542.jpg
ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท  รัฐ ระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน

ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท รัฐ ระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.38 น.

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งระบายยางพาราค้างสต็อกในช่วงที่ราคายางอยู่ในระดับสูงและปริมาณยางในตลาดมีจำกัด ล่าสุด กยท. สามารถจำหน่ายยางจากโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ได้ครบทั้ง 18,481.93 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวม 1,232.2 ล้านบาท สูงกว่าราคาเปิดประมูลที่ 913.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 318.25 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34.82


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยว่า การระบายยางในครั้งนี้เป็นการดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยยางที่นำออกจำหน่ายคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตยางพาราคาดการณ์ในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 418,478 ตัน จึงไม่ก่อให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดและไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกราคายางในประเทศ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

ทั้งนี้ การขายทอดตลาดได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเป็นอย่างมาก โดย กยท. ได้เปิดประมูลแบบแยกตามสถานที่จัดเก็บ จำนวน 4 โกดัง ได้แก่ โกดังทุ่งสงสี่สวัสดิ์ จังหวัดสงขลา โกดังวันชัยสตาร์ 1 จังหวัดสงขลา โกดังวันชัยสตาร์ 5 จังหวัดสงขลา และโกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างกว้างขวางและทำให้รัฐได้รับผลตอบแทนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนทำให้ผลผลิตยางออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ช่วงปลายปีมีแนวโน้มเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้อุปทานยางลดลงอีก การนำยางในสต็อกของรัฐออกจำหน่ายในช่วงเวลาดังกล่าวจึงช่วยบรรเทาความตึงตัวของอุปทาน รักษาสมดุลของตลาด และสนับสนุนเสถียรภาพราคายาง อันเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางที่กำลังทยอยจำหน่ายผลผลิต

ยางพารา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า รายได้จากการขายทอดตลาดยางในครั้งนี้จะนำไปใช้ชำระหนี้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และชำระค่าเช่าโกดังจัดเก็บยาง โดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐอย่างคุ้มค่า ภายใต้หลักความถูกต้อง เปิดเผย และโปร่งใส พร้อมทั้งรักษาสมดุลตลาดยางและดูแลเสถียรภาพรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางไทยควบคู่กันไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top