533.jpg
อนุทิน ปลื้ม ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันเดียวพุ่ง 25 ล้านคน

อนุทิน ปลื้ม ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันเดียวพุ่ง 25 ล้านคน

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.07 น.

“นายกฯ” ปลื้ม วันแรกลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” ทะลุ 25 ล้านคน ชี้เป็นสัญญาณตอบรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ  บอกรอ 1 มิ.ย. ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการจ่ายเงินเข้าระบบ ขอ ปชช.ใช้สิทธิ์ต่อเนื่องทุกเดือน ย้ำไม่ใช่โครงการแจกเงิน แต่เป็นความร่วมมือรัฐ-ประชาชนแบบ 60/40  เชื่อเงินกว่า 2 แสนล้านช่วยกระตุ้นแรงจ่าย หนุนฐานการเงินประเทศ 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. เวลา 09:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น  ณ กรุงปารีส  สาธารณรัฐฝรั่งเศส (ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย  5 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ขณะนี้เหลือสิทธิ์อีกประมาณ 5,300,000 สิทธิ์ ว่าเราให้สิทธิ์ทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ์   เมื่อวานเป็นวันแรกของการลงทะเบียน ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ในเรื่องการยืนยันตัวบุคคลก่อนเข้าแอพพลิเคชันของการใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส  ซึ่งเมื่อวานวันเดียว ก็มีประชาชนไปขอรับสิทธิ์ ยืนยันสิทธิ์ถึง 25 ล้านคน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้การตอบสนองต่อโครงการที่รัฐบาล ตั้งใจผลักดันออกมา เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้จ่าย และลดภาระค่าครองชีพประชาชน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญสภาวะการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน  รัฐบาลก็มีความมุ่งมั่นที่จะให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด 


อนุทิน ชาญวีรกูล

ในส่วนของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งไม่ใช่คนละครึ่งเป็น 60/40 น่าจะทำให้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ลดต้นทุนของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสิทธิ์นี้ไม่เหมือนตอนคนละครึ่งที่มีเวลาเพียง 2 เดือน คือพฤศจิกายนและธันวาคมและหมดลงพร้อมวาระของรัฐบาล แต่เมื่อประชาชนให้รัฐบาลของตนได้กลับมาดูแลพี่น้องประชาชนอีก รัฐบาลก็เร่งดำเนินการโครงการนี้ทันที ประกอบกับมีสถานการณ์วุ่นวายในโลก ตนก็ได้มอบนโยบายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปพิจารณา เพราะตอนหาเสียงเราใช้คำว่าพลัส จึงต้องทำให้เกิดแรงผลักดันมากกว่าเดิม ซึ่งก็กลับมาด้วยโมเดลคำว่า “ไทยช่วยไทยพลัส”  เพราะคิดคำจำกัดความ 60/40 ไม่ออก ว่าจะทำอย่างไรให้คนเข้าใจ ไม่เหมือนคนละครึ่ง แต่ช่วงเวลาของโครงการก็ขยายเป็น 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท จึงขอวิงวอน แนะนำให้ประชาชนใช้ทุกเดือน เพราะรัฐบาลให้สิทธิ์ถึง 30 ล้านคน หากไม่ใช้แล้วสะสมนั้นไม่ได้ เราต้องมีการเตรียมการใช้จ่ายงบประมาณ ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ใช้เลย 3 เดือน อยากใช้ 4,000 บาทในเดือนสุดท้าย หากพูดภาษาชาวบ้านคือรัฐบาลหมุนเงินไม่ทัน จึงต้องฝากให้ช่วยกันจับจ่ายใช้สอย เพราะนี่ไม่ใช่โครงการแจกเงิน แต่เป็นโครงการร่วมกัน หากพี่น้องประชาชนไม่ใช้รัฐบาลก็ไม่ต้องเสีย ดังนั้นถ้าใช้ก็จะเกิดแรงบวกสองเด้ง  พี่น้องใช้ รัฐบาลสมทบ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่จะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ จะต้องเกิดการกระตุ้นและทำให้มีแรงจ่าย  อย่าไปดูว่าใช้เงินแค่นี้ จะได้กี่มากน้อย ต้องดูคนทั่วไป

“ผมได้รับฟีดแบค ที่ฟังแล้วว่าหากมีเวลา มีโอกาส จะต้องทำต่อให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ คือผู้ประกอบการ แม่ค้าแม่ขาย ที่ขายปลีก บอกว่าขายได้เยอะขึ้น บางคนได้ 5 เท่า 10 เท่า มันเป็นความหมาย การที่เขามียอดขายเพิ่ม 5 เท่า 10 เท่า หมายถึงจุดที่เกินจุดคุ้มทุน ที่เหลือคือกำไรของเขา  ตรงนี้อยากขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกัน ถึงเรียกว่าไทยช่วยไทย พี่น้องช่วยใช้จ่าย 40 % รัฐออก 60% แต่คนที่ได้ คือคนที่เราไปซื้อของเขา เขาก็ไปซื้อต่อ ต่างคนต่างช่วยกัน  ประเทศไทยก็จะมีฐานการเงินที่มั่นคงขึ้น ซึ่งผมก็รอถึงต้นเดือนมิถุนายนที่เราจะเริ่มโครงการนี้ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการใช้จ่ายเงินพวกนี้เข้าในระบบให้เร็วที่สุด”  นายกรัฐมนตรี กล่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top