542.jpg
รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน

รบ.ลุยแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งได้งานดี-คุ้มภาษี ปชช.-ลดปัญหาทิ้งงาน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.45 น.

21 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชน

โดยล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบงานด้านกฏหมาย ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าร่างกฎหมายที่จะปรับปรุงได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป


น.ส.รัชดา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาล "พูดแล้วทำ" เพราะสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ข้อ 22.4 ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ว่าจะปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้รัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่พิจารณาจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไข อาทิ ปรับหลักการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ ให้หน่วยงานพิจารณาประโยชน์ของราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าข้อเสนอด้านราคา พร้อมให้ดูต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานสินค้าและบริการ บริการหลังการขาย พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม และผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการประกอบกัน

ประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมา การใช้ราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก ทำให้หลายโครงการได้ผู้ชนะประมูลที่เสนอราคาต่ำ แต่ทำงานไม่ได้ตามสัญญา ทิ้งงาน หรือทำให้งานรัฐล่าช้า สุดท้ายประชาชนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้จริง

อีกประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง แล้วจึงแจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเวียนรายชื่อในระบบกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะนำไปสู่การลดความล่าช้าและปิดช่องผู้ประกอบการที่มีปัญหาไปเสนอราคากับหน่วยงานอื่นต่อ

มากไปกว่านั้น ในร่างกฏหมายยังได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะปัจจุบันมีการอุทธรณ์แทบจะทุกโครงการก็ว่าได้ ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า

"การแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะทำให้การใช้เงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพขึ้น ได้งานที่มีคุณภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ลดปัญหาทิ้งงาน และช่วยให้โครงการภาครัฐเดินหน้าได้เร็วกว่าเดิมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม" น.ส.รัชดา กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top