วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
'อนุชา ปชป.' กาง 5 นโยบายสู้ศึกชิงเก้าอี้ ’ผู้ว่าฯกทม.‘ เน้น 'เดินทางสะดวก-เมืองสะอาด-ใช้ชีวิตสบาย-มีรายได้เพิ่ม-ตรวจสอบได้' ยันพร้อมส่งทีม ส.ก.ลุยแก้ปัญหาตามความต่างของพื้นที่ทั้ง 50 เขต มุ่งสกัดปัญหา ’นอมินี-กัญชาเสรี‘ เมินผลโพลยกให้เป็น ’มวยรอง‘ ชี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ลั่นขอทำงานหนัก เหลืออีก30วัน เร่งนำเสนอสิ่งเป็นประโยชน์ต่อชาวกรุงฯ
วันที่ 26 พฟษภาคม 2569 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัววิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร ภายใต้แคมเปญ “เมืองฟ้าอมร... and more” ว่า จากการพูดคุยปัญหาของส.ก.เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าสิ่งไหนพื้นที่ไหนควรต้องทำอะไร สิ่งหนึ่งที่ตนสังเกตและตระหนัก ณ วันนี้คือกรุงเทพฯ 50 เขต ซึ่งพื้นที่กายภาพ ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจไม่เหมือนกันเลย กรุงเทพฯ ชั้นในก็จะมีปัญหาแบบหนึ่งจึงต้องการชีวิตอีกแบบหนึ่ง ขณะที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกมีความคิดและความต้องการอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นเราจึงพยายามออกแบบเพื่อให้ครอบคลุมให้มากที่สุด แต่เป็นไปไม่ได้ที่นโยบายที่เรานำเสนอจากครอบคลุมทุกคน ทุกเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัครส.ก.ทั้ง 50 เขตในนามพรรค เพราะเรายังมีนโยบายเฉพาะแต่ละพื้นที่เข้าไปด้วย นโยบายวันนี้เราจะดูว่าปัญหาอะไรที่สามารถแก้ไขร่วมกันได้ หรืออะไรที่จะสามารถดำเนินการเพื่อตอบสนองทุกคนให้ได้มากที่สุด ถ้าให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์เราจะทำได้มากกว่านี้แน่นอน

เบื้องต้นหลังจากพูดคุยกันมาทั้งหมดเราเห็นปัญหาและเราเห็นในสิ่งที่คิดว่าเราสามารถเดินหน้า เพื่อรณรงค์จากนี้ไปเพื่อให้ชาวกรุงเทพฯ พิจารณาพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอตัวเข้ามาทำงาน ผ่านแนวคิด “And More” ที่วางนโยบาย 5 ด้าน คือ 1.การเดินทางสะดวก โดยมุ่งแก้ปัญหาการเดินทางที่ขาดความเชื่อมโยง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้รถเมล์ ขสมก. โอนย้ายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กทม. โดยตรง เพื่อให้การออกแบบเส้นทางเดินรถและรถไฟฟ้าเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด พร้อมจัดทำระบบ Feeder อย่างเป็นรูปธรรม นำรถ Shuttle Bus พลังงานไฟฟ้า (EV) มาใช้รับส่งประชาชนจากตรอกซอกซอยหรือหมู่บ้านเข้าสู่ระบบขนส่งหลัก โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรหนาเน่น เพื่อกำหนดเส้นทางเดินรถ รวมถึงการฟื้นฟูเส้นทางสัญจรทางน้ำด้วยเรือ EV นอกจากนี้ จะเร่งประสานรัฐบาลและเอกชนเพื่อผลักดันระบบตั๋วร่วม ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อลดภาระค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และพิจารณาสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่างๆ อย่างโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน
2. เมืองสะอาด โดยปรับเปลี่ยนระบบกำจัดขยะของ กทม. โดยศูนย์กำจัดขยะหลัก (เช่น อ่อนนุช หนองแขม สายไหม) จะต้องถูกยกระดับเป็นระบบปิด 100% ควบคุมกลิ่นและน้ำเสียได้มาตรฐาน พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) เพื่อลดการฝังกลบ และกระจายศูนย์จัดการขยะไปยังโซนกรุงเทพฯ เหนือและตะวันออก เพื่อลดระยะเวลาและมลพิษจากการขนส่ง ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการตรวจจับรถควันดำ ควบคุมฝุ่นจากไซต์งานก่อสร้าง และการล้างถนนอย่างถูกวิธีเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

3. ใช้ชีวิตสบายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยจะเพิ่มบ้านพักผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่เพิ่มขึ้น และต่อยอดระบบ Fast Track ที่ให้สิทธิการทำฟันสำหรับผู้สูงอายุใช้บริการได้เร็วขึ้น ปรับปรุงศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. ให้เป็นคลินิกชุมชนที่รักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้จริง นำระบบ Telemedicine และการส่งยาถึงบ้านมาใช้เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ นอกจากนี้ จะนำพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของรัฐและเอกชน มาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ ลานกีฬา Co-working Space, AI Hub และ Art Space สำหรับศิลปิน รวมถึงจัดระเบียบทางเท้าและกำหนดโซนนิ่ง (Zoning) การค้าขายและสถานบันเทิงให้ชัดเจน
4. มีรายได้มากขึ้น คือผลักดันการเพิ่มรายได้ให้แก่ กทม. เพื่อนำมาพัฒนาเมือง เช่น การจัดเก็บภาษีที่พัก (Hotel Tax) จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมทั้งสร้างโครงการจ้างงานทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุวัยเกษียณกลับเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครเพื่อสร้างรายได้เสริม นอกจากนี้ จะยกระดับ กทม. สู่ Smart City ปรับปรุงระเบียบการขออนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ล่าช้าเพื่อเอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการสนับสนุนเกษตรชานเมืองเพื่อสร้างรายได้
นายอนุชา กช่าวต่อว่า ปัญหากัญชาควรเป็นสิ่งที่ต้องมีการควบคุม ให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น จากที่เรามองที่ป้ายโฆษณาดูแล้วเป็นเพื่อสันทนาการทั้งนั้นไม่มีใครมองเข้าไปว่าทำเพื่อการแพทย์เลยมองจากการตกแต่งก็ทราบดีดูจะ relax เกินไปแสงสีมากเกินไป ดังนั้นเรื่องเศรษฐกิจกทมเราจะเปิดกว้าง ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจต่างๆแต่ต้องไม่เสี่ยงต่อเยาวชนมีมาตรฐานที่ชัดเจนว่าอยู่ในระเบียบกฎหมายหรือไม่" นายอนุชากล่าว และว่า ตนและผู้สมัครส.ก. คงไม่ลงพื้นที่เพื่อไปขอคะแนนเสียงอย่างเดียว แต่ถ้าประชาชนเจอพวกเราก็สามารถเดินเข้ามาบอกเราได้เลยว่า ท่านอยากเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร เราจะนำมา เพื่อนำเสนอให้คนในพื้นที่ได้เห็นภาพด้วยกัน

และ 5. ตรวจสอบได้หมด คือ ยึดมั่นในอุดมการณ์การเมืองสุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะนำแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” มาประยุกต์ใช้กับ กทม. เพื่อเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งบประมาณของท้องถิ่นให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมทั้งพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ฝุ่น PM 2.5 และสภาพการจราจรแบบ Real-time รวมถึงเปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่สาธารณะเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
"อีกเรื่องที่คนกังวลคือนอมินี ใช้ชื่อคนไทยมาเป็นนอมินีให้คนต่างชาติ แม้จะไม่ใช่ความรับผิดชอบหลัก แต่เรารู้ว่าเป็นความกังวลของพี่น้องประชาชนชาวกทม.เป็นลำดับต้นๆ เมื่อเราทราบความกังวลแล้วเราจะไม่นิ่งเฉย แต่จะนำมาเพื่อประสานงานและตรวจสอบไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ว่าเป็นของคนไทยจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นของนอมินี ถ้าเจอก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนั้นกรุงเทพฯ ในยุคพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตถ้ามีโอกาสได้เข้าไป เราจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่เราพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการที่จะนำปัญหาทั้งหมดมาแก้ไข ขณะเดียวกันเราไม่เพียงแค่ดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเดียว แต่เราจะสร้างความหวังสร้างโอกาสให้กับคนกทม.ด้วย คนกทม.ไม่ใช่คนป่วย ไม่ใช่คนทำผิดระเบียบทั้งหมด แต่สุดท้ายแล้วเราจะต้องมีนโยบายให้เป็นแพลตฟอร์มที่ก้าวกระโดดอย่างเป็นสเต็ป เพื่อช่วยกันทำเมืองของเรา เป็นเมืองที่สะดวกขึ้น สะอาดขึ้น สบายขึ้น มีรายได้ดีขึ้นและสุดท้ายก็คือโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกเมื่อ" นายอนุชา กล่าว
เมื่อถามถึงโพลที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นรอง นายอนุชา กล่าวว่า เพิ่งเปิดตัวและอาจจะยังไม่ถึงประชาชนว่าตนเป็นตัวแทนพรรค ต้องประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมเพื่อให้คนกทม. ทราบว่ามีตัวแทนว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต รวมถึงลงพื้นที่พบปะประชาชนเพื่อนำเสนอ ดังนั้นต้องทำการบ้านและทำหน้าที่หนักมากขึ้น
“เหลืออีก 30 วัน จะนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ตอบไม่ได้ว่าคนกทม.จะไว้วางใจหรือไม่ เพราะต่างโพลต่างผลลัพทธ์ ทั้งนี้การสำรวจจะเป็นส่วนหนึ่งพิจารณา แต่คนกทม. ดูความมุ่งมั่น ผู้สมัคร นโยบายด้วย ไม่ใช่ดูแค่โพลเท่านั้น” นายอนุชา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี