นายกฯ-รมว.กลาโหม ไฟเขียวสู้ศึกข้อมูล เดินหน้า JIC ไทย-กัมพูชา อัดงบ 9.8 ล้านบาท ด้านศูนย์ฯ พร้อมชี้แจงความจริงสังคมโลกทุกมิติ ขณะที่ทัพเรือ ยันเข้มงวด สกัดส่งออกสิ่งต้องห้ามเข้ากัมพูชา
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม หารือร่วมกันถึงแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ JIC เพื่อดำเนินภารกิจด้านข้อมูลข่าวสารและการชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกมิติได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าศูนย์ฯ จะปฏิบัติภารกิจมาอย่างต่อเนื่องแต่ประสบข้อจำกัดด้านงบประมาณในการดำเนินงาน หลายภารกิจต้องอาศัยการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศในการอำนวยความสะดวกนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์
ทั้งนี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 9.8 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของศูนย์ฯ ทั้งการนำสื่อมวลชนต่างประเทศลงพื้นที่รับทราบข้อเท็จจริง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิงรุก ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลในทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะไม่มีงบประมาณรองรับโดยตรง แต่ศูนย์ฯ ภายใต้การนำของทาง พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ยังคงติดตามสถานการณ์ รวบรวมข้อมูล และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน
ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ยืนยันว่าจะยังคงปฏิบัติตามที่ด้วยความมุ่งมั่น รอบคอบ และยึดมั่นในข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนการรักษาความมั่นคงของประเทศ คุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาติ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนเป็นสำคัญนอกจากนี้จะติดตามประเมิน และสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งภายในประเทศและในระดับนานาชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ได้รับความสนใจจากประชาคมโลกอย่างใกล้ชิด
ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ตามที่สื่อโซเชียลนำเสนอรายงานข่าวของสื่อกัมพูชาเกี่ยวกับเรือขนส่งสินค้าจากประเทศไทยที่เดินทางถึงท่าเรือจังหวัดพระสีหนุ จนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ว่ากองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าภาพและข้อมูลดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากการตรวจสอบพบว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือขนส่งน้ำตาลทราย ซึ่งออกเดินทางจากท่าเรือใน จ.ชลบุรี มีการสำแดงเอกสารปลายทางว่าเป็นการส่งออกไปยังประเทศที่สาม แต่ภายหลังตรวจพบว่ามีการลักลอบนำสินค้าเข้าสู่ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่กองทัพเรือได้ติดตามและเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวอีกว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศกำหนดพื้นที่ชายแดนและน่านน้ำในเขตควบคุม รวมทั้งกระทรวงกลาโหมได้ออกประกาศกำหนดชนิดหรือประเภทสินค้าควบคุมในเขตควบคุม เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กองทัพเรือ จึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและสกัดกั้นการลำเลียงสินค้าควบคุมทุกช่องทาง โดยเฉพาะสินค้าที่อาจถูกนำไปสนับสนุนการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ และกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ สินค้าควบคุมตามประกาศกระทรวงกลาโหม ครอบคลุม 5 ประเภทหลัก ได้แก่ เชื้อเพลิงทุกประเภท เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ด้านพลังงาน อุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อากาศยานไร้คนขับและระบบต่อต้านโดรน สารเคมีและสารตั้งต้นที่อาจนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงอุปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวมกว่า 50 รายการ
“กองทัพเรือขอยืนยันว่าปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการตรวจสอบเรือสินค้าและการขนส่งทางทะเลอย่างเข้มงวด สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและประกาศกระทรวงกลาโหม โดยไม่มีการผ่อนปรนหรือยกเว้นให้กับการขนส่งสินค้าควบคุมไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด และจะสกัดกั้นการลักลอบส่งออกสินค้าต้องห้ามอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ รักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพื้นที่ทางทะเลของไทย ตลอดจนสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง” พล.ร.ต.ปารัช กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี