วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
18 มิถุนายน 2569 นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า (18 มิถุนายน 2569) กมธ.การเงินการคลังฯ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นประธาน ส่งต่อการเรียกร้องของสมาคมภัตตาคารไทย ให้กระทรวงการคลัง ขยายโอกาสให้ร้านอาหารเข้า "ไทยช่วยไทยพลัส" แล้ว
คณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องพิจารณาศึกษา ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ตามข้อร้องเรียนจาก : สมาคมภัตตาคารไทย คุณฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมฯ ได้เชิญหน่วยงานให้ข้อมูลคือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง รับเรื่องร้องเรียนว่า ร้านอาหารที่จดบริษัทหรือนิติบุคคลมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ไม่สามารถเจ้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" 60/40 ได้ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาขยายเพดานรายได้ 2 - 5 ล้านบาท สามารถเข้าร่วมได้
ตัวแทน สศค.อธิบายว่า 1.ตามมติ ครม. 7 ต.ค.กำหนด 1.8 ล้านบาท หากต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องเสนอไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อนำเสนอตามขั้นตอนต่อที่ประชุม ครม. 2.การขยายเพดานอยู่ที่นโยบายของกระทรวงการคลัง และรัฐบาล 3.ร้านค้าที่เข้าร่วมฯ มี 1 ล้านราย ประมาณ 7 แสนราย เป็นหมวดร้านอาหารและจำหน่ายอาหาร
อนุ กมธ.นำเสนอเหตุผลในการขอปรับเพดาน เพราะร้านขนาดกลางที่ไม่ได้เข้าร่วมประสบปัญหายอดขายตก เนื่องจากช่วงเวลาขณะนี้เป็น low season และวิกฤตปัญหาสงครามและพลังงานที่หนักกว่าปีที่แล้ว
ซี่ง สศค.รับในการนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนถึงการพิจารณาใน ครม.ต่อไป
ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มแต่อย่างใด เพียงขยายจำนวนร้านให้ประชาชนมีโอกาสเลือกใช้เงินจำนวนเดิมเท่านั้น
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี