วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คลังเข้มคนจนไม่จริง
พบ4แสนคน
ยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์
เตรียมจัดระเบียบใหม่
ให้โอกาสอีกรอบ21มิ.ย.
ไทยช่วยไทยพลัสแรง
ใช้จ่ายสะพัด1.2หมื่นล.
ประชาชนใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไปแล้วมากกว่า 21 ล้านคน ยอดการใช้จ่ายรวมเป็นเงิน 12,533 ล้านบาท ด้านปลัดคลัง โวลงทะเบียนบัตรคนจน ต้นแบบปรับภาษีใหม่ เกาะติดข้อมูลเรียลไทม์ ส่วนการลงทะเบียนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 8,865,427 ราย สำเร็จเรียบร้อย 8,454,728 ราย ยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ 410,699 ราย ขอให้ลงทะเบียนใหม่ภายใน 21 มิถุนายนนี้
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดข้อมูลร้านค้าและการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ณ เวลา 23.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พบว่ามีประชาชนใช้จ่ายแล้ว 21,225,876 คน ในจำนวนนี้มี 142,610 คน ที่ใช้จ่ายสิทธิครบ 1,000 บาทของเดือนแรก
ขณะที่ร้านค้า ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสำเร็จแล้ว 992,898 ราย ล่าสุดมียอดใช้จ่ายรวม 12,533 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่รัฐบาลร่วมจ่าย 7,296 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนจ่าย 5,236 ล้านบาท
ส่วนกรณีใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00-21.00 น. โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม สามารถเข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
เตรียมใช้ระบบภาษีติดลบภายใน2ปี
ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมจัดระเบียบสวัสดิการภาครัฐใหม่ทั้งระบบ โดยเตรียมผลักดันระบบภาษีติดลบ หรือ Negative Income Tax (NIT) มาใช้ให้เกิดขึ้นจริงภายใน 2 ปี เพื่อแก้ปัญหาสวัสดิการซ้ำซ้อน และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยยึดหลักการรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี รายได้ไม่ถึงเกณฑ์รับสวัสดิการ
ทั้งนี้ การคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ ที่มีการตรวจสอบลิงก์ข้อมูลกับฐานภาษีบุตรเพื่อดูการอุปการะบุพการี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดระบบข้อมูลเพื่อก้าวไปสู่ระบบ NIT ที่สมบูรณ์แบบในอนาคต
ช่วยเหลือให้เหมาะกับค่าใช้จ่ายจริง
นายลวรณกล่าวว่า สำหรับระบบ NIT คือการเปลี่ยนผ่านจากการให้เงินช่วยเหลือแบบครอบจักรวาล หรือการจ่ายเท่ากันทุกคน เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่จ่ายตามขั้นบันไดอายุ 600-1,000 บาท ไปสู่การให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า(Targeted)ตามโปรไฟล์ความเดือดร้อนของแต่ละบุคคล โดยระบบใหม่นี้จะช่วยให้รัฐบาลรู้จักตัวตนของคนไทยทุกคนอย่างละเอียดผ่านฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อวิเคราะห์ว่าประชาชนแต่ละคนมีความต้องการสวัสดิการที่แตกต่างกันอย่างไร เช่น กลุ่มเปราะบางที่สุด อาจยังคงใช้เครื่องมืออย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นตัวหลักในการดูแล ขณะที่กลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ อาทิผู้พิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภาระต้องดูแลบุพการีและบุตร จะได้รับแพ็กเกจช่วยเหลือที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับภาระค่าใช้จ่ายจริง
มุ่งพัฒนาระบบให้เป็นแบบ Real-time
ทั้งนี้ การใช้ระบบ NIT รัฐต้องการพัฒนาระบบให้เป็นแบบReal-time เพื่อรองรับการดูแลประชาชนได้ทันที เช่น หากใครตกงานในเดือนสิงหาคม ระบบควรรับทราบและดึงเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอจนถึงรอบการยื่นภาษีประจำปีในเดือนมีนาคมปีถัดไป
“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในระบบ NIT สำหรับกลุ่มที่จนที่สุด ส่วนกลุ่มอื่นๆ จะได้รับแพ็กเกจช่วยเหลือที่ต่างกันไปตามความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือเงินอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งหากแยกแยะผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวอยู่แล้ว หรือผู้ที่ไม่ลำบากจริงออกไปได้ รัฐจะสามารถประหยัดงบประมาณและนำเงินไปดูแลกลุ่มที่เปราะบางที่สุดได้ดีขึ้น” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
ช่วยให้รู้จักตัวตนคนไทยอย่างละเอียด
นายลวรณกล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ขยายการเชื่อมโยงข้อมูลจากเดิม 20 แหล่ง เป็น 40 แหล่งข้อมูล เพื่อใช้ในการคัดกรอง ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าคนหนึ่งคนได้รับความช่วยเหลืออะไรจากรัฐบ้าง เช่น เป็นข้าราชการบำนาญที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาได้ด้วย หรือเป็นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยความพิการร่วมด้วยหรือไม่ ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี กระทรวงการคลังยืนยันว่า ระบบปัจจุบันสามารถรองรับการยื่นแบบภาษีและการคัดกรองคนจำนวน 20-30 ล้านคน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในอนาคตการยื่นภาษีและรับสวัสดิการอาจทำได้ง่ายเพียงการ กดปุ่มเดียวผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อยืนยันข้อมูลที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ (Data Cleansing)
นายลวรณกล่าวว่า การใช้ระบบนี้จะทำให้รัฐบาลสามารถ รู้จักตัวตนของคนไทยทุกคนอย่างละเอียดผ่านฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกัน ทำให้ทราบสถานะที่แท้จริงว่าแต่ละคนทำงานหรือไม่มีรายได้เท่าไหร่ มีภาระต้องดูแลบุพการีหรือบุตรกี่คน รวมถึงมีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือความพิการหรือไม่ เพื่อที่รัฐจะได้เข้าไปช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของบุคคลนั้นๆ อย่างแท้จริง
ลงทะเบียนบัตรคนจนสำเร็จ8.4ล้านคน
นายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4-5 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 24.00 น.มีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 8,865,427 ราย โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์5,473,320 ราย ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ1,244,416 ราย ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง 1,188,530 ราย ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร 614,723 ราย และเครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 344,438 ราย
ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ผ่านทุกช่องทางหรือสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th รวมทั้งเข้ารับบริการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ทั้งนี้ มีผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิที่มีการยืนยันข้อมูลสำเร็จเรียบร้อย 8,454,728 ราย และผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ 410,699 ราย โดยขอให้ผู้ที่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิผ่านเว็บไซต์และพิสูจน์ตัวตนด้วยการกรอกข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนเข้ามาติดตามสถานะการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์โครงการฯ หากตรวจสอบสถานะแล้วพบข้อความว่า “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ผู้ลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวไม่ต้องดำเนินการใดๆ ในช่วงนี้ ขอให้รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิในวันที่17 กรกฎาคม 2569
ไม่สมบูรณ์ต้องลงใหม่ภายใน21มิ.ย.นี้
สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนแล้วพบข้อความว่า“ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”ให้ผู้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนใหม่ เนื่องจากข้อมูลตามบัตรประจำตัวประชาชนไม่ถูกต้อง โดยสามารถเลือกลงทะเบียนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งตามที่โครงการฯ กำหนด ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านช่องทางเดิม และสำหรับผู้ลงทะเบียนที่ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนแล้วพบข้อความว่า “อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน” ให้ผู้ลงทะเบียนกลับมาตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนในวันถัดไป
รองโฆษกกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเน้นย้ำว่า ขอให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนยืนยันการลงทะเบียน รวมทั้งติดตามสถานะการลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องจนกว่าระบบจะแสดงสถานะยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์
สำหรับกรณีการลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ ขอให้ผู้ลงทะเบียนดำเนินการลงทะเบียนใหม่ภายในระยะเวลาการเปิดรับลงทะเบียนของโครงการฯ หรือ ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569
ตรวจสอบสถานะเพื่อความแน่ใจ
ส่วนกรณีผู้ลงทะเบียนที่กรอกหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข/ลงทะเบียนใหม่ หากสถานะในระบบแสดงว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว” ถือว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว หากไม่แน่ใจ สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ที่ https://welfare.mof.go.thหรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
ทั้งนี้ หากสถานะขึ้นข้อความว่า“ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง” : ให้ผู้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนใหม่ได้ทุกช่องทาง โดยไม่จำเป็นต้องลงซ้ำช่องทางเดิมสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ 5 ช่องทาง ดังนี้ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์โครงการ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคาร กรุงไทย, ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน,ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หากไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ สามารถใช้เบอร์โทรศัพท์ซ้ำกันได้ ขอเพียงเป็นเบอร์ที่สามารถติดต่อท่านได้ในกรณีจำเป็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี