วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
542.jpg
เปิดเบื้องหลัง อนุทิน  ดึง EEC ออกจากมือ พิพัฒน์ มาดูแลเอง

เปิดเบื้องหลัง อนุทิน ดึง EEC ออกจากมือ พิพัฒน์ มาดูแลเอง

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.55 น.

เปิดเบื้องหลัง"นายกฯ"ดึง “EEC” ออกจากมือ “พิพัฒน์” มาดูแลเองหลังคุยกันสัปดาห์ก่อน เผยเตรียมดันเป็นโครงการสำคัญเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ในมุมมองใหม่ ตั้งเป้าศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก – ฮับดาต้าเซนเตอร์ในภูมิภาค สั่งเชื่อมการทำงานทุกหน่วยงาน ปัดไม่เกี่ยวปมขวางแก้สัญญารถไฟ 3 สนามบิน 

วันที่ 17 มิถุนายน 2569  แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึง เบื้องหลังคำสั่ง 2 ฉบับที่ครม.รับทราบคือ 1.คำสั่งนายกรัฐมนตรีในการยกเลิกให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี และ 2. ยกเลิกการเป็นประธานคณะกรรมการ (ประธานบอร์ด) คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งมาจากการพูดคุยกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายพิพัฒน์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะนำโครงการ EEC กลับมาดูแลด้วยตัวเองทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรี จะเป็นหัวหน้าทีมขายโครงการประเทศไทย โดยนำ EEC เป็นโปรเจ็กต์นำ (Pilot project) ไปขายกับนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะนำเสนอโปรเจ็กต์ EEC ในมุมมองใหม่


แหล่งข่าว เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าหมายให้ EEC เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลกและเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งจะต้องมีการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงเห็นความจำเป็นที่จะดึงการบริหารงาน EEC
กลับมาในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง 

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การผลักดันให้ EEC เป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารของโลกเนื่องจากในพื้นที่นี้มีความพร้อมทั้งเรื่องของปศุสัตว์ ประมง เกษตร ผลไม้ พืชสวน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับประเทศต่างๆทั่วโลก และสามารถเป็นจุดแข็งของ EEC ที่จะดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล 

ทั้งนี้รัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการดึงดูดการลงทุนใน EEC จะเน้นอุตสาหกรรมหนักแบบเดิมไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องการจัดหาไฟฟ้า และน้ำที่มีต้นทุนในการจัดหาสูง และหากจะเน้นการลงทุนในพื้นที่นี้ในอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าสูงมาก รัฐบาลก็มีการกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 ขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีราคาสูงกว่าผู้ใช้ประเภทอื่นๆ 

“การดึงงาน EEC กลับมาดูเองของนายกฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายพิพัฒน์  ซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้มานำเสนอเองว่า การทำงานระหว่างสำนักงานอีอีซี และบีโอไอ มีการปะทะกันมาโดยตลอด นายพิพัฒน์ ไม่ชอบทำงานท่ามกลางการปะทะกันในลักษณะนี้ จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำกลับไปกำกับดูแลเองดีกว่า และไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่นายพิพัฒน์ ไม่เห็นด้วยกับการแก้สัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน เพราะคนที่สั่งไม่ให้แก้สัญญาโครงการนี้ก็คือนายกรัฐมนตรีเอง โดยนายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่าผมก็ไม่เสี่ยงกับการแก้สัญญาในโครงการนี้เช่นกัน ส่วนเรื่องโครงการดิสนีย์แลนด์ ที่นายพิพัฒน์อยากให้ทำใน EEC นั้น นายกฯก็ตั้งคำถามกับนายพิพัฒน์ ว่าเมื่อไหร่จะได้ทำ เพราะยังไม่ได้ศึกษาเรื่องผลตอบแทนโครงการเลยว่าคุ้มค่าหรือไม่” แหล่งข่าว กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top