชี้ปชป.ความหวังคนกรุง
กทม.ติวเข้มจัดเลือกตั้ง

ปลัด กทม.ลงนามประกาศจัดเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.-สก.”28 มิถุนายน อย่างเป็นทางการ เปิดรับสมัคร 28 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ พร้อมเปิดอบรมติวเข้มเตรียมพร้อมย้ำต้องโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม ย้ำยึดกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ด้าน “อนุชา บูรพชัยศรี”ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้า หาเสียงย่านสุขุมวิท ไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง “อภิสิทธิ์”ซัดรัฐบาล“กู้เงิน-แลนด์บริดจ์” ไม่คุ้ม ผลักภาระชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.)ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครเรื่องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)และประกาศ เรื่องให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.)


ประกาศเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.-สก.28พ.ค.

โดยกำหนดวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2569 กำหนดระยะเวลาสมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 08.30 น.
ถึงเวลา 16.30 น. สถานที่รับสมัคร ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลา
ว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง จำนวน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะเลือกตั้ง1 คน เขตเลือกตั้ง 1 เขต และ จำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะเลือกตั้งทั้งสิ้น 50 คน เขตเลือกตั้งมี จำนวน 50 เขต

ทั้งนี้ จะมีการแถลงข่าวการเตรียมการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 โดยมีปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมกกต.ทถ.กทม. และ ผู้บริหารกทม.ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการรับสมัครฯ ณ โถง ชั้น 1 อาคารไอราวัตพัฒนา และมีการซักซ้อมเสมือนจริงระบบการรับสมัคร สก.และผู้ว่าฯกทม. ณ ห้องบางกอก ชั้น B2อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)

ปลัดกทม.ติวเข้มพร้อมจัดเลือกตั้ง

เวลา 09.00 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.)เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.)และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) รุ่นที่1สำหรับผู้บริหารเขต โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร รองปลัดกทม. ผู้อำนวยการสำนัก ผู้ตรวจราชการกทม.
ผู้ช่วยปลัดกทม. ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สก.และผู้ว่าฯกทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในวิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติงานเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต และเที่ยงธรรม

สำหรับผู้เข้ารับการอบรมแบ่งเป็น 2 รุ่น รวม 530 คน สำหรับผู้บริหารเขตประกอบด้วย ผู้อำนวยการเขต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่าย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากสำนักงานเขตและข้าราชการสังกัดสำนักงานปกครองและทะเบียน รวม 530 คน

เน้นต้องโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม

โดยปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าการเลือกตั้งสก.และผู้ว่าฯกทม.ถือเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารบ้านเมือง ดังนั้น การจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

“กทม.มีบทบาทสำคัญในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การเตรียมความพร้อมของบุคลากรจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ลดข้อผิดพลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง การอบรมครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในด้านความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติงานจริง จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ”ปลัดกทม.ย้ำ

‘มาร์ค’นำทัพควง’อนุชา’ลุยหาเสียง

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และ นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ย่านถนนสุขุมวิท ซอย 4 และบริเวณริมทางเท้าบนถนนสุขุมวิท ซอย 5-115 สำรวจป้ายโฆษณาเชิญชวนเสพกัญชาในลักษณะสันทนาการเพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลนำไปออกเป็นนโยบายในการหาเสียง

จี้กทม.จัดระเบียบป้ายร้านกัญชา

นายอนุชา กล่าวว่าบริเวณพื้นที่ย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสิ่งที่เห็นและต้องเร่งดำเนินการคือเรื่องของกัญชาเพราะในบริเวณพื้นที่นี้ตลอดเส้นถนนสุขุมวิทมีการโฆษณาเชิญชวนใช้กัญชาในเชิงสันทนาการ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนกัญชาให้ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ในส่วนของสันทนาการพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าจะต้องมีการควบคุม อะไรที่เกินเลยจากกฎหมายที่กำหนดไว้ ต้องเร่งดำเนินการ หลายเรื่อง กทม.สามารถดำเนินการเองได้ทั้งป้ายโฆษณา เชิญชวนรวมถึงร้านค้าที่เปิดใกล้โรงเรียนหรือวัด โดยเรื่องนี้ กทม.สามารถเข้ามาดูแลได้โดยตรง ส่วนเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายที่จะต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นเช่นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงอื่นๆ เราก็จะต้องเป็นเจ้าภาพในการประสานงาน แต่ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

นอกจากนี้ หากต้องการให้กรุงเทพฯเป็นเมืองเศรษฐกิจต้องไม่มอมเมาประชาชนและสร้างค่านิยมผิดๆให้แก่เยาวชน อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองภาพลักษณ์นักท่องเที่ยว การจะมีป้ายโฆษณาร้านค้าที่เชิญชวนใช้กัญชาอย่างเสรี ต้องควบคุมไม่ให้ภาพลักษณ์เหล่านั้นออกไปในทางที่ผิด วันนี้ไม่ได้มาตรวจสอบ เพียงแค่มาดูสภาพความเป็นจริง สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองฟ้าอมรแอนด์มอร์ ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการสิ่งที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดี

การลงพื้นที่ในวันนี้จะเน้นในเรื่องกัญชาส่วนเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องทั้งการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลักและเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ ก็ต้องประสานงานเพื่อให้มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย ก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นการทำงานที่นอกเหนือความรับผิดชอบของ กทม.แต่เราต้องเป็นเจ้าภาพเป็นต้นเรื่อง รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนชาว กทม.

ลั่นไม่หวั่นแม้กระแสเป็นรอง

นายอนุชายังกล่าวถึงกระแสความนิยมหลังเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผลโพลยังเป็นรองว่าไม่ว่าใครจะมีคะแนนนำ สุดท้ายแล้วอยู่ที่ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัว แคนดิเดตหลายคน คนกรุงเทพฯไม่มีความรู้สึกว่า อยากจะไปเลือกตั้ง แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาโพลออกมาว่าคนกรุงเทพฯ อยากไปเลือกตั้งซึ่งมีคะแนนค่อนข้างสูง คนกรุงเทพฯตื่นตัว ในเรื่องของการเลือกผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการเปิดตัวหรือนำเสนอตัวผู้สมัครมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนกรุงเทพฯมีความหวังว่ากรุงเทพฯสามารถเป็นได้มากกว่านี้ สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้

เชื่อปชป.ยังเป็นความหวังปชช.

นายอนุชาเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นความหวังของประชาชนโดยตลอด คิดว่าการลงพื้นที่และการนำเสนอนโยบายในอนาคต บวกกับนโยบายของสก.ในแต่ละเขตที่มีความแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์แม้เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ นายสกลธี ที่ดูแลกรุงเทพฯนายกรณ์ ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจและนายองอาจ ก็ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ ดังนั้น เรามีองคาพยพที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ จึงมั่นใจว่า การทำงานในลักษณะแบบนี้จะเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับชาวกรุงเทพฯอย่างแน่นอน

‘อภิสิทธิ์’หยันรบ.สุดซอยไม่จริง!

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการจับสัญญาณทางการเมืองหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยตีความพ.ร.ก.กู้เงินว่า จริงๆวันนี้ตนไม่ได้มองเรื่องการเมือง แต่พยายามทำงานในลักษณะเตือนรัฐบาล เกี่ยวกับทิศทางบริหารเศรษฐกิจ บริหารประเทศ โดยด้านหนึ่งในเรื่องของพ.ร.ก.กู้เงินนั้น ก็เห็นได้ชัดแล้วว่ามีแนวความคิดที่แปลกใหม่ ตนก็มั่นใจโดยเหตุผลที่เราพยายามเรียกร้องไปยังรัฐบาลน่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลรับฟังมากขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมักจะพูดว่าเป็นห่วงพี่น้องประชาชน จึงจำเป็นต้องกู้เงินมาเพื่อแจก แต่จริงๆสิ่งที่ท่านทำได้เลย เรายังยืนยันว่า คือ การทำให้ราคาน้ำมันถูกลง

“วันนี้น่าเสียดายที่ รมว.คลังปฏิเสธเรื่องนี้ทั้งๆที่ตนได้อธิบายแล้วว่ารายได้จากการสูญเสียน้ำมันนั้นน้อยกว่ากันเยอะในขณะที่เราสามารถแก้ปัญหาให้กับทุกคนได้และยังไม่ต้องไปก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานเคยบอกกับเราว่าจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องค่าการกลั่นของโรงกลั่นสูงผิดปกติ อ้างว่าจะเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ โดยเดือนที่แล้วบอกว่า3บาท ที่ไปขอเขามาก็เพิ่มเป็น5บาท แต่พอสังคมไม่ได้จับจ้องอยู่ก็ลดมาเเหลือ 3 บาทแล้ว ปัจจุบันคือไม่ได้ทำแล้ว กลับไปสู่ระบบเดิม แต่พยายามตรึงราคาหน้าปั๊มโดยโยนภาระกลับมาที่กองทุนน้ำมัน เท่ากับว่าคนใช้น้ำมันก็มีภาระในอนาคต อันนี้ตรงข้ามกับคำพูดว่าสุดซอย ตรงข้ามกับคำพูดที่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ มันก็กลับมาที่เรื่องเดิมว่าถ้ารัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังกับต้นเหตุ คือราคาพลังงานราคาน้ำมันในที่สุดแล้วรัฐบาลจะเสียเงินจำนวนมากช่วยประชาชนได้ชั่วคราวแต่สร้างหนี้ให้กับลูกหลานเรา เราจึงต้องเดินหน้าเรื่องนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เตรียมชำแหละ‘แลนด์บริจด์’

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าในสัปดาห์หน้าเราจะชี้ให้ชัดเกี่ยวกับโครงการ Land Bridgeซึ่งต้องใช้เงินเกือบ1ล้านล้านบาท ด้วยเงินจำนวนเดียวกันนี้ คนใต้สามารถ มีมอเตอร์เวย์จากกรุงเทพฯถึงชายแดนมีรถไฟรางคู่ที่เป็นระบบไฟฟ้าเชื่อมกับมาเลเซียได้ สามารถพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่ระนอง ทั้งฝั่งอ่าวไทยที่จะไปเชื่อมกับปีนังก็ได้ยังมีเรื่องการเชื่อมสมุยภูเก็ตเป็นต้นซึ่งใช้เงินน้อยกว่าด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้เราจะเดินหน้าเพื่อให้รัฐบาลหันมารับฟัง

นอกจากเรื่องนี้ ยังมีประเด็นที่ว่าการรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะไม่สามารถโอนงบประมาณได้นั้นแต่ความจริงตอนนี้เริ่มเห็นแล้วในบางกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีคนใหม่เข้าไปก็พบว่าหลายโครงการมีปัญหาเช่นกระทรวงอว.วันจันทร์นี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีการแถลงข่าวในเรื่องการใช้เครื่องมือในการตรวจสอบความผิดปกติในการใช้งบประมาณ โดยจะเริ่มจากทุกโครงการที่ใช้AIหรือปัญญาประดิษฐ์

ย้ำไม่รับได้ถ้ามีประโยชน์แอบแฝง

เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไรหลังจากผู้มากบารมีทางการเมืองทั้งค่ายสีแดงและค่ายสีน้ำเงิน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าปัญหาของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีบารมีมาค้ำ ปัญหาของรัฐบาลคือต้องแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้หรือไม่ ตอนนี้ความเดือดร้อนเราก็ทราบโดยทั่วกัน สิ่งสำคัญอย่างที่ตนพูดในวันแรกว่า ตนเข้าใจว่าการแก้ปัญหาหลายอย่างอาจไม่ตรงใจ อาจไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่หากมีผลประโยชน์แอบแฝง คงไม่มีใครรับได้

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าขณะนี้ระบอบน้ำเงินกำลังกินรวบประเทศไทยมองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าตนคิดว่าอย่าเพิ่งรีบสรุป เพราะมีบทเรียนมาทุก ยุคทุกสมัยว่ามีความพยายามกินรวบ หรือลุแก่อำนาจจะจบไม่สวยหรอก

หนุนให้สภาพิจารณาพรก.กู้เงิน

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้เสนอเรื่องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินซึ่งประธานสภาผู้แทนฯมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของประธานสภาฯตอนนี้ที่มีความสับสนนิดหน่อย เหมือนกับว่ารัฐบาลเพิ่งมีมติเกี่ยวกับการกลั่นกรองโครงการ แต่ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ว่า รัฐบาลดำเนินการกู้เงินแล้วหรือยัง ตนเข้าใจว่าประธานฯให้เหตุผลว่าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยเรื่องนี้แต่ตนคิดว่าหากเมื่อใดที่รัฐบาลมีการกู้เงินชัดเจน ตนคิดว่าก็เป็นเรื่องที่ควรที่จะเร่งพิจารณาโดยเร็ว

‘ถาวร’กระทุ้งภาษีหุ้นชินคอร์ป1.7หมื่นล.

นายถาวร เสนเนียม อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนผู้ที่ส่อกระทำความผิด เพิกเฉยต่อการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่า กรณีสืบเนื่องจากคุณทักษิณต้องจ่ายภาษี 17,600 ล้านบาทอันเนื่องมาจากการขายหุ้นชินคอร์ปยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ ผมถาวร เสนเนียม ต้องการกระตุ้นต่อมความคิดของสังคมเพื่อช่วยกันในการตรวจสอบ

นายถาวรระบุว่า คือเมื่อคุณทักษิณยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30 เมื่อปี 2560 หลังจากถูกแจ้งการประเมินภาษีแล้วกฎหมายกำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 31ว่าการยื่นอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการบังคับชำระภาษี นั่นหมายความว่าแม้จะยื่นอุทธรณ์ก็ตามกรมสรรพากรก็มีอำนาจยึดอายัดทรัพย์เพื่อบังคับชำระค่าภาษีได้ ตามอำนาจที่กำหนดไว้ในมาตรา 12 แต่มีข้อยกเว้นว่า ถ้าคุณทักษิณยื่นขอทุเลาการบังคับชำระค่าภาษีและอธิบดีกรมสรรพากรอนุญาตก็สามารถทุเลาการบังคับชำระภาษีไว้ก่อนได้

ซึ่งปกติการที่อธิบดีกรมสรรพากรจะอนุญาตให้ทุเลาได้ผู้ยื่นอุทธรณ์คือคุณทักษิณจะต้องวางหลักประกันค่าภาษีและอาจใช้บุคคลอื่นค้ำประกันไว้ด้วย แต่ปรากฏว่าทางกรมสรรพากรไม่ได้ดำเนินการใดๆเพื่อให้มีการขอทุเลาและวางหลักประกันค่าภาษีเลย ทั้งๆที่ควรมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐอย่างยิ่ง

จี้ปปช.ไต่สวนกรมสรรพากรเพิกเฉย

และในทางปฏิบัติของกรมสรรพากร แม้แต่ค่าภาษีจำนวนเล็กน้อยของผู้เสียภาษีรายย่อย เมื่อจะมีการดำเนินการให้ขอทุเลาจะต้องวางหลักประกันเสมอ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ แต่รายนี้มีค่าภาษีถึง 17,000 กว่าล้านกลับละเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการเลยเรื่องนี้ ผมขอเรียกร้องไปยังป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนผู้ที่ส่อกระทำความผิดแต่ป.ป.ช.ยังไม่สามารถตั้งเรื่องได้ เพราะยังไม่มีใครร้องต่อป.ป.ช.เห็นแล้วหดหู่จริงๆ

พวกเราประชาชนต้องเสียภาษีกันทุกบาททุกสตางค์ ขณะนี้เงินภาษีของรัฐก็ยิ่งเก็บได้น้อยลงไม่เพิ่มขึ้นเลย กรมสรรพากร ก็กลับปล่อยปละละเลยรายใหญ่ให้ลอยนวล ถ้าเรื่องนี้ได้มีการขอทุเลาและวางหลักประกันไว้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 31 ตั้งแต่ปี 2560 เมื่อศาลพิพากษาในปี 2568 ก็สามารถบังคับกับหลักประกันได้เลย รัฐไม่เสียหายแน่นอน การที่อธิบดีกรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทุกๆคนที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนนี้จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 154 และ 157 จึงอยากให้มีการดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

เรื่องนี้ผมนายถาวร เสนเนียมขอร้องเรียนไปยังป.ป.ช.ผ่านเพจของผมและสื่อต่างๆหรือ ท่านใดจะหยิบยกเรื่องนี้ไปร้องต่อป.ป.ช.ก็จะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม ประเทศชาติและประชาชนครับ ขอเรียนว่าเรื่องการขอทุเลาการชำระค่าภาษีเป็นบทบัญญัติพิเศษที่จะดำเนินการได้เฉพาะตามประมวลรัษฎากรมาตรา 31 เท่านั้น ไม่ใช่กระบวนการขอทุเลาในชั้นศาลได้เหมือนคดีแพ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งครับ

‘เสรีพิศุทธ์’โวย’ส้มไม่ช่วย’ขอ50ชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเพจเฟซบุ๊กของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของพรรคฝั่ง “สีส้ม” พรรคประชาชนอย่างดุเดือด “หยุดอนุทิน ทวงคืนเขากระโดง” ขอ”ส้ม”เพียง 50 ชื่อเพื่อจับ”ยักษ์น้ำเงิน”ที่ส้มปล่อยออกมากลับเข้าขวด แต่ส้มไม่ช่วย อยากให้เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเหนือนโยบายส่วนตน

โดยเนื้อหาระบุว่าทางพรรคเสรีรวมไทยต้องการรายชื่อ ส.ส. เพียง 50 ชื่อ เพื่อร่วมกันยื่นถอดถอนและจับ “ยักษ์น้ำเงิน” ที่ฝั่งสีส้มเคยปล่อยออกมาให้กลับเข้าขวด แต่ปรากฏว่าทางฝั่งสีส้มกลับนิ่งเฉยและไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมตัดพ้อทิ้งท้ายว่า อยากเห็นพรรคการเมืองเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเหนือนโยบายส่วนตน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top