Logo วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
เฟิร์นนับใหม่ ฟ้อง' 'ม้า อรนภา' 1 ล้าน! ปมคอมเมนต์ด่า 'แส่เอง'

เฟิร์นนับใหม่ ฟ้อง' 'ม้า อรนภา' 1 ล้าน! ปมคอมเมนต์ด่า 'แส่เอง'

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.
Tag : ม้า อรนภา สาวชุดขาว ฟ้อง 1 ล้าน
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดชลบุรี นางสาวกนกวรรณ สร้อยสน หญิงสาวนักธุรกิจ ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกัน ต่อ นายอรนภา กฤษฎี (ม้า อรนภา) ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและการทำละเมิด พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนสูงถึง 1,000,000 บาท

 

 


จุดเริ่มต้น หลังปิดหีบเลือกตั้งชลบุรี เขต 1

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางเหตุการณ์ตึงเครียดหลังจากการปิดหีบเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 เมื่อประชาชนบางส่วนได้แสดงความไม่พอใจและตั้งข้อสงสัยต่อผลคะแนนการเลือกตั้งที่มองว่าอาจไม่สมเหตุสมผล สถานการณ์ลุกลามไปจนถึงขั้นเกิดเหตุการณ์ประชาชนล้อมรถบรรทุกหีบเลือกตั้งในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดในพื้นที่อย่างมาก และถูกเผยแพร่กระจายไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

กระแสบนโซเชียลมีเดียร้อนแรงขึ้นทันที โดยแฮชแท็ก #ชลบุรีเขต1 และ #นับใหม่ทั่วประเทศ พุ่งติดเทรนด์บนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) ภายในเวลาอันสั้น

 

"หญิงสาวชุดขาว" ผู้ทวงถามความโปร่งใส และการถูกเปิดประวัติ

ท่ามกลางสถานการณ์นั้นสื่อมวลชนและผู้ติดตามข่าวสารจำนวนมากได้โฟกัสไปที่ "หญิงสาวในชุดสีขาว" ซึ่งปรากฏตัวเกาะติดการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด มีรายงานว่าเธอได้เฝ้าสังเกตการณ์การนับคะแนนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ด้วยท่าทีที่จริงจังและมักจะแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกต สื่อหลายสำนักได้นำเสนอภาพและบทบาทของเธอในฐานะ "ตัวแทนภาคประชาชน" ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องความโปร่งใส

จนกระทั่งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊กชื่อ “จักรวาลด้อมส้ม” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของหญิงสาวคนดังกล่าว โดยระบุชื่อของเธอ พร้อมบรรยายถึงบทบาทการสนับสนุนทางการเมือง ความสนใจที่จะทำงานการเมืองในอนาคต รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเรื่องภูมิลำเนา การข้ามเขตเลือกตั้งมาสังเกตการณ์ และธุรกิจส่วนตัวของเธอเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าเงินผ่อนและให้กู้ยืมเงินลงทุน โดยเพจระบุว่าเจ้าตัวยินดีรับความเสี่ยงเอง เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองใดได้รับผลกระทบจากข้อกังขา

 

 

ชนวนขัดแย้ง เมื่อ "ม้า อรนภา" ร่วมคอมเมนต์

การเปิดเผยประวัติส่วนตัวดังกล่าว ทำให้ชีวิตของเธอนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “พลกฤษณ์ วงศ์อินทร์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ปรากฏใบหน้าของนางสาวกนกวรรณอย่างชัดเจน โดยในคลิปเธอได้สะท้อนความรู้สึกพร้อมปาดน้ำตา และตั้งคำถามว่า "การขุดเรื่องส่วนตัวหนูมาแขวนให้โดนด่า มันถูกต้องกับคนๆ หนึ่งที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนแล้วหรือคะ"

จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำมาสู่การฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อ บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Ornapa Krisadee” ซึ่งเป็นของ ม้า อรนภา ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น (Comment) ใต้โพสต์วิดีโอดังกล่าว โดยระบุข้อความสั้นๆ แต่รุนแรงว่า "แส่เอง รับงาน รับเงิน ก็ต้องยอมรับค่ะหนู" ซึ่งข้อความนี้ถูกตั้งค่าเป็นสาธารณะ ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ส่งผลให้มีผู้เข้ามากดถูกใจความเห็นดังกล่าวกว่า 3,500 คน และมีผู้แชร์โพสต์นี้ออกไปถึง 517 ครั้ง

 

 

สาระสำคัญของคำฟ้อง

ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวกนกวรรณ (โจทก์) ได้ตัดสินใจยื่นฟ้อง ม้า อรนภา (จำเลย) ต่อศาลจังหวัดชลบุรี โดยในคำฟ้องได้บรรยายพฤติการณ์ความผิดไว้อย่างละเอียดว่า การกระทำของจำเลยเป็นการโฆษณาใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง

โจทก์ได้ชี้แจงในคำฟ้องถึงนัยยะของถ้อยคำที่จำเลยใช้ว่า เป็นการร้อยเรียงคำพูดที่แฝงไปด้วยเจตนาทำลายเกียรติยศอย่างชัดเจน

คำว่า "แส่" เป็นการสาดโคลนใส่เจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของพลเมืองที่ต้องการตรวจสอบความโปร่งใส บิดเบือนภาพลักษณ์จากพลเมืองผู้ตื่นรู้ให้กลายเป็นผู้ที่วุ่นวายในกิจการของผู้อื่น

คำว่า "รับงาน รับเงิน" เป็นข้อความที่มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือ โดยการยัดเยียดสถานะว่าโจทก์เคลื่อนไหวเพราะรับเงินจ้างวาน ไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยอุดมการณ์ที่แท้จริง ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย

วลี "ก็ต้องยอมรับค่ะหนู" สะท้อนถึงทัศนคติที่กดขี่ เหยียดหยาม ลดทอนวุฒิภาวะของโจทก์ให้ดูต่ำต้อย และสร้างตรรกะที่ผิดเพี้ยนว่า เมื่อกล้าใช้สิทธิก็ต้องทนรับการถูกด่าทอ

 

มรสุมคดีสองทาง! ผลกระทบที่ลุกลามสู่ชีวิตและธุรกิจ

นางสาวกนกวรรณระบุเพิ่มเติมในคำฟ้องว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตหรือติชมด้วยความเป็นธรรม แต่เป็นการละเมิดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตของเธอ โจทก์ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีลูกค้าและคนรู้จักเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก การถูกกล่าวหาเช่นนี้ทำให้เธอเสื่อมเสียเกียรติคุณ กระทบต่อความเจริญในการประกอบอาชีพ ทำให้บุคคลทั่วไปและลูกค้าเข้าใจผิดจนอาจไม่อยากคบค้าสมาคมหรือซื้อสินค้าด้วย รวมถึงสร้างความเสื่อมเสียไปถึงวงศ์ตระกูล

ขณะที่ "เฟิร์น" เดินหน้าฟ้องร้อง ตัวเธอและพวกรวม 3 คน กลับถูก กกต.ชลบุรี เขต 1 แจ้งความเอาผิดเมื่อ 11 ก.พ. 2569 จากปมชุมนุมเรียกร้องนับคะแนนใหม่ ในข้อหาบุกรุก, ขัดขวางการปฏิบัติงาน, นำเอกสารราชการไป และผิด พ.ร.ป.เลือกตั้งฯ กรณีเปิดหีบบัตร (โทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี)

ต่อมา 12 ก.พ. เฟิร์นพร้อมทนายความเข้าแจ้งความกลับ กกต. โดยแย้งว่าการชุมนุมเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีเจตนาขัดขวาง และหีบเลือกตั้งไม่ได้ถูกปิดผนึกอย่างถูกต้องแต่แรก จึงไม่ผิดฐานเปิดหีบ ล่าสุด ทั้ง 3 คนได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองชลบุรี แล้วเมื่อ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา (ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าตำรวจจะสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป)

 

 

4 คำขอท้ายคำฟ้อง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและบรรทัดฐานสังคม

ด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างประเมินค่าได้ยาก ทั้งทางด้านชื่อเสียงและสภาพจิตใจ โจทก์จึงได้ยื่นคำขอท้ายคำฟ้อง เพื่อขอให้ศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาบังคับจำเลยใน 4 ประการ

ชดใช้ค่าเสียหาย ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน

โฆษณาคำพิพากษา ให้จำเลยลงประกาศคำพิพากษาฉบับเต็มในหน้าแรกสุดของหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดัง 6 ฉบับ (ไทยรัฐ, มติชน, เดลินิวส์, คมชัดลึก, ข่าวสด และ กรุงเทพธุรกิจ) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันต่อเนื่องกัน โดยจำเลยต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

โพสต์ขอโทษต่อสาธารณะ ให้จำเลยโพสต์ข้อความขอโทษโจทก์พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงลงบนเฟซบุ๊กของจำเลยที่ใช้กระทำความผิด โดยต้องตั้งค่าเป็นสาธารณะ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วันต่อเนื่องกัน

ชดใช้ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ให้จำเลยเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความในอัตราอย่างสูงแทนโจทก์

 

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ปลุกตำนาน เขาบูโด ส่งตัวอย่างเต็ม ของแขก 2 เปิดประตูอาถรรพ์สู่โลกญิน

เจด้า มิ้นท์ แท็กทีมบุก แนวหน้า โปรโมต เพลงรักพยัคฆ์ร้าย ครบรสจัดเต็มเสียงเพลงทางช่อง 7HD

เติมพลังใจ! ‘รอมฎอน’ แชะภาพคู่ ส่งกำลังใจให้ ‘ฐปณีย์’ ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์

เซ็ตซีโร่แท็กซี่สมุย! ห้ามตั้งก๊วนคิวเถื่อนยึดถนน-ฝ่าฝืนเพิกถอนป้ายทะเบียนทันที

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved