Logo วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
รัฐบาลมั่นคง  หนูมอบนโยบายทูต  ต่อยอดประเทศไทย

รัฐบาลมั่นคง หนูมอบนโยบายทูต ต่อยอดประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : เยือนฝรั่งเศส รัฐบาลมั่นคง หนูมอบนโยบายทูต ทูตไทย24ปท.
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นายกฯอนุทิน มอบนโยบาย ทูตฯไทยยุโรป 24 ประเทศ ยันรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพทางการเมืองมั่นคงแข็งโป๊กขอช่วยกันต่อยอดประเทศไทย เน้น 4 หลักการทำงาน เพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรม ขณะเดียวกันยังกล่อมนักลงทุนฝรั่งเศสขนเงินไปลงทุนในไทย ประกาศไทยคือ “ช่วงเวลาแห่งการลงทุน”ชูศักยภาพประตูสู่อาเซียน ดึงลงทุน EEC–พลังงานสะอาด–AI

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง) ณ ห้อง Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะพบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง (Mr. François Corbin) รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส–ไทย พร้อมผู้แทนภาคเอกชนจาก MEDEF International เข้าร่วมกว่า 38 บริษัท


ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ บริษัทชั้นนำและผู้นำภาคธุรกิจของฝรั่งเศสจำนวนมาก ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งโอกาสนี้ ยัง

เป็นจังหวะสำคัญเพราะเป็น “ช่วงเวลาต่อการเข้าการลงทุนในไทย” (Moment to invest in Thailand) รวมทั้งศักยภาพของไทยในฐานะประตูสำคัญสู่อาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไทยมีความศักยภาพ

ทั้งนี้ ฝรั่งเศสเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร

ประเด็นสำคัญที่นายกฯ ได้กล่าวต่อนักลงทุน ดังนี้

1.เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ (MRO) อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและอุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง

2.สร้างความมั่นใจว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และกำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต

3.ไทยเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น รวมทั้ง โครงการ Thailand FastPass ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกแก่โครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดระยะเวลาในการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจุดแข็งของประเทศไทยทั้งต้นทุนการแข่งขันได้ บุคลากรที่มีทักษะสูง พันธมิตรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และการเข้าถึงเป็นประตูเชื่อมไปยังตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน และตลาดเอเชียด้วย

4.การผลักดันความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป จะยิ่งเปิดโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้น กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย คือหลักฐานของความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตราฐานกฏหมายไทยให้เป็นสากลในทุกๆด้าน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียินดีและพร้อมต้อนรับคณะผู้แทนจาก MEDEF International มีกำหนดเยือนไทยในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะได้มีการติดตามการพูดคุยและความร่วมมือในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส ยังให้ความสนใจสอบถามนโยบายและแนวทางสำคัญของรัฐบาล อาทิ การพัฒนาคมนาคม การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานสู่พลังงานสะอาด การส่งเสริมทักษะกำลังคน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี ชั้นสูงในการดูแลรักษาโบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรม

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายกฯ นายอนุทิน พร้อมคณะเข้าร่วมการประชุมเอกอัครราชทูต/กงสุลใหญ่ ประจำภูมิภาคยุโรป เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดและมอบนโยบายในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภูมิภาคยุโรป ณ ห้อง Salon Foch ชั้น 1 Le Cercle de l’Union interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

โดย นายกฯอนุทิน ได้เล่าเรื่องราวในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนให้เหล่าทูตได้รับฟัง ทั้งยืนยันรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง จากนี้ไปต้องผลักดันการทูตเชิงรุก และตนหารือกับ รมว.ต่างประเทศ เสมอว่า การทูต 2.0 คือการทูตที่จับต้องได้ เป็นการทูตเชิงรุกที่รักษาสมดุลท่ามกลางความขัดแย้งของโลก โดยให้ความสำคัญกับ 4 เสาสำคัญ คือ การทูตเพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมนุษยธรรม

ในเรื่องความมั่นคงตนเชื่อว่ารัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมได้วางตำแหน่งของประเทศไทยไว้ในสถานะที่เราพูดได้ว่าประเทศของเราวันนี้มีความปลอดภัย ทั้งจากการรุกรานของประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศใกล้เคียง เราสามารถสำแดงศักยภาพให้เห็นได้ว่า ไม่ใช่ประเทศที่ใครจะมาบุกรุกหรือคุกคามใดๆต่ออธิปไตยของได้ และสถานการณ์ในช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา เราต้องสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้กับประเทศ

ทั้งย้ำว่าในช่วงต่อจากนี้ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมและเวทีระดับโลกหลายรายการ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยอยู่ในสปอตไลท์โลกมากขึ้น ได้แก่ 1. งาน Gastech 2026 นิทรรศการด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ช่วงเดือนก.ย.นี้ 2. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank–IMF Annual Meetings 2026) ช่วงเดือนต.ค.นี้ และ 3. งานประชุมสุดยอดสุขภาพโลก (Global Wellness Summit) ในเดือนพ.ย.นี้ จึงขอให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ช่วยประชาสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสดังกล่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย

นายกฯกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุน และภาคเอกชนที่เข้มแข็ง เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกัน ภาครัฐ ภาคเอกชน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)และสถานเอกอัครราชทูตไทยในยุโรป ทำงานในรูปแบบทีมไทยแลนด์ ความคล่องตัวในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่แถวหน้าของเวทีโลกต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

ในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ (Working Dinner) โดยมี นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งร่วมประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Palais de l’Elysée)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

‘ตลาดตะวันออกกลาง’ทรุด ส.อ.ท.หวั่นสงครามฉุดเป้าผลิตรถยนต์

ชีพจรโลกธุรกิจ : 26 พฤษภาคม 2569

สยองคานถล่ม สร้างแฟลตตร. ดับ2สาหัสอีก1 เร่งสอบสาเหตุ

89สว.ไล่บี้ขอโทษใน3วัน ประณามเท้ง โต้อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงิน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved