537.jpg
ผู้เสียหายร้องสภา! พรรคประชาชน รับไม้ต่อทลายแก๊งกดบัตร

ผู้เสียหายร้องสภา! พรรคประชาชน รับไม้ต่อทลายแก๊งกดบัตร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.41 น.

11 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายกรณีการจองตั๋วผ่านช่องทางออนไลน์และผ่านบุคคลที่สาม จนเกิดเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่าสแกมเมอร์

 


พฤติการณ์หลอกลวงของสแกมเมอร์

โดยตัวแทนผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียน กล่าวว่า จากวันที่เริ่มคุยกับแอคเคานต์ที่รับกดบัตรคอนเสิร์ต BTS ในแพลตฟอร์ม X ผ่านแอคเคานต์ที่ใช้ชื่อว่า ซัมซัม โดยในแอคเคานต์ดังกล่าวรับกดบัตรคอนเสิร์ตตั้งแต่ราคา 300-700 บาท แต่ละโซนจะมีค่าจ้างกดบัตรที่ไม่เหมือนกัน โดยตนดูรีวิวและเห็นว่าแอคเคานต์นี้มีความน่าเชื่อถือมาก จึงแอดไลน์เข้าไปพูดคุยว่าสามารถกดบัตรให้ได้วันไหน ราคาเท่าไหร่ รวมถึงมีการคุยกันเรื่องการโอนค่ามัดจำ ค่ากดบัตร และอีกครึ่งหนึ่งของราคาบัตรคอนเสิร์ต

ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตนโอนเงินไป ก่อนถึงวันกดบัตร 1 วัน ทางแอคซัมซัมจะให้ทางเราทราบก่อนว่าเราจะต้องโอนจ่ายเท่าไหร่ และเมื่อถึงวันกดบัตรในช่วงเช้า ตนโอนเงินให้แอคซัมซัมเข้าบัญชีที่ 1 ซึ่งเป็นบัญชีในการโอนค่ามัดจำ และบัญชี 2 เป็นการโอนส่วนที่เหลือ

เมื่อตนโอนให้ครบแล้ว ทางแอคซัมซัมเริ่มปิดบัญชีแอคเคานต์ ตนจึงลงโพสต์ถามว่ามีใครกดบัตรจากร้านนี้บ้าง จากนั้นจึงรวมตัวกันสร้างโอเพนแชตรวบรวมผู้เสียหาย เพื่อดูยอดผู้เสียหายและยอดความเสียหาย เมื่อสอบถามกับผู้เสียหายคนอื่นๆ จึงรู้ว่าบัญชีที่ 1 ได้โอนให้บัญชีที่ 2 และบัญชีที่ 2 ได้โอนต่อไปถึงบัญชีที่ 3 ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความ ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนอื่นๆ ไม่อยากให้เจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีก

 

ถอดบทเรียนปัญหา "3 จ." สู่แนวทางการแก้ไข

ด้านนายกันต์พงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นวงการสแกมเมอร์ โดยปัญหามาจาก 3 จ. จ.แรก คือ จองเอง การจองบัตรเองที่ยาก จองผ่านมือถือ ผ่านคอมพิวเตอร์ต้องใช้อินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถจองเองได้ จ.2 คือ จองผ่านคนอื่น จ.3 คือ เจ็บใจ

และอีก 3 จ. ที่จะนำไปสู่คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ได้แก่ จ.แรก จำกัดการซื้อตั๋ว เนื่องจากสแกมเมอร์เหล่านี้อาจใช้บอทมาจองแทน อาจแก้โดยการเป็น 1 ไอดี ต่อ 1 ตั๋วหรือไม่ ในบางประเทศอย่างจีนและเกาหลี มีการจำกัดหนึ่งคนต่อ 1 ใบ จ.2 แจ้งไอดี ดิจิทัลไอดีต้องทำ Know Your Customer (KYC) ซึ่งเคยได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้ในสภาสมัยที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้ยังคงเกิดขึ้นอีก จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นมากกว่านี้ จ.3 คือ การจัดการ เชิญผู้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการกิจการด้านการจอง ต้องมีการจัดการเรื่องบอทที่เป็นองค์กรของสแกมเมอร์ รวมถึงการจัดการด้านอื่นๆ เช่น การสแกนไม่ให้มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาแทรกแซงการจองบัตร

ในนามของ กมธ.ผู้บริโภคฯ และอนุ กมธ. จะนำเรื่องนี้เข้าไปศึกษาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก นายกันต์พงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้รวมไปถึงกรณีตั๋วเครื่องบินด้วย เนื่องจากบางที่มีราคาที่ต่างกันมาก มีทั้งโควตาเอเจนซี่และโควตาบุคคลทั่วไป ไม่ใช่แค่ตั๋วคอนเสิร์ต แต่หมายรวมถึงตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ และตั๋วร่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะต้องมีความเป็นธรรม

 

 

จี้แก้ปัญหาตั๋วผีและการจัดสรรโควตาบัตรคอนเสิร์ต

ขณะที่ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การหลอกซื้อขายออนไลน์ แต่มีปัญหาทั้งเรื่องจองยาก การอัปราคาตั๋ว ส่งผลให้เกิดตั๋วผีขึ้นมา

ตนจะรับหน้าที่ดำเนินการพูดคุยกับตัวแทนของช่องทางจำหน่ายตั๋วต่างๆ โดยช่องทางที่จะแก้ไขคือการที่ 1 คนอาจซื้อได้ไม่เกิน 3 ใบ แต่ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวต่างชาติและคอนเสิร์ตต่างชาติที่เข้ามาจัดในไทย เนื่องจากในประเทศตัวเองไม่สามารถจัดได้ ต้องเปิดช่องให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาดูด้วย แต่ต้องได้รับความเป็นธรรมทั้งนักท่องเที่ยวและคนภายในประเทศไทย รวมถึงผู้จัดคอนเสิร์ตและบริษัทที่ขายบัตรว่าทำอย่างไรให้การซื้อบัตรง่ายและปลอดภัย ตนขอรับเรื่องไปที่ กมธ.สื่อสารฯ

 

เสนอจัดระเบียบโควตา "คนไทย-สปอนเซอร์" สร้างความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เมื่อถามว่าจะจัดการเรื่องการผูกขาดบัตรคอนเสิร์ตอย่างไร นายกรุณพล กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้คือผู้จัดบางเจ้าขายบัตรในต่างประเทศส่วนหนึ่ง และนำส่วนหนึ่งมาขายในประเทศ และอีกส่วนหนึ่งนำบัตรมาขายให้กับตัวแทนในไทยจำนวนน้อย เช่น ในกรณีคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด ตนขอไม่เอ่ยชื่อ ตนได้ไปพูดคุยกับตัวแทนจำหน่ายของบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีตั๋วมาจำหน่ายให้กับผู้ชมคนชาวไทยไม่เกิน 15% ทำให้ปริมาณคนที่ต้องการดูไม่สามารถกดตั๋วได้

นายกรุณพล กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราทำได้คือ การออกข้อบังคับทุกคอนเสิร์ตที่เข้ามาในไทย อย่างน้อยต้องมีตั๋วให้คนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50% เนื่องจากบางประเทศไม่อนุญาตให้คอนเสิร์ตที่เป็นคู่จิ้นหรือคอนเสิร์ตที่ฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมไม่สามารถจัดในประเทศตัวเองได้ จึงต้องมาจัดในไทยที่มีค่าใช้จ่ายถูก และต้องการแฟนคลับในประเทศมากกว่าคนที่อยู่ในประเทศ จนทำให้เกิดจำนวนกลุ่มที่ขายในประเทศค่อนข้างน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทบกับคนดูในประเทศ จึงต้องมีการออกระเบียบในการค้าตั๋ว

นายกรุณพล กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งสำหรับตั๋วอภินันทนาการ ซึ่งเป็นมาตรการของแต่ละบริษัทที่กันตั๋วไว้ให้สปอนเซอร์ เนื่องจากตัวผู้จัดไม่สามารถหาเงินมาบริหารจัดการได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีสปอนเซอร์ในงาน และสปอนเซอร์ต้องการค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากการติดป้าย นั่นคือตั๋วคอนเสิร์ตที่จะอภินันทนาการให้กับลูกค้าของสปอนเซอร์นั้นๆ ตรงนี้จำเป็นต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจนและมีวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ใช่การไปถึงหน้างาน แล้วบอกไม่มีตั๋วคอนเสิร์ต แล้วให้ไปฟ้องร้องเอาหลังจากวันงาน ซึ่งหลายคนมาจากต่างจังหวัด หลายคนเก็บเงินกันมา หลายคนมีโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้เจอ เพราะศิลปินบางคนมาครั้งเดียวและไม่มาอีกเลย ฉะนั้นแล้ว นี่จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ทำให้ทุกคนได้สมประโยชน์พร้อมกัน

นายกรุณพล กล่าวทิ้งท้ายว่า หน่วยงานภาครัฐอยู่ที่ฝั่งเราอยู่แล้ว เราจะออกกฎอย่างไรต้องฟังฝั่งเอกชนด้วย การตั้งกฎแข็งเกินไปหรือหย่อนเกินไป ทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อได้ ซึ่งเป็นการผลักให้คอนเสิร์ตระดับโลกไปจัดที่สิงคโปร์หรือมาเลเซียแทนที่จะเข้ามาในไทย เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจจึงต้องทำให้เอกชนสามารถดำเนินการต่อได้ แต่ผู้ชมในประเทศและธุรกิจในประเทศก็ต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top