533.jpg
ด่วน!!! สภาฯลงมติ 266 ต่อ 174 เสียง คว่ำญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

ด่วน!!! สภาฯลงมติ 266 ต่อ 174 เสียง คว่ำญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

ตามคาด! เสียงข้างมากขวางตั้ง"กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์" แค่ส่งข้อเสนอไปให้"ครม."พิจารณา ด้าน"อภิสิทธิ์"ติงหนักๆระวังลามกระทบ"มั่นคง" หาก"ทะเลจีนใต้"กลายเป็น"สมรภูมิขัดแย้ง" ด้าน"เท้ง"ขอศึกษา"ระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้"แทน หวังพัฒนาพื้นตรงไทป์"คนใต้"

29 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งมี สส.เสนอรวม 5 ญัตติ ต่อเนื่อง เป็นวันที่ 2 ภายหลังสมาชิกอภิปรายกันอย่างครบถ้วนแล้ว ได้ให้ผู้เสนอญัตติอภิปรายสรุป ทั้งนี้ สส.และผู้เสนอญัตติในฟากฝั่งของ สส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย อภิปราย และสรุปญัตติไปในแนวทางเดียวกันคือควรส่งข้อเสนอ หรือข้อคิดเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา


ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความคิดเห็นแตกต่างไปในเชิงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ และเห็นควรให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจัง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสรุปญัตติตอนหนึ่งว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นมายาคติที่คิดว่าจะได้แต่กลับไม่ได้อะไร ทั้งกรณีเรือขนส่งสินค้า ส่วนที่มองว่าหากไม่มีโครงการดังกล่าว คนพื้นที่ภาคใต้จะลืมตาอ้าปากไม่ได้ ทั้งที่ประชาชนในพื้นที่แทบไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะพื้นที่ถูกใช้เป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้า จะมีคนได้ประโยชน์ผู้รับเหมาและผู้ที่กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร หากจะพัฒนาความเป็นอยู่ของคนทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้สามารถพัฒนาในรูปแบบอื่น เช่น พัฒนาท่าเรือ สร้างระบบที่เป็นเครือข่ายโลจิสติกส์ เซาท์เทิร์น คอนเน็ค ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่า

"ภาคใต้ต้องพัฒนา และเจริญกว่านี้ โดยทรัพยากรที่มี ใช่เป็นทางผ่านของชาวต่างชาติ หากดึงดันทำโครงการไม่มีคนใช้ สิ่งที่ถูกทิ้งค้างเหมือนเป็นอนุสาวรีย์ของการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเพียงหยิบมือเดียว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า หากคิดจะทำโครงการดังกล่าวบนความไม่คุ้มค่ามีสิ่งที่น่ากลัว คือ ปัญหาความมั่นคง หากดันให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ ซึ่งมีหลายคนพูดถึงคลองสุเอซ คลองปานามา และปัจจุบันพูดถึงช่องแคบฮอร์มุซ หากดูประวัติศาสตร์กลายเป็นสมรภูมิการรบ และหากให้โครงการดังกล่าวทดแทนแนวคิดขุดคลอง สถานการณ์ปัจจุบันล่อแหลมกว่ามาก เพราะมีประเทศมหาอำนาจที่ คือสหรัฐอเมริกา และจีน มีความขัดแย้ง และพื้นที่ที่เป็นจุดสุ่มเสี่ยงขัดแย้ง คือ ทะเลจีนใต้ หากโครงการแลนด์บริดจ์เดินหน้า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทะเลจีนได้ เชื่อได้ว่า 2 มหาอำนาจต้องมายึดพื้นที่ดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอาจมายึดตั้งแต่ทำ พีพีพี เพราะมีข่าวต่างประเทศ ระบุว่า สหรัฐฯ และ จีน ขัดข้อเรื่องคลองปานามา เพราะบริษัทจีนควบคุมเส้นทางเดินเรือได้ จนมีความขัดแย้งและกดดันปานามาในที่สุด

"ทั้งนี้ ผมสับสนกับคนที่บอกว่าอยากให้เราเป็นฮอร์มุช ทรัพยากรที่ใช้ เช่น อิหร่าน หากอิหร่านยืนยันจะเก็บเงินการต่อสู้ ความขัดแย้ง สงครามที่จะเกิดขึ้นมีมหาศาล ประเทศไทยอยากเป็นอย่างนั้นหรือ ทั้งนี้ผมมองว่าควรตั้งหลักใหม่เพื่อสร้างโอกาสให้ชาวใต้ การปฏิเสธตั้ง กมธ.เท่ากับตอกย้ำความพิรุธ ความไม่ชอบาพากล ความพยายามรวบรัด โดยให้ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียวอ้างการศึกษาเดียวดันเรื่องนี้ จะให้คนเข้าใจได้อย่างไรว่าไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เอื้อให้คนที่เกี่ยวข้องและคนที่เตรียมการแสวงหาประโยชน์ ทังที่เป็นการแสวงประโยชน์บนการทำลายทุน และทรัพยาก รวมถึงโอกาสของคนใต้ และสุ่มเสี่ยงทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อยากให้ผู้แทนประชาชนทุกคนมีโอกาสศึกษาและติดตาม ตั้ง กมธ.วิสามัญ" นายอภิสิทธิ์ อภิปราย

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายปิดญัตติ ตอนหนึ่งว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ และตนขอเสนอให้ใช้การพัฒนาพื้นที่ผ่านระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้ เป็นฐานและกรอบการพัฒนา ทั้งยกระดับเกษตรกให้มีความมั่นคง และลงทุนพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่รับใช้ชีวิต เช่น น้ำประปาดื่มได้ การศึกษาที่มีคุณภาพ ระบบการรักษาที่ดี เมื่อลองทำตัวเลขเบื้องต้น ลงทุน 5 แสนล้านบาท สร้างการเติบโต จีดีพี 4% ต่อปี ลดภาระหนี้สิน 30% ยกระดับรายได้ ดังนั้น ขอสภาฯ ได้ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาเนื้อหาดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างการเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ กับส่งข้อคิดเห็นไปให้ ครม.พิจารณา นายโสภณ ประธานการประชุมจึงให้มีการลงมติ ผลพบว่า เสียงข้างมาก 266 เสียง เห็นด้วยกับการเสนอความเห็นให้ ครม.พิจารณา ต่อ 174 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top