วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ชัชชาติแรงไม่ตก
โพลเผยยังนำโด่ง
คนกรุงเทใจเลือก
พระปกเกล้าโพล เผยผลสำรวจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ นำโด่ง พบคนกรุงเลือกคนมาแก้ปัญหา ส่วนชัชชาติ ลงพื้นที่ยานนาวา เผยปมถูกยื่นร้อง ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ให้รอดูหลักฐาน ขอบคุณ สส.แบงค์ ช่วยติดตามคดีทุจริตจัดซื้อลู่วิ่ง ด้าน ผอ.กกต.กทม.เตรียมพร้อมเลือกตั้ง ยังไร้ข้อร้องเรียนกระทำผิด
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง ความนิยมของประชาชนและทิศทางสนามเลือกตั้ง กทม.69 (ครั้งที่ 2) ระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่ว กทม.1,600 ตัวอย่าง โดยสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5 ซึ่งทุกแบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนและสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไป
พระปกเกล้าโพลชัชชาตินำโด่ง
ทั้งนี้ ได้ผลดังนี้ คำถามหากจะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะเลือกใครมากที่สุด (ครั้งที่ 2) พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับการระบุสูงสุดที่ร้อยละ 43.5 รองลงมาคือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 12.0 ขณะที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อยู่ที่ร้อยละ 6.9 และนายอนุชา บูรพชัยศรี อยู่ที่ร้อยละ 6.1 ส่วน ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อยู่ที่ร้อยละ 3.9 ถัดมาคือผู้สมัครคนอื่นๆ ร้อยละ 13.9 ส่วนตัวเลือก ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ที่ร้อยละ 13.7
หนุนโครงการใหญ่หากจำเป็น
ผลสำรวจ Line Today คำถาม “หากผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. เสนอนโยบายที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูง ท่านจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อการตัดสินใจเลือกอย่างไร” พบว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 64.0 ระบุว่า “สนับสนุน หากดูแล้วว่าจำเป็น/แก้ปัญหาได้” รองลงมาร้อยละ 16.2 ระบุว่า “ลังเลเพราะกังวลเรื่องภาระงบประมาณ/ความคุ้มค่า” ขณะที่ร้อยละ 9.7 ระบุว่า “ไม่สนับสนุน แม้จะจำเป็น แต่ใช้งบสูงเกินไป” และร้อยละ 6.2 ระบุว่า “ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก” ส่วนร้อยละ 3.9 ระบุว่า “ไม่ประสงค์ตอบ”
ผลสำรวจคำถาม “หากช่วงหลังจากนี้การหาเสียงมีพรรค/กลุ่ม/ตัวบุคคล ที่เสนอนโยบายที่ตรงใจมากกว่าคนที่ท่านตั้งใจจะเลือก ท่านจะมีการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม.อย่างไร” พบว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 39.3 ระบุว่า “ยังไม่แน่ใจ แต่เปิดใจพิจารณา” รองลงมาร้อยละ 34.3 ระบุว่า “ยังเลือกหมายเลขเดิม/ไม่เปลี่ยนแน่นอน” ส่วนร้อยละ 16.5 ระบุว่า “มีโอกาสเปลี่ยนใจสูง” และร้อยละ 9.9 ระบุว่า “ไม่ประสงค์ตอบ”
ชัชชาติไม่หวั่นถูกยื่นร้องปปช.
