Logo วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
เปิดลงทะเบียนวันแรก  30ล้านคนเฮ  ดีเดย์ไทยช่วยไทยพลัส

เปิดลงทะเบียนวันแรก 30ล้านคนเฮ ดีเดย์ไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : ดีเดย์ไทยช่วยไทยพลัส เปิดลงทะเบียนวันแรก 30ล้านคนเฮ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เปิดลงทะเบียนวันแรก

30ล้านคนเฮ

ดีเดย์ไทยช่วยไทยพลัส

เริ่มต้น6โมงเช้า25พ.ค.

แบงก์กรุงไทยพร้อมแล้ว

เผยขั้นตอนสมัคร3กลุ่ม

หวังกระตุ้นศก.ฐานราก

สิ้นสุดการรอคอย รัฐบาลประกาศดีเดย์ 25 พฤษภาคมนี้ เปิดลงทะเบียนวันแรกเจอกัน 6 โมงเช้า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ภายใต้เงื่อนไข รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 60 ส่วนประชาชนออกเองอีก 40 ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เผยขั้นตอนสมัครทั้งกลุ่มคนทั่วไป 30 ล้านสิทธิและร้านค้ารายย่อย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเปิดโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ร้านค้าชุมชนผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ


รองโฆษกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการร่วมจ่ายระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

สำหรับประชาชน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 29 กันยายน 2569 หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านคน โดยต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เป็นผู้ถูกระงับสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ ทั้งนี้ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. และในส่วนของ Food Delivery จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.

นางสาวลลิดา กล่าวด้วยว่าในส่วนของร้านค้า ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ขณะที่ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ครอบคลุมร้านค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า ร้านอาหาร รถเข็น Food Delivery ร้าน OTOP และบริการขนส่งสาธารณะ โดยรัฐบาลคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจับจ่ายในระดับชุมชน และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถฟื้นตัวและเดินหน้าธุรกิจได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โครงการ และสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center) สำหรับประชาชน โทร. 0 2111 1122 กด 2 ร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 หรือสอบถามผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ ในวันและเวลาทำการ

“รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก คือกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการไปพร้อมกัน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง และช่วยประคับประคองค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเวลานี้” รองโฆษกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส ในกลุ่มคนทั่วไป 30 ล้านสิทธิ จะเริ่มต้นเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 25 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 06.00 น.-22.00 น. ไปจนถึงวันที่ 29 พ.ค. ผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยมีเงื่อนไขคือรัฐบาลจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ใช้จ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อวันและต้องใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนนั้นโดยไม่กระทบเดือนถัดไป

สำหรับร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านจุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แบ่งแนวทางการสมัครออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ได้ทันที 2.ร้านค้าและผู้ประกอบการที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส ต้องลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย ประเภทบุคคลธรรมดา สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์

พร้อมดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อขอรับรองจากหน่วยงานที่กำหนด ที่ไทยช่วยไทยพลัส.th/howto/merchant และอัปเดตแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ก่อนยื่นเอกสารสมัคร และ 3.ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง เรือโดยสารสาธารณะ และรถร่วมบริการ สามารถสมัครผ่านการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นถุงเงิน โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย

สำหรับขั้นตอนการสมัครของร้านค้าใหม่ ร้านค้าจะต้องตรวจสอบประเภทกิจการ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร และนำเอกสารไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรอง ก่อนนำมายื่นสมัคร ณ จุดให้บริการของธนาคารกรุงไทย เมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว ระบบจะส่ง SMS แจ้งผล และแบนเนอร์ไทยช่วยไทย พลัส จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน เพื่อให้ร้านค้ากดยอมรับเงื่อนไขโครงการและเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 เวลา 06.00-23.00 น.

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำหนดคุณสมบัติร้านค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน ร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ รวมถึงนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยกิจการต้องสามารถตรวจสอบได้ และต้องไม่เป็นร้านสะดวกซื้อประเภทแฟรนไชส์ หรือธุรกิจรับสินค้าผู้อื่นมาจำหน่ายในลักษณะตัวแทน

นอกจากนี้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐที่ผ่านมา เช่น โครงการคนละครึ่ง ระยะต่างๆ และโครงการคนละครึ่ง พลัส

สำหรับประเภทสินค้าและบริการที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ประกอบด้วย อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ ยกเว้น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการที่เป็นการชำระเงินล่วงหน้า

รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า หากร้านค้าไม่มีข้อมูลการประกอบกิจการอยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐ จะต้องได้รับการรับรองว่ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทย หรือกรุงเทพฯ มอบหมาย เพื่อให้การเข้าร่วมโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องและป้องกันการสวมสิทธิ

ในส่วนของการรับชำระเงิน ภาครัฐจะโอนเงินในส่วนที่รัฐร่วมจ่ายเข้าบัญชีร้านค้าผ่านระบบแอปฯ ถุงเงิน ตามระยะเวลาที่กำหนด และกรณีโอนเงินไม่สำเร็จ จะมีการ Retry ทุกวันศุกร์ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่กับการกำกับดูแลความโปร่งใส เพื่อให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นอีกกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนอย่างทั่วถึง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส ส.อ.ท.ลุ้นดันจีดีพีเอสเอ็มอีพุ่ง35-40%

วราวุธเล็งถก3กระทรวงปฏิรูปน้ำตาล

ชีพจรโลกธุรกิจ : 25 พฤษภาคม 2569

สั่งเขมรหุบปาก ‘สีหศักดิ์’ศอกกลับยับ มั่วใส่ร้ายประเทศไทย

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved