537.jpg
ถ้าทุจริตตายไปแล้ว ‘ชัชชาติ’โต้ ปัดไม่มีระบอบอากง เมิน‘คริส’แถลงท้ารบ ขุดโยกย้าย/งาบหัวคิว

ถ้าทุจริตตายไปแล้ว ‘ชัชชาติ’โต้ ปัดไม่มีระบอบอากง เมิน‘คริส’แถลงท้ารบ ขุดโยกย้าย/งาบหัวคิว

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.


ถ้าทุจริตตายไปแล้ว
‘ชัชชาติ’โต้
ปัดไม่มีระบอบอากง
เมิน‘คริส’แถลงท้ารบ
ขุดโยกย้าย/งาบหัวคิว
‘อนุชา’ปล่อยMVแร็พ
โกยแต้มชิงผู้ว่าฯกทม.

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เดือดต่อเนื่อง “คริส โปตระนันทน์” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวระบอบอากง ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายผอ.เขต เก้าอี้ละ 4 ล้าน เรียกเก็บแรงงานต่างด้าว ยันกินหัวคิวค่าดูดส้วม ใบอนุญาตสร้างอาคาร ขณะที่ “ชัชชาติ” โต้แหลกระบุถ้าทุจริตจริงคงตายไปนานแล้ว เย้ยคริสแถลงไร้สาระไม่มีเนื้อหาอะไรควงลูกชายหาเสียงตามปกติ ขณะที่ “อนุชา”จัดทีมประชาธิปัตย์เปิดMVตระเวนทั่วกรุงโกยคะแนนกระหึ่ม

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคาร M Group นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดหลักฐาน ปฏิบัติการ ทุบ! ระบอบอากง เปิดแผลทุจริต กทม.โดยระบุว่า ระบบอากง เป็นเครือข่ายอำนาจภายในกรุงเทพมหานครที่เชื่อมโยงกับหลายสายงาน ทั้งโยธา ตลาด สภากทม. งบประมาณ และบริษัทรับงานต่างๆ จนเปรียบเสมือนมีบุคคลบางกลุ่มเป็นผู้รันการบริหารงานของกทม.อยู่เบื้องหลังขณะที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นเพียงผู้ลงนามในทางเอกสารเป็นเพียงผู้ว่าฯ เงา เท่านั้น


เปิดโปงหลักฐานมัดระบบอากง

นายคริสกล่าวว่าวันนี้ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า แท้จริงแล้วใครเป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ระหว่างผู้ว่าฯกทม.หรือ“อากง”ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมา โดยอ้างว่า อากงไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ยังมีบุคคลอีกคนหนึ่งที่พรรคเรียกว่า“ปร.”ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในระบบดังกล่าว

นายคริสได้นำชาร์ตผังเปิดเผยโดยอธิบายว่าผังที่มาให้ดูวันนี้ไม่ใช่ผังการทำงานเพื่อประชาชน แต่เป็น“ผังทำมาหากินแบบเส้นเลือดฝอย” เครือข่ายดังกล่าวแทรกซึมอยู่ในสำนักงานเขตต่างๆ และเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตร้องเรียนมายังพรรคเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่า หากต้องการขึ้นเป็น ผอ.เขตจะต้องถูกเรียกไปพูดคุยในสถานที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร โดยมีการเก็บโทรศัพท์ก่อนเข้าไปพูดคุย และหลังจากนั้นจะมีผลลัพธ์เพียง 2 ทางคือได้ขึ้นตำแหน่ง หรือ ไม่ได้ขึ้นตำแหน่ง

ปูดเรียก4ล้านแลกเก้าอี้ผอ.เขต

นายคริสอ้างว่าผู้ที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมระบบ หรือไม่ยอมจ่ายเงิน4 กิโล จะไม่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ถ้าจ่าย 4 กิโล ก็จะได้รับการแต่งตั้งตำแหน่ง ผอ.เขต พร้อมย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าข้าราชการ กทม.ทุกคนไม่ดี เพราะยังมีข้าราชการจำนวนมากที่ตั้งใจทำงาน สุจริต และไม่ต้องการเข้าไปอยู่ในระบบดังกล่าว

นายคริสยังกล่าวถึงตัวเลข“4 กิโล” หรือ 4 ล้านบาท ที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เป็นข้อมูลจากผู้ช่วยเขตที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผอ.เขต และมาร้องเรียนกับพรรคโดยตั้งคำถามว่าหากตำแหน่งผอ.เขตมีต้นทุนสูงถึงหลักล้านบาทก็ย่อมต้องมีการหาผลประโยชน์กลับคืนจากพื้นที่ เนื่องจากเงินเดือนปกติของ ผอ.เขตไม่สามารถทำให้คุ้มทุนได้

นำงาน4ฝ่ายไปหาผลประโยชน์

นายคริสกล่าวว่าในสำนักงานเขต มีหลายฝ่ายที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาด และฝ่ายสิ่งแวดล้อม พร้อมยกตัวอย่างข้อร้องเรียนที่พรรคได้รับ เช่นการเรียกรับเงินจากงานสูบส้วม การนำรถของกทม.ไปให้บริการเอกชน การเรียกเก็บเงินจากร้านอาหารในเรื่องบ่อดักไขมัน ใบอนุญาตสะสมอาหารตู้หยอดเหรียญ การขออนุญาตก่อสร้าง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร รวมถึงการค้าขายของต่างด้างบนทางเท้า โดยเปิดคลิปเสียงที่บอกว่าจ่ายเงิน 500-2,000 บาท แลกค้าขายได้ พร้อมเปิดคลิปเสียงประชาชนรายหนึ่งที่อ้างว่าถูกเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อดำเนินการเรื่องใบอนุญาต

โดยเฉพาะฝ่ายโยธา นายคริสระบุว่าเป็น“พระเอก”ของระบบผลประโยชน์ เพราะเกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างจำนวนมากในแต่ละปี แม้กทม.จะมีระบบยื่นขออนุญาตออนไลน์ เพื่อลดการพบกันระหว่างผู้ขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อร้องเรียนว่าหากไม่ไป“เคลียร์”ก็อาจถูกเตะถ่วง หรือไม่ได้รับการอนุมัติ

ทั้งนี้ ยังมีการบอกว่าแต่ละฝ่ายจะมีรายได้ต่างกันโดยฝ่ายเทศกิจจะมีรายได้ต่อเดือน 4-5 แสนบาทฝ่ายรักษา 3-4 แสนบาท ซึ่งมาจากการรับงานนอก ฝ่ายสิ่งแวดล้อมเดือนละ5 แสนบาท ขณะที่ฝ่ายโยธา ทำรายได้สูงสุดถึงปีละ 10 ล้านบาท

บี้‘ชัชชาติ’ปัดความรับผิดชอบไม่ได้

นายคริส กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าประชาชนถูกขูดรีดในหลายขั้นตอน และคำถามสำคัญ คือ เงินเหล่านี้ไหลไปที่ใด พร้อม ยืนยันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในหลายสำนักงานเขตและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ กทม.

นอกจากนี้นายคริสยังเปิดประเด็นเรื่องการแต่งตั้งและโยกย้าย ผอ.เขต โดยอ้างถึงกรณีคำสั่งโยกย้ายเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568ซึ่งมีข้าราชการถูกโยกย้าย 25 คน และมีผอ.เขต 16 ราย ก่อนที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานครหรือ ก.พ.ค.กทม.จะมีคำวินิจฉัยให้ กทม.ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวภายใน 30 วัน เนื่องจากกระบวนการคัดเลือกมีปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์

นายคริสระบุว่า แม้กทม.จะมีคำสั่งยกเลิก แต่กลับมีคำสั่งให้บุคคลกลุ่มเดิม (16 ผอ.เขต) ไปปฏิบัติหน้าที่หรือติดตามงานในเขตเดิมอยู่ดี โดยตั้งข้อสังเกตว่า นี่คือการท้าทายคำวินิจฉัยของก.พ.ค.และเป็นการทำให้บุคคลเหล่านั้น ยังคงปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็น ผอ.เขต แม้ในทางคำสั่ง จะถูกย้ายออกไปแล้วก็ตาม

ขุดการแต่งตั้งโยกย้าย

“จากวันที่มีคำสั่งยกเลิกจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาเพียง 9 วัน ได้มีการแต่งตั้งบุคคลกลุ่มเดิมกลับเข้าไปดำรงตำแหน่งอีกครั้งโดยตั้งคำถามว่ากทม.ได้เปิดรับสมัครใหม่จริงหรือไม่มีผู้สมัครรายอื่นหรือไม่ และเหตุใดกระบวนการทั้งหมด จึงสามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั้งที่ตามขั้นตอนต้องมีการรับสมัคร ตรวจคุณสมบัติ ประเมินผลงาน ประเมินศักยภาพ ความประพฤติจัดลำดับ”นายคริสกล่าว

และย้ำอีกว่าหากกรุงเทพมหานครไม่มีระบบคุณธรรม การบริหารเมืองก็จะเดินต่อไปไม่ได้ เพราะตำแหน่ง ผอ.เขตมีความสำคัญอย่างมากไม่เพียงเกี่ยวกับการบริหารงานในพื้นที่ แต่ยังเกี่ยวพันกับเครือข่ายการเมืองและการเลือกตั้งในอนาคตด้วย

นายคริส ยังย้ำอีกว่าหากนายชัชชาติกล้าจริง ต้องประกาศให้ชัดว่าจะกำจัด “ระบบอากง”ออกจากกรุงเทพมหานครและกลับมาเป็นผู้ว่าฯที่บริหารงานด้วยตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งรันกทม.อยู่เบื้องหลัง เขาระบุว่า วันนี้เราไม่ได้กล่าวหาข้าราชการกทม.ทุกคน แต่เรากำลังพูดถึงระบบที่ทำให้คนดีอยู่ยาก คนที่ไม่จ่าย ไม่ได้ขึ้นและประชาชนต้องเป็นผู้รับภาระจากการถูกเรียกเก็บผลประโยชน์ในทุกขั้นตอน หากผู้ว่าฯยังปล่อยให้เรื่องนี้ดำรงอยู่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

“ระบบอากงกินใบอนุญาต และไม่ใช่กินใบอนุญาตอย่างเดียว กินขี้ด้วย กินรถดูดส้วม กินต้นไม้ กินรถขนขยะ ระบบนี้ยังเกาะกินอยู่แบบนี้ แล้วท่านชัชชาติจะถือตัวเองเป็นพระจะบริสุทธิ์คนเดียวในกทม. แล้วให้พวกเราเลือกท่าน แล้วยังมีระบบเงาอยู่ข้างหลัง มันไม่ใช่” นายคริส กล่าวทิ้งท้าย

‘ชัชชาติ’ควง’แสนดี’ช่วยหาเสียง

วันเดียวกัน เวลา 10.30 น.ที่สเตเดี้ยมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 9 ถ่ายทอดสด ผ่านเฟซบุ๊กพร้อม นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ แสนดี บุตรชาย โดยระบุว่าในวันนี้นายแสนปิติ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นจะมาช่วยหาเสียงในวันนี้ด้วย

โดยนายชัชชาติ และนายแสนปิติ ชนหมัด พร้อมถ่ายภาพร่วมกันก่อนขึ้นรถหาเสียงเบอร์ 9 ทักทายประชาชน พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.รวมถึงนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯโดยมุ่งหน้ายังเขตจอมทอง และบางขุนเทียน ตามลำดับ

‘ต่อศักดิ์’โต้ไม่เกี่ยวซื้อขายเก้าอี้100%

ทางด้าน นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธสิ่งที่ นายคริส โปตระนันทน์สส.บัญชีรายชื่อ ประธานพรรคเศรษฐกิจออกมาแฉระบบอากง

และว่า ความจริงก็คือความจริง ให้สังคมเห็นเอง แต่บังเอิญวันนี้เขาไม่ได้พูดถึงตนเอง ดังนั้น ก็ไม่ควรจะตอบเขา ส่วนคนใกล้ชิดที่ชื่อ ปร.นั้น คนใกล้ชิดของตนเองมีเยอะแยะก็เลยไม่รู้จะตอบอย่างไร

ผู้สื่อข่าวจึงถามมาว่ากังวลหรือไม่ หากจะมีการเปิดหลักฐานรอบใหม่ นายต่อศักดิ์ ตอบว่า การเมืองก็เป็นแบบนี้ ยืนยัน 100% ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง ตนเองพูดในที่ประชุม พูดกับหัวหน้าหน่วยงาน พูดทุกที่ ใครเสียเงินไป เป็นเรื่องของคุณเอง ส่วนที่นายคริสระบุว่าระบอบอากง ไม่ใช่นายต่อศักดิ์ แต่หมายถึงระบอบอากงที่ทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่ง นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ จะทำระบอบอากง AI พูดเรื่อง AI ให้หมด

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายคริสอ้างอิงข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม.เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2566 ถึงนายปารุส อรหัตมานัส อดีตผู้อำนวยการเขต ที่เคยมาช่วยงาน นายต่อศักดิ์ กล่าวว่านาน เก่ามากแล้ว ตั้งแต่แรกๆ ตอนหลัง เขาไม่ได้เกี่ยวข้องเลย

ส่วนที่นายคริสอ้างว่าทุกครั้งไปเซฟเฮาส์เพื่อคุยเรื่องตำแหน่งจะมีการยึดโทรศัพท์ นายต่อศักดิ์กล่าวว่าไม่มี นอกจากจะไม่ยึดโทรศัพท์แล้วในการประชุม ยังให้ใช้โทรศัพท์และ Notebook LM ซึ่งตนเองใช้มาปีกว่าแล้ว ทุกคนต้องใช้ Notebook LM เป็น

ส่วนที่บอกว่าไปคุยกันที่เซฟเฮาส์นายต่อศักดิ์แจงว่า“ไม่มี จะกล้าไปเหรอเมียผมดุจะตาย บ้านผมอยู่สุทธิสาร จะไปเป็นเซฟเฮาส์อะไร เอาให้สร้างสรรค์นะ”

เมื่อถามว่านายชัชชาติให้กำลังใจอย่างไรบ้าง นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องเชื่อมั่นในความจริง สำคัญคือการเมือง ถ้าเราไม่เริ่มต้นจากความจริง มันจะไปกันยาก

ด้านนายชัชชาติ ยอมรับว่า นายต่อศักดิ์เสียกำลังใจ แต่ก็ต้องสู้ไป ชีวิตเขาผ่านมาเยอะ ปกติ“อากง” เป็นคนใจดี ดูแลหลานๆ ก็งงว่าทำไมตั้งชื่อให้แบบนั้น ส่วนตัวก็ถามนายต่อศักดิ์ทุกวันว่าพี่เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกอย่างไร ช่วยกัน ไม่เป็นไร

ชัชชาติโต้แหลกอากงเอไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการลงพื้นที่หาเสียงชุมชนเคหะชุมชนธนบุรี 1 ส่วนที่ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายคริสโปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ออกมาแฉระบอบอากง ว่า ไม่มีอะไร และจากที่ฟังในข้อสรุปก็ไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรม ซึ่งอากงที่ถูกกล่าวถึงอาจจะหมายถึงนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นคนมาช่วยงานหนึ่งในทีมของที่ปรึกษา การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับทีม ไม่มีระบบอากงหรือแม้กระทั่งการประชุมที่ยึดมือถือ อากงที่มีคืออากง AI เพราะในการประชุมต้องใช้ AI ในการตอบคำถามทุกคนต้องมีมือถือ จึงถือว่าเป็นอากงรุ่นใหม่ ทันสมัย ถือว่าเป็นเรื่องตลกมากที่ต้องเก็บมือถือกัน อีกทั้งนายต่อศักดิ์ก็เป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทันสมัย อาจใช้ AI มากกว่าตนเสียอีก ส่วนเรื่องเงินสินบน 4 กิโลกรัมก็ยืนยันว่าไม่มีการโอนให้ใคร

ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นระบอบอากง มีการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต 16 คน นายชัชชาติระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็จะต้องมีการรายงานมาแล้ว นอกจากนี้ ตนได้มีการสอบถามไปยังนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว และย้ำว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ใครจะทำอะไรมาตนไม่ทราบแต่เราไม่ทำ เพราะเมื่อนำคนที่ทุจริตมาอยู่ในตำแหน่งบริหารแล้ว สุดท้ายเขาจะเป็นเจ้านายเราเพราะเขาจ่ายเงินให้เรา

ถ้าทำทุจริตก็ตายไปแล้ว

“เรื่องทุจริตหากมีจริง ผมคิดว่าผมคงตายไปแล้ว เพราะมีทุกคนจ้อง เรามี สก. จากทุกพรรคการเมืองที่คอยตรวจสอบอยู่ เรามาด้วยตัวคนเดียวไม่มี สก.ในมือ ซึ่งถือเป็นระบบ Check and balance ที่สมบูรณ์ ผู้ว่าไม่มี สก.จะอยู่ได้หรือไม่ อยู่ได้เลยถ้าเรายืนตรงๆ ยืนด้วยความสุจริตทำงานเพื่อประชาชน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติย้ำว่า การโยกย้ายผู้อำนวยการเขต เป็นไปตามระบบความรู้ความสามารถ เป็นไปตามเกณฑ์ และเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง

ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการเขต เหตุใดผู้ที่อาวุโสถึงไม่ได้รับตำแหน่ง นั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ความอาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าคนที่อาวุโสเยอะจะได้ตำแหน่งเสมอ ไม่เช่นนั้นแล้วคนจะไม่ดูเรื่องความสามารถหรือองค์ประกอบอื่น

ขณะที่นางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม.กล่าวเสริมว่าหลักเกณฑ์การคัดสรรจาก 100 คะแนน ประกอบด้วยเล่มผลงานจำนวน 30 คะแนน ส่วน 50 คะแนน จะมีเรื่องประสบการณ์เป็นหนึ่งในสี่ของ 50 คะแนน 10 คะแนน เป็นการปฏิบัติตนตามระเบียบราชการ และ 10 คะแนนสุดท้ายคือด้านจริยธรรม ฉะนั้นจะมีการแบ่งส่วนอย่างชัดเจนซึ่งประสบการณ์เป็นหนึ่งในนั้นแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

‘อนุชา’ฟิตนำแกนนำสวนหลวงร.9

ช่วงเช้าเวลา 06.00 น. ที่สวนหลวง ร.9 เขตสวนหลวง-ประเวศ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่หาเสียงกระหึ่ม

โดยนายอนุชา กล่าวว่าจากการได้พบปะประชาชนเช้าวันนี้ต่างได้ฝากถึง เรื่องการปรับปรุงสถานที่โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย ที่อยากให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลในเรื่องมิจฉาชีพ และอยากให้เพิ่มในส่วนของกล้องวงจรปิดก็จะทำให้มีความอุ่นใจมากยิ่งขึ้น ยังพบว่าที่สวนแห่งนี้ค่อนข้างที่จะมีผู้สูงอายุมาใช้บริการมากพอสมควร ก็ได้อยากจะขอเพิ่มที่นั่งพักให้มากขึ้นตามจุดต่างๆพร้อมขอให้มีดูแลพรรณไม้ต่างๆ รวมถึงอาคารสถานที่บางแห่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถนนหนทางต่างๆ ที่อยากให้มีระบบขนส่งสาธารณะเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เข้ามาถึงสวนหลวง ร.9 และยังฝากเรื่องความสะอาดในพื้นที่อีกด้วย

เผยคะแนนแฟนคลับพุ่ง

เมื่อถามถึงผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้าโพลล์เรื่อง“เลือกตั้งกทม.69:เชิงพื้นที่กับทิศทางการเลือกผู้ว่าฯคนใหม่”นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ยังคงมาแรงนายอนุชากล่าวว่า ยิ่งดี ยิ่งเราตามมากเท่าไหร่ ทำให้ประชาชนมาให้กำลังใจมากขึ้นเท่านั้น ประชาชนก็ได้บอกว่าขอให้เรานำเสนอนโยบาย 5 เรื่องใหญ่ๆเพราะโดนใจประชาชน นอกเหนือจากปัญหาการแก้ไขกทม.ซึ่งต้องทำอยู่แล้ว คิดว่าสิ่งที่จะทำต่อเนื่องก็คือการสร้างโอกาสให้กับคนกทม. การสร้างความหวัง การนำไปสู่สิ่งดีๆ ในอนาคตจึงอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ทำแบบนี้ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯกทม.และสก. ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีวันดีคืน รวมไปถึงแฟนคลับของพรรคที่บอกว่าจะกลับมาเลือก และการที่มาลงพื้นที่พร้อมกับผู้บริหารพรรคเป็นการให้คำมั่นสัญญาว่า เราทำงานเป็นทีม เป็นองคาพยพ เป็นคณะ สิ่งต่างๆ เราไม่แค่คิดเอง ทำเอง อยู่แค่ระดับท้องถิ่น แต่เรามีระดับชาติที่ช่วยคิดในเรื่องของยุทธศาสตร์ แต่ถ้ามีปัญหาอะไร ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ผู้บริหารเอง ก็จะเข้ามาจัดการพวกเราอยู่แล้ว

ปชป.ปล่อยMVแร็พแฉปัญหาเมือง

ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเกมรุกศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงแร็พสุดมันส์“กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร”สะท้อนอินไซด์ และปัญหาจริงของคนกรุงเทพฯโดยส่ง“เจมส์-อนุชา บูรพชัยศรี”ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เบอร์ 5 ลงพื้นที่ถ่ายทำจริง จำลองชีวิตคนเมือง ตั้งแต่เช้ามืดถึงเย็น ย้ำแนวคิด “เมืองฟ้าอมร and more” เพื่อพิสูจน์ว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้

ไฮไลต์สำคัญของ MV “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร” คือความเรียล (Real) ที่ให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ลงพื้นที่สำรวจกรุงเทพฯ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ตื่นมาต่อสู้กับชีวิต เพื่อถ่ายทอดให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ในหนึ่งวันคนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาอะไรบ้าง

เนื้อหาใน MVได้ร้อยเรียงภาพปัญหาจริงของเมืองเข้ากับ 5 นโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ผ่านท่วงทำนองเพลงแร็พที่เข้าถึงง่าย โดยมีคนรุ่นใหม่ อย่าง วีร์ ศรีวราธนบูลย์ รับหน้าที่ทั้งแต่งเนื้อร้องและร้องเพลงนี้ด้วยตนเอง ยังได้ร่วมปรากฏตัวในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยบอกเล่าและสะท้อนปัญหาของคนเจเนอเรชันใหม่ไปพร้อมกัน

ตั้งคำถาม“กทม.ดีพอแล้วหรือยัง?”

หลังจากการปล่อย MV นี้ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เบอร์ 5 ได้ส่งสารตรงถึงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ชวนให้ทุกคนหยุดคิดและตั้งคำถามสำคัญร่วมกันหลังจากดู MV นี้จบว่า “กรุงเทพฯ ของเราวันนี้ดีพอแล้วหรือยัง!!” เพราะสำหรับตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นอย่างสุดใจว่ากรุงเทพฯ สามารถพัฒนาและเป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“ถ้าเราอยากเห็นสิ่งใหม่ๆ เราต้องกล้าเปลี่ยนคน แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง มาร่วมทำให้กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้” เลือกเจมส์ อนุชา เบอร์ 5 เป็นผู้ว่าฯ กทม.

‘ดร.มัลลิกา’ลุยตลาดบางปะกอก

ในขณะที่ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 14 ลงพื้นที่ ตลาดบางปะกอกเขตราษฎร์บูรณะ เป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนมากเข้ามาทักทายขอถ่ายภาพและสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข

โดยดร.มัลลิกากล่าวว่าตลอดการลงพื้นที่พบว่าประชาชนฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะเขตราษฎร์บูรณะ บางปะกอกทุ่งครุ และพื้นที่ใกล้เคียง กำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกันทั้งปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ การจราจร น้ำท่วม และมลพิษทางอากาศ ประชาชนไม่ได้ต้องการคำอธิบายอีกแล้ว แต่ต้องการผู้บริหารที่ลงมือแก้ปัญหาได้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top