ที่โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา วัดทองบน นายชัชชาติ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เบอร์ 9 กล่าวถึงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และนายคริส โปตระนันทน์ ยื่นร้อง ป.ป.ช.กล่าวโทษนายชัชชาติ และรองผู้ว่าฯ กทม.รวมถึงคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม.ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยกล่าวหาว่ามีเจตนาให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ว่าใครก็ยื่นได้ ไม่ได้ว่า ต้องมีหลักฐาน ใครอยากจะยื่นอะไรก็ยื่น นายศรีสุวรรณ ก็ยื่นร้องตนมาเป็น 10 แล้ว ก็แล้วแต่ เราก็มั่นใจว่าทำทุกอย่างถูกระเบียบ ไม่มีปัญหา ยินดี ให้ ป.ป.ช.ตัดสินว่าท่านมองอย่างไร จะรับฟ้องหรือไม่ เราพร้อม ยืนตรงๆ มา 4 ปีแล้ว
ขอบคุณที่ส.ส.ช่วยตรวจสอบ
ส่วนกรณนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือ ส.ส.แบงค์ ไปติดตามถาม ป.ป.ช.เรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกาย นายชัชชาติ กล่าวว่า เราก็ยืนยันว่าขบวนการยังไม่สิ้นสุด ก็มีทั้งขบวนการ ป.ป.ช.ที่ยังเดินต่อ ขบวนการของ กทม.เอง ที่คณะกรรมการให้ตรวจสอบใหม่ ก็ยังไม่สุด ก็ขอบคุณ ส.ส.แบงค์ ที่ช่วยไปเร่ง ป.ป.ช.ให้ เพราะว่าขบวนการมีขั้นตอน ป.ป.ช. เอง ที่เรายื่นไป ก็ยังไม่มีผลออกมา ก็ฝากไปถาม ป.ป.ช.ก็ดีเลย
เมื่อถามกรณีหนึ่งในผู้สมัครสมาชิกสภา กทม.หรือ ส.ก.ทำโบรชัวร์ปลอมของนายชัชชาติ ได้สืบหาแล้วหรือไม่ว่าเป็นเขตไหน นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่รู้เลย ต้องถามฝ่ายกฎหมาย ที่สำคัญคืออย่าให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่ไม่รู้ว่ามีเขตไหนบ้าง เห็นมีในข่าว แต่เราไม่มีเวลาลงไปดู ฝ่ายกฎหมายดำเนินการอยู่
ไม่กังวลคะแนนนิยมมีขึ้นมีลง
ต่อข้อถามถึงคะแนนนิยมในช่วงนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นธรรมดา ทุกคนก็มีขึ้นๆ ลงๆ ให้ประชาชนตัดสินใจดีที่สุด เราไม่ได้กังวล แล้วแต่ประชาชนตัดสินใจ เราก็ยืนหยัดพร้อมกับการตรวจสอบทุกอย่าง ไม่ได้กังวลเรื่องคะแนน แต่กังวลเรื่องนโยบาย ว่าจะทำอะไรให้ดีที่สุดมากกว่า
ยังรอพิจารณาพ.ร.บ.กทม.ใหม่
นอกจากนี้นายชัชชาติ ยังตอบคำถามถึงประเด็น พ.ร.บ.กทม.ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อีก ถ้ามีฉบับใหม่ หลังจากใช้ฉบับเดิมมา 40 ปี จะช่วยให้การบริหารของ กทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น จริงๆ ก็ได้รวบรวมจุดอ่อน แต่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะมีหลายร่าง เข้าใจว่า ส.ส.พรรคประชาชน ก็มีการยื่นไป ไม่ใช่อำนาจของ ผู้ว่าฯ กทม.เป็นอำนาจของสภาใหญ่ ก็ต้องฝากท่าน ส.ส.ช่วยกันผลักดันตรงนี้ให้ด้วย
ส่วน กทม.เอง เรายื่นไปก็ผ่านกระทรวงมหาดไทย แล้ว ต้องรอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ กทม. เราเน้นเรื่องอำนาจที่เหมาะสม เช่น ดูแลเรื่องการจราจร รถขนส่งสาธารณะ เรื่องผิดกฎหมายต่างๆ การเก็บภาษีน้ำมัน ภาษีโรงแรมเพิ่ม ซึ่งปัจจุบัน กทม.ยังไม่มีอำนาจ รวมถึงการเลือกตั้งในระดับ ผอ.เขต เน้นเป็นโซน ไม่ได้เลือก ผอ.ทุกเขต ก็จะทำให้โครงสร้างมีการกระจายอำนาจ แล้วก็ตอบโจทย์ประชาชนในปัจจุบันมากขึ้น เพราะ พ.ร.บ.เก่า ตั้งแต่ปี 2528 หลายๆ อย่างเปลี่ยน มิติของเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ก็เชื่อว่าทำให้มีการบริหารราชการมากขึ้น แต่เราไม่สามารถรอ พ.ร.บ.ได้ กทม.ผู้ว่าฯ เอง ต้องเอาสิ่งที่มีอยู่ทำให้ดีที่สุด ต้องปรับปรุงโครงสร้างตั้งแต่ยังไม่มี พ.ร.บ.ใหม่ ในเงื่อนไขที่เรามีในปัจจุบัน
ชูนโยบาย3ด้านเพื่อผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้นำเสนอนโยบายเตรียมความพร้อม กทม.สู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ว่าปัจจุบัน กทม.มีผู้สูงอายุประมาณ 1.3 ล้านคน สัดส่วนสูงถึงร้อยละ 21 ของประชากร และในเขตเมืองชั้นใน เช่น พระนคร และสัมพันธวงศ์ พุ่งสูงถึงร้อยละ 35 จึงต้องปรับมุมมองไม่ให้มองผู้สูงอายุเป็นภาระ ผ่านหลักการ 3 ด้าน คือไม่เหงา ไม่ป่วย และมีรายได้ โดยกางนโยบายเชิงรุก อาทิ การพัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เป็นศูนย์กลางครบวงจร เพิ่มคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาล และศูนย์สาธารณสุข สนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรี ร่วมกับ สปสช.เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ชิ้น และเพิ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver) เป็น 5,000 คน พร้อมใช้ระบบ GPS ติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียงกว่า 6,000 คน ภายใต้นโยบายขยายเตียง 100,000 เตียงสู่บ้าน
ส่วนสุขภาพใจ ตั้งเป้าขยายโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครบทั้ง 50 เขต เพิ่มชมรมผู้สูงอายุ เป็น 1,000 แห่งภายใน 4 ปี ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ เน้นสร้างโอกาสผ่านแพลตฟอร์ม รวบรวมทักษะความสามารถของผู้สูงอายุ จับคู่จ้างงานในพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งเป้าสร้างงาน 10,000 ตำแหน่ง ควบคู่กับจัดหลักสูตรฝึกอาชีพ
เดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่นพิษกทม.
นอกจากนี้นายชัชชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งปีนี้ลดลงร้อยละ 45 โดย กทม.ยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกตลอด 365 วัน เน้นกำจัดที่ต้นตอ ทั้งกวดขันควันดำ ขยายเขตห้ามรถเข้าเมือง (Low Emission Zone) ให้ครอบคลุมรถกระบะและรถยนต์ ขยายเครือข่าย Work From Home ให้ถึง 500,000 คน ประสานความร่วมมือกับจังหวัดรอบนอก เพื่อชะลอการเผาชีวมวล และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดตั้งสถานีซูเปอร์สเตชั่น (Super Station) มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท จากประเทศจีน เพื่อวิเคราะห์ต้นตอฝุ่นรายวัน และเข้าจัดการได้อย่างแม่นยำ
กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงการจัดอบรมวิทยากรเขต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม.(ส.ก.) และ ผู้ว่าฯ กทม.ว่าได้จัดอบรมวิทยากรประจำเขตๆ ละ 6 คน รวม 300 คน ซึ่งวิทยากรที่เข้าร่วมอบรมจะนำความรู้ไปอบรมต่อกรรมการประจำหน่วย (กปน.) หน่วยละ 11 คน ใน6,628 หน่วย รวม 72,908 คน ซึ่งการอบรมนี้ถือว่าอยู่ในไทม์ไลน์ ไม่ได้ช้าเกินไป
ส่วนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กทม.ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และการเลือกตั้ง สก.ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน และยังไม่พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับป้ายหาเสียง
ตั้งผู้ตรวจ-ชุดเคลื่อนที่เร็ว50เขต
สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้าย จากรายงานการหาเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ กทม.ได้ให้ความรู้กับผู้สมัครตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 8 คน ในการเข้าพื้นที่สังเกตการณ์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร ส่วนที่มีกระแสข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ฝั่งตรงข้าม ยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ขณะที่ชุดเคลื่อนที่เร็วจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายนเป็นต้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งทั้งหมด 50 ชุด 50 เขต ซึ่งความเพียงพอในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง แต่สำหรับวันเลือกตั้ง จะมีการตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดละ 3 คน อีก 88 ชุด 88 สถานี และมีชุดประจำคอยอำนวยความสะดวกแต่ละสถานีอีก 88 สถานี สถานีละ 5 คน ตอนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ของบประมาณมาแล้ว เพื่อดำเนินการตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงวันเลือกตั้ง
ย้ำผู้สมัครระวังการทำผิดกม.
ทั้งนี้ การปราศรัยมีการแจ้งสถานที่มายัง กกต.อยู่แล้ว ก็จะลงไปสังเกตการณ์ทุกพื้นที่ และชุดเคลื่อนที่เร็วก็จะเข้าไปสังเกตการณ์ทุกเวทีปราศรัย
ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวถึงข้อควรระวังในช่วงหาเสียง ว่าต้องระวังการกระทำผิดกฎหมาย เรื่องการสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด การไปร่วมพิธีหรืองานต่างๆ จะต้องไม่เป็นลักษณะจัดเตรียม หรือจะให้ทรัพย์สินประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แก่วัด ชุมชน หรือมูลนิธิ นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องการจัดมหรสพ จัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยง และเรื่องการหลอกลวง จูงใจ ใส่ร้าย ใช้อิทธิพลคุกคาม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี