533.jpg
สิริพงศ์ เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องซ้ำรอยแยกมักกะสัน

สิริพงศ์ เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องซ้ำรอยแยกมักกะสัน

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.04 น.

“สิริพงศ์” เล็งงัดเทคโนโลยี ติดไม้กั้นรางอัตโนมัติ แทนใช้คน 100% ป้องเหตุซ้ำรอยแยกมักกะสัน ลั่นไม่ต้องถอดบทเรียน เพราะควรทำมานานแล้ว เผย เยียวยาผู้เสียชีวิตเกือบครบแล้ว 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่แยกมักกะสัน ว่าในจำนวน 6 จาก 8 ราย ได้มีการเยียวยาไปเรียบร้อยแล้ว โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เบื้องต้นได้มีการรวบรวมแล้ว เบื้องต้น จะได้ครอบครัวละ 2,090,000 บาท ยังเหลืออีก 3 แสนบาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่งทาง ขสมก.และ รฟท. จะทำเรื่องขอไป 


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ทาง ขสมก.และ รฟท. ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติของผู้บาดเจ็บ และได้ทำการดูแลในเบื้องต้น ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือ เราก็จะดำเนินการต่อไป

นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินคดีว่า ทางกรมราง ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ทั้งคนขับรถไฟที่ประมาท และทุกคนที่จอดรถในบริเวณทางข้ามรางรถไฟ ในข้อหาประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโดยเฉพาะทางรัฐสภามีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จะถอดบทเรียนกันนานหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ต้องถอดบทเรียนแล้ว กระทรวงคมนาคมก็ไม่เคยพูดถึงการถอดบทเรียนในเรื่องนี้ เพราะคิดว่า เป็นสิ่งที่เราควรดำเนินการมานานแล้ว ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พูดขึ้นมาคำหนึ่งว่า อุบัติเหตุมันแค่รอวันที่จะเกิด

“เราขับรถผ่านเส้นนั้น และเห็นสภาพการจราจรแบบนี้ เราก็คิดว่า สักวันนึงมันต้องเกิดเหตุแน่นอน หรือแม้แต่ภาพที่คนขับรถยนต์ หรือขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าไม้กั้น เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องมีการจัดการ” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีหลายจุดในประเทศ ที่มีลักษณะของทางลักข้าม คือมีทางรถไฟและชุมชน ที่ขอใช้เป็นทางลัดข้าม และกลายเป็นว่า อุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกหรือความปลอดภัย ไม่ครบถ้วน เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องแก้ทันที ซึ่งตอนนี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว โดยสถาบันพัฒนาราง จะทำแผนให้ทาง รฟท. โดยจะมีการนำงบประมาณของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.) หรือกองทุนเลขสวย มาจัดการจุดตัดต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน โดยจะเริ่มจาก กทม.และปริมณฑลก่อน หลังจากนั้นค่อยขยายไปทั่วประเทศ เช่นการทำสัญญาณไฟหรือเสียงวูดแจ้งเตือน ในหลายจุดที่เป็นทางลักข้ามที่ยังไม่มี 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ส่วนในอนาคต ระยะ 1-2 ปีนี้ คงจำเป็นแล้วที่จะต้องใช้ไม้กั้นอัตโนมัติ หรือนำเทคโนโลยีมาช่วยเพราะตอนนี้ระบบอาณัติสัญญาณ เป็นระบบมาตรฐาน แต่ไม้กันเป็นระบบ Manual ที่ใช้คนดูแล ซึ่งระบบอัตโนมัติปัจจุบันมีใช้อยู่ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์  ก็จะพยายามทำให้ปลอดภัยที่สุด ลดความผิดพลาดของมนุษย์ให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่จะใช้เหล็กกั้นแบบเต็มตลอดแนวเหมือนต่างประเทศหรือไม่ เพื่อให้รถจักรยานยนต์ไม่สามารถลอดข้ามไปได้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า อาจเป็นระบบที่ดี แต่ในความเป็นจริง คิดว่าต้องมีรายละเอียดที่ต้องมาดูด้วย ซึ่งอาจจะต้องใช้ประกอบกัน เราก็พยายามดูทางออกที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า รฟท. ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มาบริหารจัดการอาจจะไม่พอ อยากให้มีการรับเจ้าหน้าที่มาเพิ่ม จะเป็นไปได้หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งของ รฟท. แต่ตนคิดว่าสิ่งที่จะมาทดแทนคนได้ คือเทคโนโลยี ปัญหาคือที่ผ่านมา เราลดจำนวนคน แต่ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาทดแทน หรือหากจะจ้างคนเพิ่ม ก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ไม่ใช่รูปแบบที่เป็นภาระผูกพันยาวนาน อาจเป็นแค่การจ้างตามภารกิจเท่านั้น.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top