วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“กองทัพ” ยันปกป้องกำลังพลหน้าแนว รับแรงกระแทกชายแดน หากปฏิบัติตามกฎใช้กำลัง ย้ำ ให้ความสำคัญความปลอดภัยสูงสุดชี้การตรวจสอบเป็นไปตามหลักนิติธรรม ย้ำพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็ม 100 % พร้อมทำควบคู่สันติวิธี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความกังวลว่ากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอาจเกิดความลังเลในการปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษภายหลังว่า กองทัพให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพล การปกป้องอธิปไตยของชาติ และการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย โดยกำลังพลทุกระดับได้รับมอบหมายภารกิจ กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงภายหลังเหตุการณ์ต่างๆ เป็นกระบวนการปกติขององค์กรวิชาชีพ เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และยึดหลักนิติธรรม ไม่ใช่การมุ่งลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักวิชาชีพ และกฎการใช้กำลังที่กำหนดไว้ จะได้รับการสนับสนุนและคุ้มครองตามสิทธิและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
สำหรับมาตรการสร้างความเชื่อมั่นแก่กำลังพลตามแนวชายแดนนั้น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจ สวัสดิการ ความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ และความปลอดภัยของกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับทุกสถานการณ์ ทั้งในมิติการทหาร การรักษาความปลอดภัยของประชาชน และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยมีการฝึก ซักซ้อม และทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามถึงแนวทางรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องอธิปไตยของชาติและการป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การเจรจา และกลไกตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกระดับมุ่งรักษาความมั่นคงของประเทศ พร้อมหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ไม่จำเป็น และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยกระดับจนส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวยืนยันด้วยว่า กองทัพไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การข่าว การเฝ้าตรวจ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ โดยประเทศไทยยึดมั่นในสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐอธิปไตย ประเทศไทยมีสิทธิโดยชอบธรรมในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน หรือความปลอดภัยของประชาชน
“หากมีความจำเป็น กองทัพไทยพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักความจำเป็น หลักความได้สัดส่วน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง” พล.อ.อ.ประภาสกล่าว
ผอ.แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังได้ยืนยัน ว่ากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและกฎการใช้กำลังจะได้รับการคุ้มครองเต็มที่ การตรวจสอบหลังเหตุการณ์เป็นกระบวนการปกติขององค์กรวิชาชีพ ไม่ได้มุ่งลงโทษผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต กองทัพไทยมีความพร้อมทุกมิติในการปกป้องอธิปไตย ควบคู่การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า ฝากถึงประชาชนทุกท่าน ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพไทยติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และได้เตรียมมาตรการรองรับทุกสถานการณ์ไว้แล้ว โดยเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยคือการรักษาสันติภาพ ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด
“ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด แต่ในฐานะรัฐอธิปไตย เรามีสิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากมีความจำเป็น กองทัพไทยมีความพร้อม มีแผนเผชิญเหตุ และมีการซักซ้อมรองรับทุกสถานการณ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เหมาะสม และปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี