วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ไทย-เวียดนาม ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ลงนามความร่วมมือ 4 ฉบับ เดินหน้ายกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน เปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต อนุทิน ย้ำหลักการไม่อนุญาตบุคคลใช้ดินแดนของแต่ละฝั่งเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ ปธน.เวียดนาม ชื่นชมไทย-กัมพูชา ทำตามข้อตกลงหยุดยิงเริ่มต้นเจรจากันใหม่
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา และนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ถ่ายภาพร่วมกันที่บริเวณบันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึก ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นเวลา 09.50 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เวียดนาม หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก
ต่อมาเวลา 10.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เวียดนาม หารือข้อราชการเต็มคณะ โดยทั้งสองฝ่ายหารือ ประเด็นด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะออนไลน์สแกรม และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และจะร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมถึงการธำรงบทบาทแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาค
ส่วนด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะไปเปิดงานสัมมนาทางธุรกิจไทย-เวียดนามในบ่ายวันนี้ด้วย พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีโดยเร็ว รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนเอ็มโอยู ระหว่างบริษัท Vietjet กับ EEC เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC
โดยนายกฯ กล่าวเสนอให้ไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ร่วมกันมีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาในอนุภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนผลการหารือในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทย - เวียดนาม ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนไทยและเวียดนามต่อไป ด้าน ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนเวียดนามในโอกาสแรก
จากนั้นเวลา 11.35 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน และ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยและเวียดนาม ก่อนร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย - เวียดนาม และแถลงข่าวร่วม ซึ่งบรรยากาศการพบหารือ ทั้งการหารือเเบบเต็มคณะ และพิธีการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความอบอุ่นและชื่นมื่น สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและเวียดนาม พร้อมทั้งแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศในการสานต่อและยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
โดยทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย–เวียดนาม ปี 2569 – 2574 ,2.การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม 3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)และ เวียตเจ็ท และ 4.บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จากนั้นนายกฯและประธานาธิบดีเวียดนามได้ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ภายใต้แนวคิด “Growing Together” หรือ “เติบโตไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศในวันที่ 6 ส.ค. 2569 โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนาน การเติบโตร่วมกัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของไทยและเวียดนาม ผ่านการออกแบบเลข “5” ที่สื่อถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเลข “0” ที่สื่อถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพ เพื่อนำพาทั้งสองประเทศก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนายกฯ กล่าว รัฐบาลไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นแขกคนแรกของรัฐบาลของตนเอง จึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโอกาสในการเฉลิมฉลอง โอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทยเวียดนามในปีนี้ และได้มีพิธีเปิดตัวตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในฐานะที่ไทยและเวียดนามมีศักยภาพในการเติมโตสูง การเยือนครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน ให้ปฏิบัติเกิดผลเป็นรูปธรรม ส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ของ 2 ประเทศ
ด้านความมั่นคงและด้านการเมือง ทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือทางการทหารและการป้องกัน อาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะ ออนไลน์สแกมรายการป้องกันและปราบปรามดารทำประมงที่ผิดกฎหมาย และยังใช้โอกาสนี้ ย้ำหลักการที่จะไม่ให้บุคคลใดใช้ดินแดนของแต่ละฝั่ง ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และให้นำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบของอาเซียนมาปฏิบัติอย่างจริงจัง
นายกฯ กล่าวต่อว่า ด้านเศรษฐกิจ 2 ประเทศเห็นพ้องที่ไทยและเวียดนาม จะต้องร่วมมือใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือความผันผวนและความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน จะให้ความสำคัญการส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ โดยเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการบรรลุเป้าหมายการค้าที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเร็ว ขณะนี้ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป้าหมายไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม และมีความตั้งใจการหารือกัน จะยกระดับมูลค่าการค้าให้มากขึ้น และเมื่อสักครู่ เวียตเจ็ทแอร์กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ของไทย ได้ลงนามความร่วมมือในการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC ของประเทศด้วย
นายกฯกล่าวอีกว่า วันนี้ได้เสนอกับเวียดนามว่าในฐานะที่ไทยและเวียดนามมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงสามารถที่จะมีบทบาทร่วมกันในการขับเคลื่อน พัฒนาในอนุภูมิภาคนี้ได้ ตนเชื่อว่าการหารือของทั้งสองประเทศในวันนี้ จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์ไทยเวียดนาม ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของรัฐบาลภาคเอกชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ
จากนั้นประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีที่ได้มาเยือนประเทศไทย ในฐานะที่เป็นเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และประธานาธิบดีของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ขอขอบคุณการต้อนรับ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และอบอุ่นที่ผู้นำประเทศไทย นายกฯและภริยา ได้มอบให้แก่ตน การเยือนประเทศไทยในครั้งนี้มีความหมายสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปีของทั้ง 2 ประเทศ แสดงถึงให้เห็นความไว้เชื่อใจ และความเชื่อมั่น ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็เป็นสมาชิกของอาเซียนด้วย
ประธานาธิบดีเวียดนาม กล่าวด้วยว่า ในบรรยากาศที่อบอุ่น มีความเชื่อมั่น และไว้เนื้อเชื่อใจ ตนและนายกรัฐมนตรีไทย มีการหารือที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงมีผลสำคัญในรอบด้านอย่างเป็นรูปธรรม
โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะทำให้ความเชื่อใจแนบแน่นมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเป็นไปมาหาสู่ในทางระดับสูง และทุกหน่วยงานเพื่อเสริมสร้างกลไกความร่วมมือด้านกลาโหม ด้านความมั่นคง และส่งเสริมการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการค้ามนุษย์ยาเสพติด และเห็นด้วยที่จะไม่ให้บุคคนใดบุคคลหนึ่งใช้พื้นที่ต่อต้านอีกประเทศหนึ่ง
ประธานาธิบดีเวียดนาม ยังกล่าวขอบคุณและชื่นชมความร่วมมือของรัฐบาลไทยและคนเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศ ไทยแสดงให้เห็นถึงความสำคัญ เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างประชาชน ในการรับมือสถานการณ์ และต่าง ๆ ในภูมิภาคทั่วโลก พร้อมยืนยันบทบาทที่สำคัญในการดำรงความสามัคคี และศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงเห็นด้วยที่จะส่งเสริมการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่ทั้ง 2 ประเทศให้ความสนใจ เพื่อสันติภาพ เสรีภาพ และความมั่นคงความปลอดภัยในเสรีทางอากาศ ทางทะเลตะวันออก และเห็นด้วยที่จะจัดการปัญหาต่าง ๆ ด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ UNCLOS 1982 รวมถึงชื่นชมไทยและกัมพูชาที่ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง และจะเริ่มต้นการเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี