วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ภูมิใจไทยวอล์กเอาท์
กมธ.ถกเดือด
ปชน.จับพิรุธTH-AI
‘ศุภชัย’โวยลั่นไร้อำนาจ
ไอซ์-โรมไม่สนลุยขยี้ต่อ
ปลัดดีอียันโปร่งใสไร้ฮั้ว
ปัดเอื้อประโยชน์เอกชน
“พรรคส้ม” ผนึกกำลังไล่บี้เค้นพิรุธโครงการฉาว “TH-AI Passport” ถกเดือด 2 กมธ.สภาฯ “โรม” ส่อเค้าทุจริต “ศุภชัย” ซัด “ไอซ์” กลางห้องประชุม ชงเองกินเอง ยัดวาระตรวจสอบตามใจชอบ“ซ้ำซ้อน-ไร้อำนาจ” แนะให้ปธ.สภาฯชี้ขาด กรรมาธิการฯไหน มีอำนาจกันแน่ ก่อนวอล์กเอาท์ไม่ร่วมสังฆกรรมฉะ‘ไอซ์-โรม’ใช้กมธ.เป็นเครื่องมือบดขยี้อัดปชน.เซ็ตอัพรุมกล่ม‘ปลัดดีอี’แจงกมธ.ยิบยันกระบวนการทำงานเกือบปี ไม่ใช่31วัน เคลียร์ปมใช้เงินนอกงบประมาณโปร่งใสผ่านบอร์ดกลาง ปัดเอื้อประโยชน์เอกชน-ไร้ฮั้วประมูล ย้อนจะให้ยกเลิกด้วยเหตุอะไร ย้ำทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง ‘ณัฐพงษ์’ โผล่ซัดยันไม่ได้เซ็ทอัพมา ขณะ ‘ชาดา’ท้าถ้ามั่นใจให้ยื่น ป.ป.ช.เลย
เมื่อเวลา09.30น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประขาชน ในฐานะประธานกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
‘ไอซ์’แซะ’นายกฯดูข้อมูลให้ครบก่อน
น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมถึงท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งแสดงท่าทีว่าจะดำเนินโครงการนี้ว่า ตนตั้งคำถามว่านายกฯไม่เคยติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะไม่มีใครรายงาน ตนเข้าใจว่านายกฯงานเยอะ แต่ก่อนนายกฯจะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร อยากให้ท่านมีความมั่นใจกับข้อมูล เหมือนก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการไทยช่วยไทยและหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งตนมั่นใจว่านายกไม่ทราบรายละเอียด โดยเชื่อว่าโครงการนี้นายกฯก็ไม่ทราบรายละเอียดเช่นกัน จึงอยากให้คนที่อยู่ใกล้ชิดให้ข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะตอบออกมาเหมือน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ทางคณะกรรมาธิการต้องสอบถาม ในการทำประชาพิจารณ์นี้ มีการใช้งบประมาณเดียวกันกับงบประมาณที่จะใช้ในการเปิดตัวหรือไม่ เพราะว่าตาม TOR ระบุไว้ว่า ต้องจัดงานเปิดตัวโครงการที่มีผู้ร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 200 คน ตนจะสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันนี้
ย้ำยังเดินหน้าลุยไฟ-มีราคาที่ต้องจ่าย
เมื่อถามถึงขั้นตอนหลังจากการประชุมในวันนี้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเช่นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง. )สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)คิดว่าหลังการประชุมวันนี้จะได้รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่มีอยู่ยื่นตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนในฐานะพรรคประชาชนได้ชี้ให้เห็นถึงความน่าสงสัยในโครงการนี้มาโดยตลอด ความคาดหวังคือ อยากให้ยกเลิกโครงการ ถ้าหากอยากจะทำจริงๆจะต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณในปีถัดไปเพื่อทำให้โครงการทุกอย่างถูกต้องไร้ข้อครหานี่คือธงหลักเป็นเป้าหมายของพรรค
“แต่ถ้านายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟ ก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ดิฉันคิดว่ามีราคาที่ต้องจ่าย”น.ส.รักชนก กล่าว
‘โรม’ส่อทุจริตปูดอาจเชื่อมโยง‘น้ำมันเถื่อน’
ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่าวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างกมธ.ติดตามงบฯและกมธ.กฎหมายฯที่เปิดให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับได้ฟังตลอดจะได้เห็นท่าทีของแต่ละหน่วยงานต่อโครงการTH-AI Passport ต้องยอมรับว่าโครงการนี้มีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองโดยมีภาคประชาชนและกลุ่มคนหลายฝ่ายออกมาคัดค้านเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโครงการนี้มีปัญหาแต่สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำคือนี่ไม่ใช่เพียงแค่โครงการอย่างเดียว แต่มีปัญหาเรื่องการทุจริต
นายรังสิมันต์ระบุว่าสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังจากนี้หากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงสิ่งที่ตามมาคือการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาดและไหลเข้าสู่วงการเมือง รูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ต่อการทุจริต แต่เป็นการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับโครงการ TH-AI Passport คือการมีผู้ร้อง ร้องมาว่าอาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเถื่อนซึ่งจะต้องดูข้อมูลของผู้ร้องอีกครั้ง แต่ตนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งพวกเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง
กมธ.แท๊กทีมไล่ทุบTH-AIเดือด
เวลา09.45น.ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ(กมธ.)พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานร่วมการประชุม 2 กรรมาธิการฯเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนกรณีการดำเนินการตามกฎหมายในการจัดทำโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ยังมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน
โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอาทิรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,ปลัดกระทรวงฯ, เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเลขาธิการ ป.ป.ช.ทั้งนี้ได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาให้ข้อมูลด้วยแต่นายไชยชนกได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯมาให้ข้อมูลแทน
‘ศุภชัย’ซัดไม่มีอำนาจพิจารณาซ้ำซ้อน
โดยน.ส.รักชนกชี้แจงต่อที่ประชุมว่าได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วในการประชุมแต่ละครั้งก็จะให้มีการบันทึกการประชุมอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
ภายหลังน.ส.รักชนกชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ลุกขึ้นทักท้วงกลางที่ประชุมว่ากรรมาธิการทั้งหมดนั้นยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใดและเห็นว่ากรรมาธิการในชุดนี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจในการพิจารณา มีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่นก็จะทำให้ผู้ชี้แจงมีความสับสน
ภท.อัดประชุมไม่เป็นไปตามข้อบังคับ
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.กล่าวว่าได้มีความสงสัยว่าในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่เพราะตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันนั้นไม่ว่าจะกี่วาระก็ตามจะต้องมีการยื่นไปที่ประธานคณะกรรมาธิการในชุดนั้นๆเพื่อให้พิจารณาว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายๆคณะหรือไม่ โดยส่วนตัวได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ของคณะกฎหมายซึ่งปรากฏว่าไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องไปหรือไม่
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่าประการต่อมาคือหากมีการประชุมร่วมกันในลักษณะนี้โดยเฉพาะวาระในวันนี้คาดว่าน่าจะเป็นกมธ.ชุดที่รับผิดชอบมากกว่าซึ่งจะเป็นกมธ.วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ตนสงสัยว่าได้ยื่นเรื่องไปยังกมธ.ชุดนี้หรือไม่ ส่วนตัวก็ได้รับคำยืนยันว่ามีการยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า เมื่อมีการประชุมในสัปดาห์หน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุม เนื่องจากจะเป็นการเสียเวลาในการชี้แจง
ฉะ‘ไอซ์’ชงเองกินเองยัดวาระตรวจสอบ
นายศุภชัยชี้แจงต่อว่าแม้กมธ.จะมีการบรรจุเข้าที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า เป็นการดำเนินการโดยความเห็นของประธานฯเท่านั้น ในความเป็นจริงกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และไม่ควรเอาความเห็นประธานฯเพียงคนเดียวมาบรรจุเป็นวาระ ทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาอยู่ หากมีข้อสงสัย ก็จะต้องให้มีชี้ขาดโดยสส.ว่าโครงการ TH AI Passport อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของกมธ.ชุดใดจึงไม่อยากทำเรื่องนี้ให้ผิดกระบวนการ
‘ศุกชัย’วอร์กเอ้าท์ไม่ร่วมสังฆกรรม
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังไม่สามารถตกลงในเรื่องนี้ได้ชัดเจน ทำให้นายศุภชัยรวมถึงกมธ.บางส่วนได้ออกจากห้องประชุมและไม่ร่วมสังฆกรรมในตรงนี้ โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจึงควรให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ชี้ขาดว่ากมธ.ชุดใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ
ซัด‘ไอซ์-โรม’ใช้กมธ.เป็นเครื่องมือบดขยี้
ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเดินออกจากห้องประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณและกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หลังประท้วงน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามงบฯและนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯว่าเหตุผลที่ตนตัดสินใจออกมาจากห้องประชุมตนเข้าใจประธานทั้ง2คนของพรรคประชาชนที่ต้องการบดขยี้เรื่องโครงการTH-AI Passport ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ก็พร้อมที่จะชี้แจงไม่มีปัญหา แต่วันนี้ที่ตนได้แสดงจุดยืนคือกมธ.กฎหมายฯไม่มีอำนาจและหน้าที่ใดๆในการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากเรื่องนี้อยู่ในเรื่องของกมธ.ติดตามงบฯหรือกมธ.การศึกษาฯก็ว่าไป แต่การให้กมธ.การกฎหมาย มาพิจารณาร่วมตนคิดว่าประธาน กมธ.การกฎหมายฯอาจจะได้รับเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่ซึ่งยังไม่มีมติเห็นด้วยออกมา เป็นการดำเนินการเพียงลำพัง
นอกจากนี้การประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย ตามข้อบังคับซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และยังมีขั้นตอนมากมาย และตนมองว่าทุกอย่างยังดูคลุมเครือการคลุมเครือแบบนี้ ผมต้องการให้กมธ.กฎหมายฯซึ่งเป็นกมธ.อันดับหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรอย่าทำเป็นเล่นโดยผมได้พูดว่า I deal process หลักยุติธรรม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ผมไม่ว่านายรังสิมันต์ หรือ น.ส.รักชนก หรอกแต่ถ้าหากอยากจะมาเล่นเรื่องนี้ ผมก็ไม่ว่าแต่วิธีการเล่นเอาแบบเด็กๆ เอาหัวสองหัวมาชนกัน ไอ้เนี่ย เด็ก และอย่ามาใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ
เหน็บ‘ปธ.กมธ.’ไม่ใช่‘ปธ.บริษัท’
“การเป็นประธาน กมธ. ไม่ใช่เจ้าของประธานบริษัท มันมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วม มันต้องเป็นมติร่วมกัน ผมจึงได้แสดงจุดยืนถ้าผิดข้อบังคับ ก็อาจจะผิดจริยธรรม หากผิดจริยธรรมก็ถูกพ้นการเป็นสส.ผมขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้ กมธ.การกฎหมายประชุมเรื่องนี้ แต่ผมจะเข้าไปฟังเล่นๆ จิบน้ำชา จิบกาแฟ ก็ไม่เป็นไร ผมไปนั่งดูประธาน 2 ประธาน กมธ. ดำเนินการประชุมแบบข้ามหัว ซึ่งมั่วกันแบบนี้ ประเทศไทยจึงติดกับเล่นๆอยู่แบบนี้” นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการหารือกับประธานสภาฯเรื่องนี้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตามหลักการประชุมจะต้องมีการหารือก่อน แต่นี่เป็นการใช้วิธีซิกแซกเอาเรื่องเข้าไปที่กมธ.นี้และผูกโยงเรื่องไปยังกมธ.ติดตามงบฯและกมธ.กฎหมายบางทีความหมายของคำว่าสิทธิมนุษยชนก็ไปดูคนที่อยู่ในคุกแต่วันนี้เรื่องAIก็กลายเป็นสิทธิมนุษยชนขึ้นมา แล้วเอาเข้าเป็นวาระการประชุม แบบนี้เรียกว่าตะแบง แต่ตนจะไม่ส่งเรื่องนี้ไปยังประธานสภาฯเพียงแค่อยากให้ยึดหลักกฎหมาย
ปลัดดีอีแจงกมธ.ยิบโครงการTH-AI
ผู้สื่อข่ารายงานว่า นายพชรอนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วม2คณะกรรมาธิการฯเกี่ยวกับข้อสงสัยต่อความเร่งรีบในการดำเนินโครงการ TH-AI Passport โดยได้นำเสนอรายละเอียดไทม์ไลน์เชิงลึกของกระบวนการทำงานเพื่อตอบคำถามสังคมที่ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการที่รวดเร็วผิดปกติ โดยระบุว่าเป้าหมายของจำนวนประชาชนที่ต้องการให้รู้จักและเข้าถึงการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)นั้นไม่ได้เพิ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างเร่งรีบในรัฐบาลปัจจุบัน แต่เป็นแผนงานที่มีการหารือและจัดทำมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2565ในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
โดยได้มีการดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ. 2567 โดยทั้งสองช่วงเวลาดังกล่าวมีการกำหนดแผนงาน แผนปฏิบัติการแม่บท และแผนปฏิบัติการต่างๆ ในส่วนของกรอบเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ในสมัยของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการกำหนดเป้าหมายเชิงรุกให้มีผู้ใช้งานหรือรู้จัก AI จำนวน 20 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2570 แต่เนื่องจากคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดเดิมแต่งตั้งขึ้นโดยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจึงส่งผลให้เกิดการขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงานทางกระทรวงดีอีจึงได้นำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างจัดตั้งคณะกรรมการ AI ให้เป็นคณะกรรมการระดับชาติในรูปแบบคณะกรรมการถาวรโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นสำเร็จในปี พ.ศ. 2569 โดยยังคงยึดกรอบเป้าหมายเดิมคือการขับเคลื่อนให้มีผู้เข้าถึง AI จำนวน 20 ล้านคนเช่นเดิมหลังจากนั้นในช่วงปลายเดือนกันยายนที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอีกครั้ง ได้มีการกำหนดแนวนโยบายเร่งด่วนประกอบด้วย 5 เสาหลัก เพื่อผลักดันการพัฒนาทักษะและการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยมีกรอบเป้าหมายขั้นต่ำในการขับเคลื่อนเฟสแรกอยู่ที่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกรอบเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้
ยันทำตามขั้นตอนโปร่งใสผ่านบอร์ด
ในส่วนของแหล่งเงินทุนที่นำมาสนับสนุนโครงการ นายพชรระบุว่า เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาเริ่มปฏิบัติงานจริงในวันที่ 1 ตุลาคม ทรัพยากรจากงบประมาณปกติประจำปีของกระทรวงมีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ทางกระทรวงจึงได้พิจารณาแหล่งทุนสนับสนุนอื่นที่มีศักยภาพและสามารถช่วยขับเคลื่อนนโยบายได้ทันที ซึ่งก็คือกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี ซึ่งในขณะนั้นมีเงินทุนหมุนเวียนหน้าตักพร้อมใช้งานอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท ทางกระทรวงจึงได้นำวงเงินดังกล่าวมาพิจารณาออกแบบโครงการ โดยดำเนินการสืบราคาและจัดทำราคากลางตามแนวปฏิบัติปกติของทางราชการทุกประการ
สำหรับข้อสงสัยและข้อครหาของสังคมที่ระบุว่าการใช้เงินนอกงบประมาณจากกองทุนดีอีส่อถึงความไม่โปร่งใส เนื่องจากไม่ได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรนั้น ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงว่ากระบวนการใช้เงินนอกงบประมาณของกองทุน ไม่ได้มีความง่ายอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการคัดสรรและกลั่นกรองอย่างเข้มงวดเป็นลำดับชั้น โดยคณะกรรมการผู้พิจารณาอนุมัติไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงดีอี แต่ประกอบไปด้วยตัวแทนจากหน่วยงานกลางและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ร่วมเป็นกรรมการคณะกรรมการกลางชุดนี้จะเป็นผู้ตรวจสอบและกลั่นกรองจนนำไปสู่ขั้นตอนการยกร่างข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) และดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน
ยันกระบวนทำงานเกือบปีไม่ใช่31วัน
ปลัดดีอียังยืนยันว่า กระบวนการจัดทำโครงการ TH-AI Passport ได้ผ่านขั้นตอนการเตรียมการและดำเนินงานฝังตัวมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม กันยายน และตุลาคม ซึ่งเป็นโครงการที่มีฐานงานเดิมรองรับอยู่แล้ว จนกระทั่งสามารถบรรลุข้อตกลงและลงนามในสัญญาจ้างได้เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
พร้อมย้ำว่ากระบวนการทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นศึกษา ยกร่าง จนถึงวันลงนามในสัญญานั้นใช้เวลารวมกันเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่การเร่งรัดดำเนินการภายในระยะเวลา 31 วันตามที่มีกระแสข่าวทำให้เกิดความสับสนในสื่อต่างๆ แต่อย่างใด
นายธีระชาติ ก่อตระกูล ทีมงานของผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สอบถามปลัดดีอี ถึงการแก้ทีโออาร์ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 10 พ.ย.ในการเข้าครม.เศรษฐกิจ เพื่อแก้กรอบเวลาจาก 90วัน เหลือ 30วันเมื่อเอกสารออกมาวันที่ 15ธ.ค.ตอนทําประชาพิจารณ์ ท่านทราบหรือไม่ว่า มีการแก้ไข และได้รับทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากการแก้มีการเพิ่มจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อเข้าไปหลังจากนั้น ในเวลาห่างกันนิดเดียวจากการยุบสภาฯ และท่านทราบหรือไม่ว่า ใครเป็นคนแก้ไขข้อมูลตรงนี้ นอกจากนี้ ยังมีคนค้นพบแอปพลิเคชันที่ชื่อเดียวกัน 100% เป็นความบังเอิญหรือว่าท่านคิดเองในทีโออาร์ชุดนี้
ปลัดดีอีระบุว่าการนําเสนอครม คือการนําเสนอโครงการ ไม่ใช่ทีโออาร์ เพื่อเป็นกรอบการทํางาน ซึ่งมีกรอบเวลา รวมถึงวิธีการดําเนินงานแล้วจึงนําไปสู่ทีโออาร์ขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพ สมมุติว่าโครงการนี้จะสร้างถนน 10 กิโลเมตร ภายใน 90 หรือ 120 วัน แต่เมื่อทําจริง เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลนั้นเร่งด่วน เรามั่นใจว่ามีการเทสตลาด และมีคนสนใจในระดับหนึ่ง จึงร่นระยะเวลาลง เพื่อให้ถนนเส้นนี้เสร็จได้ภายในระยะเวลา 60 วัน ไม่ใช่ 90 วัน
ปัดเอื้อประโยชน์เอกชน-ไร้ฮั้วประมูล
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ถามถึงเรื่องกฎหมายที่มีการแจ้งว่าอาจมีการฉ้อฉลในโครงการดังกล่าว จึงอยากขอดูสัญญา เนื่องจากจะขัดกับทีโออาร์ไม่ได้ เพื่อมาดูว่า จะผิดตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง หรือการฮั้วประมูลหรือไม่ปลัดดีอีระบุว่าต้องขออนุญาตทางบริษัทด้วย เนื่องจากเป็นกันเซ็นสัญญาร่วมกัน ขณะที่นายรังสิมันต์ย้ำว่าต่อให้ตัวสัญญาเกี่ยวพัน แต่คงไม่มีอะไรใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ จึงขอใช้อํานาจกรรมาธิการในการขอ ซึ่งหากไม่ให้ ท่านก็ต้องให้เหตุผล ไม่ใช่พูดถึงบริษัทเอกชนและหากกระทบต่อความมั่นคง ก็สามารถตีลับได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเปิดเผยต่อกรรมาธิการไม่ได้ พร้อมมองว่า หนังสือที่กรรมาธิการขอไป สามารถใช้ในการส่งเอกสารมาได้เลย ไม่จําเป็นต้องทําเอกสารซ้ำ จริงๆสามารถเปิดเผย ณ ตอนนี้ได้เลย
ขอแจ้งเอกชนพร้อมส่งTORให้สอบ
ปลัดดีอียืนยันว่าไม่ใช่ความลับ อย่างน้อยต้องแจ้งให้กับบริษัททราบ เนื่องจากเป็นสัญญาซื้อจ้างมาตรฐาน คิดว่าผู้รับจ้างคงไม่ติดขัด แต่ด้วยความเป็นราชการขอเวลา จะรีบส่งให้ ต้องมีการลงนามด้วยกัน ไม่เช่นนั้นความเสี่ยงจะตกอยู่ที่เจ้าหน้าที่ อาจจะส่งได้ในช่วงบ่ายวันนี้
ปลัดดีอี ชี้แจงว่า แนวคิดนี้มีมาก่อนที่ตัวเองเข้ามาอยู่ภายใต้กรอบเป้าหมาย ตั้งแต่พฤษภาคม 68 แล้วจึงนํามาจัดทําเป็นโครงการ ส่วนการแก้ไขสัญญานั้น โดยธรรมชาติราชการเอาเปรียบเอกชน 100% อยู่แล้ว มีการสงวนสิทธิ์เป็นสัญญามาตรฐาน ในขณะที่ราคามาตรฐาน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีหลายสิ่งรวมกัน จึงใช้ราคาตลาดเป็นตัวอ้างอิง ย้ำว่า ใช้ตามมาตรฐานทั้งหมด
ไอซ์ตามบี้กระทุ้งถามTORก๊อปปี้
น.ส.รักชนกยังสอบถามถึงไทม์ไลน์โครงการ เนื่องจากนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในรัฐบาลก่อน พร้อมถามไปยัง สตง.และกรมบัญชีกลางด้วย ยังถามอีกว่าทําไมต้องมีการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง พร้อมนําไปเปรียบเทียบกับโครงการ national credit bank ของกระทรวง อว. จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการก๊อปวางหรือไม่ และอยากทราบว่า คนที่ร่างทีโออาร์ได้มีการนํา ของเดิมมาหรือไม่
“หากบอกว่าไม่ได้ก๊อปดิฉันจะตกใจ เพราะว่ามีการซ้ํากัน 7-8 บรรทัด ที่มีตัวหนังสือเป๊ะ99.99% ต่างแค่คําว่าจอและจุด นี่คือการหลักการทั่วไปของการเขียน 2 ทีโออาร์โครงการที่คนละวัตถุประสงค์หรือไม่” นางสาวรักชนก กล่าว
สวนปมTORยังมีรายละเอียดอีกมาก
น.ส.รักชนกได้สอบถามถึงการแถลงข่าวที่ระบุเป็นการรับฟังความคิดเห็น สอดคล้องกับทีโออาร์หรือไม่ ที่จะต้องจัดให้มีการเปิดตัว และมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ํากว่า 200 คน มีการใช้งบประมาณในส่วนไหนมาจัดงาน โดยเฉพาะคําพูดของตัวแทนบริษัท ที่อาจมีความสัมพันธ์ หรือเคยทํางานในบริษัท Plan x มาก่อน ซึ่งตนเองก็พยายามจะเชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ที่เคยทําโครงการชื่อคล้ายกันมาก่อน และเป็นหนึ่งในบริษัทเป็นผู้ก่อตั้ง และมีความสัมพันธ์กับบริษัทที่ได้รับโครงการนี้ เป็นที่ผู้รับประโยชน์คนสุดท้ายเป็นคนเดียวกัน และการลบแอปพลิเคชันที่ชื่อเหมือนกันออกไป รวมถึงทําไทม์ไลน์ที่มีการเทสต์แอปพลิเคชันที่ดูมีความปกติ
ปลัดดีอี ชี้แจงว่าจริงๆแล้วท่านประธานรักชนกไม่ได้ถามคําถาม แต่ท่านเล่าเรื่องเองทั้งหมด ตนเองพูดไปหลายครั้งแล้ว เรื่องความแตกต่างของการทําโครงการและทีโออาร์สําหรับเรื่องการก๊อปปี้นั้น ถ้าดูทีโออาร์ทั้งหมด 40 หน้า ยังมีรายละเอียดอีกมาก จุดนี้คือเพียงไม่กี่ข้อในนั้น และไม่ใช่คุณสมบัติมาตรฐาน
ปลัดดีอีแจงTORจอประชาสันพันธ์
ปลัดดีอีชี้แจงถึงการประชาสัมพันธ์อีกว่าหากคนที่เข้ามาบิดแข่งกัน เสนอมาแล้วไม่เป็นตามนั้น คุณก็โดนตัดคะแนนเท่านั้นเอง คุณไม่ได้ ตก เราเปิดกว้าง ถ้าเสนอเท่าที่ทําได้ เราก็ตัดราคา ส่วนข้อมูลเอกชนนั้น ตนเองคงไม่อาจทราบได้ ย้ําว่า เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่สาระสําคัญของคนที่จะได้หรือไม่ได้สําหรับเรื่องจอของร้านสะดวกซื้อมีคนพบเห็นวันละ 20 ล้านคน ขณะเดียวกันเราก็มีช่องทางสื่อสารในทางอื่นๆ อีก แต่เรื่องกระบวนการนั้น ตนเองไม่ทราบ เข้าใจว่าในธุรกิจ ก็อาจจะรู้แนวทางกับโครงการลักษณะนี้ ส่วนที่นางสาวรักชนกถามเป็นมองว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่นั้น ตนเองไม่สามารถตอบได้ ขอตอบเพียงข้อเท็จจริงอย่างเดียว
คณะร่างทีโออาร์ชี้แจงต่อถึงการระบุใช้จอในการประชันสัมพันธ์ว่า เรามีการใช้ข้อมูล ทั้งคนที่เคยจัดซื้อจัดจ้างหรือมาตรฐานราคากลาง เพื่อประกอบกัน เรื่องจอเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในทีโออาร์ส่วนของออฟไลน์ ซึ่งเราเห็นจากการที่กระทรวง อว.ระบุไว้ในเว็บไซต์ การประกาศประกวดราคาและได้ผู้ชนะ เราจึงนำมาใช้เฉพาะส่วนที่จําเป็นกับโครงการนี้ ซึ่งมองว่าเหมาะกับการสื่อสารกับประชาชนทุกกลุ่มที่เข้าร้านสะดวกซื้อ ยืนยันว่ามีหลายรายที่สามารถเข้ามาประกวดราคาได้
ซัดปชน.เซ็ตอัพจ้องถล่ม-วอร์เอ้าท์รอบ2
เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้เข้าร่วมประชุมในภายหลัง
ทําให้นายศุภชัยกล่าวว่า”วันนี้ผมเองไม่ได้มีคําถามกับผู้ที่มาชี้แจง แต่ได้ข้อสรุปอยู่หนึ่งอย่างคือวันนี้ท่านเซ็ตอัพกันมา และยังเชิญผู้นําฝ่ายค้านฯ เข้ามาซัดเรื่องนี้ จึงขอไม่เข้าร่วมสังฆกรรมด้วย”และขอเดินออกจากที่ประชุม
เท้งโต้ไม่ได้เซ็ตอัพ-ยันมีข้อพิรุธ
นายณัฐพงษ์ ลุกขึ้นขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นการเซ็ตอัพ แต่ตนได้ติดตามไลฟ์สดผ่านสื่อมวลชน และมีข้อสงสัยที่อยากจะถาม โดยตนพึ่งได้ส่งข้อความมายังประธาน เพื่อขออนุญาตเข้าห้องประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นสำคัญในวันนี้ถ้าหากถามปลัดกระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีตอบเป็นคำตอบในทิศทางเดียวกันคือ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบแต่อย่าลืมว่าเรามีหน่วยงาน ป.ป.ช. ขึ้นมาทำการตรวจสอบการคอรัปชั่น เพื่อให้การดำเนินโครงการถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งเรารู้ดีว่าอาจจะเป็นเรื่องของการให้ผลประโยชน์ทับซ้อน
ฝากปมมีผลประโยชน์ทับซ้อน
นายณัฐพงษ์ได้ขอตั้งคำถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห้องประชุมนี้อย่างเช่น ป.ป.ช. ขอถามผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ว่า ถ้าพิจารณาตามข้อเท็จจริงด้วยสามัญสำนึก จากไทม์ไลน์ที่สังคมได้เห็นร่วมกัน พบว่าเคยมีแอพพลิเคชั่นจากเอกชน ใน App Store ซึ่งเนื้อหามีลักษณะเหมือนกันกับโครงการ TH-AI Passport โดยขณะนี้แอพพลิเคชั่นนั้นได้ถูกลบไปแล้ว อีกทั้งพบว่าทีโออาร์มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าทีโออาร์มีการล็อกสเปกขึ้น หรือมีความพยายามที่จะเขียนให้มีรายละเอียดที่มีความหมายคล้ายกันกับอีกหนึ่งกระทรวง รวมถึงภาพที่ปรากฎต่อสาธารณะว่าคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาจจะมีความเกี่ยวข้องโดยทางอ้อม มีความสัมพันธ์หรือมีอำนาจในโครงการนี้ หรือไม่ อยากสอบถามตัวแทนจาก ป.ป.ช. ว่าหากพิจารณาจากสามัญสำนึกในกรณีแบบนี้สามารถสงสัยได้หรือไม่ว่า มีการคุยกันเบื้องหลังหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ชาดา ท้าปชน.ยื่นปปช.สอบเลย
จากนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยได้ยกมือและขอออกจากห้องประชุมเพราะมีความจำเป็นทีจะต้องไปหาหมอ ก่อนพูดในที่ประชุมว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ตนโง่ในเรื่องนี้ และไม่อยากจะฉลาดในเรื่องนี้ ตนไม่รู้ว่าโครงการ TH-AI Passport มีประโยชน์อะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็ได้วิจารณ์กันไป เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ ก็ยังไม่รู้ว่าประโยชน์ของโครงการนี้คืออะไร
“ตอนนี้เหมือนกับว่าพรรคประชาชน กำลังด้อยค่าโครงการของรัฐบาล ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช. และก่อนยื่นขอให้แถลงต่อสังคม”นายชาดา ระบุและย้ำว่าหากถ้าโครงการนี้มีการกระทำที่ทุจริตจริง ตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ยืนยันว่าตนคงไม่เอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยง จะไม่ร่วมทำลายประเทศอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของหน้าจอ ของบริษัทแพลนบี เรื่องนี้ยอมรับว่าผู้บริหารแพลนบีนั้น มีความเกี่ยวข้องกับทางพรรคภูมิใจไทยจริง แต่ในกรณีที่มีการล็อกสเปกหรือไม่นั้น อยากให้พรรคประชาชนเก็บข้อมูลต่างๆ แล้วยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการ ไม่ต้องมาประชุมฟันตามนั้นได้เลยทำให้เต็มที่
ก่อนออกจากห้องประชุมนายชาดาได้เดินมาหาน.ส.รักชนกเพื่อลาออกไปจากห้องประชุม โดยน.ส.รักชนกได้พูดกับนายชาดาว่า”วันนี้คนของพรรคภูมิใจไทย ขัดขวางการประชุมทำให้ไม่ราบรื่น ฝากเอาเรื่องนี้ไปบอกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ด้วย”
ยันทำตามกระบวนการทุกอย่าง
น.ส.รักชนกกล่าวว่าเราเข้าใจว่า AI มีประโยชน์ แต่ท่านเข้าใจหรือยังว่าโครงการนี้มีปัญหา หากท่านยืนยันว่าโครงการนี้มีประโยชน์ก็ทำต่อ แต่ขอให้ยกเลิกโครงการรอบนี้1,600ล้านบาท แล้วเสนอโครงการนี้เข้ามาใหม่ในงบประมาณปกติ หรือจะใช้เงินกองทุนแบบเดิมก็ได้ แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตของกรรมาธิการและสาธารณชนที่มองว่าทุจริต คอรัปชั่น ล็อกสเป็ก ฮั้วประมูล ท่านต้องเคลียร์สิ่งเหล่านี้ ทำไมท่านถึงเลือกที่จะลุยไฟ ปิดตา มองไม่เห็น ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจ
ด้านปลัดกระทรวงดีอีกล่าวว่าก็รับฟังทุกอย่างและดำเนินการอยู่ แล้วงบประมาณก็ไม่ได้บอกว่า ทำครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วจะเลิก
“เราก็นำโครงการนี้เข้ามาขอในงบประมาณปี70 ด้วย เพราะฉะนั้นการกล่าวหาว่าทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรืออะไรก็ตาม แต่เรายืนยันว่าทำตามกระบวนการทุกอย่าง แล้วจะให้ทำอย่างไรอีก แล้วอยู่ๆจะให้เรายกเลิกด้วยเหตุอะไร แล้วบริษัทก็จะมาฟ้องกระทรวง จะให้พวกผมทำอย่างไร ทั้งนี้ท่านต้องเข้าใจบริบทความเป็นราชการด้วย และถามย้ำว่าวันนี้ ให้ผมบอกยกเลิกด้วยเหตุอะไร เหตุที่ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใสก็ยังเดินตามขั้นตอนทุกอย่าง แล้วจะให้เราทำอย่างไร”ปลัดดีอี กล่าว
ในช่วงท้ายปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจงค่อนข้างมีอารมณ์ทำให้นายรังสีมันต์ กล่าวว่า ตนเข้าใจในความรู้สึกของท่าน แต่เราทุกคนมีหน้าที่แตกต่างกัน พวกตนคือฝ่ายตรวจสอบอยู่ในสภาก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี