Logo วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / การเมือง
เปิดไทยช่วยไทยพลัส  60/40สะพัด  ประเดิมวันแรก1มิ.ย.

เปิดไทยช่วยไทยพลัส 60/40สะพัด ประเดิมวันแรก1มิ.ย.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : เปิดไทยช่วยไทยพลัส 60/40สะพัด ประเดิมวันแรก1มิ.ย.
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เปิดไทยช่วยไทยพลัส

60/40สะพัด

ประเดิมวันแรก1มิ.ย.

รบ.ลั่นอัดเงินเข้าสู่ระบบ

เยียวยาค่าครองชีพปชช.

มาร์คเย้ยกระตุ้นได้แค่4ด.

รัฐบาลเปิดใช้ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” วันแรก ย้ำขั้นตอนใช้ง่ายผ่าน G-Wallet ช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 200 บาท ระบบคำนวณให้อัตโนมัติ ด้าน “อภิสิทธิ์” ชี้รัฐทุ่ม 1.7 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ 4 เดือน ตั้งคำถามดังๆ ถ้าข้าวของยังแพง จากนี้จะแก้ยังไง ดักทางให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญ ติดตามการใช้เงินกู้

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมเปิดใช้งานโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส60/40” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ รัฐบาลขอเน้นย้ำวิธีการใช้งานสำหรับประชาชน เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง โดยประชาชนสามารถเริ่มใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตั้งแต่เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป โดยกดแบนเนอร์“ไทยช่วยไทยพลัส” และตรวจสอบวงเงินเริ่มต้นที่ได้รับสิทธิ์


สำหรับขั้นตอนการใช้จ่าย ประชาชนจะต้องเติมเงินเข้า G-Wallet จากนั้นให้ร้านค้าเปิดแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เพื่อสร้าง QR Code และประชาชนใช้แอปฯ เป๋าตังสแกนชำระเงิน โดยระบบจะคำนวณสัดส่วนร่วมจ่ายอัตโนมัติ ก่อนยืนยันรายการด้วยรหัส PIN 6 หลัก

ทั้งนี้ โครงการใช้หลักการร่วมจ่ายในสัดส่วน “รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%” เช่น หากซื้อสินค้า 100 บาท รัฐจะช่วยจ่าย 60 บาท และประชาชนจ่ายเอง 40 บาท ขณะที่กรณีซื้อสินค้า 333 บาท รัฐจะช่วยจ่ายสูงสุด 200 บาทต่อวัน และประชาชนจ่ายเอง 133 บาท

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ภาครัฐจะสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 200 บาทต่อวัน และสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน โดยวงเงินจะตัดยอดทุกสิ้นเดือนและไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ ทั้งนี้ โครงการจะเปิดให้ใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2569

“รัฐบาลต้องการให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส60/40 เป็นมาตรการที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ใช้งานง่าย และช่วยลดภาระค่าครองชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ” น.ส.ลลิดา กล่าว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า พร้อมเติมเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัส1,000 บาท แก่ผู้ได้สิทธิรวมกว่า 39.2ล้านคน ทั้งกลุ่มผู้ได้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน และผู้ลงทะเบียนผ่านโครงการ 60/40 อีก 26.04ล้านคน ให้สามารถเริ่มใช้จ่ายพร้อมกันตามเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันที่ 1มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น.จนถึง 23.00น.ของทุกวัน

ส่วนเงื่อนไขการใช้จ่ายของผู้ถือสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน สามารถใช้จ่ายวงเงิน 1,000 บาทได้โดยไม่ต้องใช้เงินของตัวเองร่วมจ่าย ในการซื้อสินค้าที่จำเป็นกับร้านธงฟ้าราคาประหยัด แต่ไม่สามารถถอนหรือแลกเป็นเงินสดได้ ขณะที่ผู้ได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส60/40 มีเงื่อนไขว่าทุกการใช้จ่าย รัฐบาลจะช่วยออกให้ 60% และประชาชนต้องจ่ายเอง 40% ผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง พร้อมกับจำกัดวงเงินรายวันรัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน

สำหรับขั้นตอนการใช้จ่าย ไทยช่วยไทย พลัส60/40 ต้องเติมเงินเข้า G-Wallet ใน แอปฯ เป๋าตัง

จากนั้นให้ร้านค้าเปิดแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อสร้าง QR Code ประชาชนใช้แอปฯ เป๋าตัง สแกนชำระเงิน โดยระบบจะคำนวณสัดส่วนร่วมจ่ายอัตโนมัติ ก่อนยืนยันรายการด้วยรหัส PIN 6หลัก

สิทธิ 60/40 ซื้อของต้องจ่ายกี่บาท? โครงการใช้หลักการร่วมจ่ายในสัดส่วน “รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%” เช่น หากซื้อสินค้า 100 บาท รัฐจะช่วยจ่าย 60 บาท และประชาชนจ่ายเอง 40บาท กรณีซื้อสินค้า 333 บาท รัฐจะช่วยจ่ายสูงสุด 200 บาทต่อวัน และประชาชนจ่ายเอง 133 บาท เช็คสิทธิเงื่อนไข ไทยช่วยไทย พลัส60/40 ภาครัฐจะสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 200 บาท ต่อวัน และสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือนวงเงินจะตัดยอดทุกสิ้นเดือนและไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้ โครงการจะเปิดให้ ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ปิดรับลงทะเบียนไปแล้ว โดยมียอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 26 ล้านคนว่าการใช้สิทธิในโครงการลักษณะนี้หลายครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เต็มจำนวนอยู่แล้ว แต่ตัวเลข 26 ล้านคนก็ถือว่าไม่น้อย สิ่งที่สำคัญก็คือรัฐบาลกำลังทุ่มเททุกอย่างไปกับโครงการนี้ ซึ่งเราเข้าใจดีว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เพียงแต่ว่าที่เราพูดมาตลอด คืออยากเห็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตั้งแต่แรกจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดมากกว่า นั่นคือรัฐบาลมีศักยภาพในการลดราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน

จากการเดินหาเสียงก็ได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้า หลายคนพูดว่าหากน้ำมันถูกลง จะปรับเรื่องของต้นทุนได้ ทุกอย่างจะคลี่คลายได้ง่ายกว่า เมื่อรัฐบาลเดินไปทางนี้ ก็ต้องหาทางให้ได้ผลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่พรรคประชาธิปัตย์กังวลว่าจะกระตุ้นได้เพียงแค่ 4 เดือน จากนั้นหากข้าวของยังแพงอยู่รัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะใช้เงินกู้ไปถึง 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ทำให้หนี้สาธารณะขยับเข้าไปใกล้เพดาน

เมื่อถามว่าตัวเลข 26 ล้านคนสะท้อนว่าประชาชนไม่ตื่นตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าพูดตามตรงตอนที่รัฐบาลตัดสินใจไม่ลดภาษีสรรพสามิต หรือลดภาษีใดๆ ก็ตาม รัฐบาลมักจะพูดว่าอยากจะช่วยเหลือประชาชนแบบมุ่งเป้า วันนี้ 26 ล้านคนแล้วก็ถือว่าอยู่ในจำนวนมาก ถ้าหากจะมุ่งเป้าช่วยเหลือจริงๆ เป็นเรื่องของคนที่อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นหลักซึ่งมีการแยกออกไป พูดง่ายๆ โครงการนี้เป็นความพยายามของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่จะไปช่วยเหลือประชาชน

ต่อข้อถามว่าจะเริ่มใช้เงินในวันที่ 1 มิถุนายนนี้แล้วแต่การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานสภาฯ ก็ยังไม่ยอมบรรจุญัตติในการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในวันที่ 4มิถุนายนนี้เรื่องนี้จะเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พยายามอย่างเต็มที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ของรัฐบาล โดยโครงการต่างๆ จะต้องมองไปข้างหน้า เช่น โครงการพลังงาน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ว่าเป็นการใช้เงินแบบใด

พรรคประชาธิปัตย์เคยพูดตั้งแต่ต้น ว่าไม่ใช่เงินที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกู้ออกมาช่วย จึงอยากจะตรวจสอบตรงนี้ แต่ในสภาชุดนี้ซีกรัฐบาลมักจะไม่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งขอบอกตรงๆ ว่าผิดหวัง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ให้ความสำคัญการที่ตัวแทนของประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบต่างๆ เช่น กรณีแลนด์บริดจ์ที่พรรคเห็นว่ามีความผิดปกติโดยเฉพาะรายงานของ สนข.จากนี้คงจะต้องมาทำกันเองในการทำให้ตัวเลขเป็นจริงเสนอต่อรัฐบาลให้ได้ พรรคจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวยังมีความหวังว่ากรณีเงินกู้ จะสามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ เนื่องจากรัฐบาลใช้เงินจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ แต่หากไม่สามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้ ก็จะเดินหน้าตรวจสอบกรรมาธิการผ่านกรรมาธิการสามัญการเงินการคลัง แต่ขณะนี้งานก็ล้นมือ

“ขอย้ำอีกครั้งไม่ทราบว่าเป็นความเข้าใจผิด หรือความจงใจจริงๆ อย่างน้อยที่สุดแม้กระทั่งการอภิปรายในสภาฯ ก็ควรจะมีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ มานั่งฟัง ในสมัยที่พวกเราเป็นฝ่ายบริหาร ก็ได้กำชับเสมอว่าต้องให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบสูงของรัฐบาล เพราะข้อมูลหลายอย่างของสมาชิกสภาฯ ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน ก็มีการนำเสนอข้อมูลที่ดี ดังนั้นควรมารับฟังด้วยตนเอง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved