533.jpg
ครม.ไฟเขียว ตั้งบอร์ดพัฒนาภาคใต้ รื้อแผนแม่บทใหม่ ไม่ผูกติดแค่แลนด์บริดจ์

ครม.ไฟเขียว ตั้งบอร์ดพัฒนาภาคใต้ รื้อแผนแม่บทใหม่ ไม่ผูกติดแค่แลนด์บริดจ์

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.14 น.

ครม.ไฟเขียว ตั้ง"บอร์ดพัฒนาภาคใต้" รื้อแผนแม่บทใหม่ ไม่ผูกติดแค่แลนด์บริดจ์ ชูประชาชนเป็นศาลตั้งต้น ชี้ขาดทิศทางเมกะโปรเจกต์-จุดสร้างท่าเรือคมนาคมดันเป้าศึกษาจบใน 1 ปี เตรียมถกนัดแรก ครม.สัญจร สงขลา

5 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ และมอบหมายให้ตนเองเป็นประธาน โดยคณะกรรมการชุดนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ใหม่ทั้งหมด ว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางใดและใช้รูปแบบการคมนาคมขนส่งใดบ้าง โดยจะไม่มุ่งเน้นหรือพูดถึงแค่โครงการแลนด์บริดจ์เพียงอย่างเดียว แต่จะมองในภาพรวมระดับภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตก เช่น ท่าเรือระนอง และโครงข่ายที่ยังขาดอยู่ (Missing Link) ซึ่งจะเชื่อมโยงการเดินทางจากภาคเหนือและภาคอีสานลงสู่ภาคใต้ นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เสนอ ครม.ขอถอนเรื่องที่เคยขอให้มีการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ออกมาก่อน เพื่อที่โครงการต่างๆ จะได้ไม่ต้องถูกพิจารณาภายใต้เงื่อนไขเดิมอีกต่อไป


สำหรับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ จะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ศาลตั้งต้นของทุกโครงการนับจากนี้จะต้องเริ่มต้นจากการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ภาครัฐจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจภาพรวม และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสินใจ เช่น หากเห็นพ้องว่าควรมีท่าเรือน้ำลึก ก็ต้องให้ประชาชนช่วยกำหนดว่าควรตั้งอยู่จุดใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อป่าชายเลนหรือพื้นที่มรดกโลก

“การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกับเขตพัฒนาพิเศาภาคตะวันออกหรือีอีซีได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศแตกต่างกัน และพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมจึงอาจจะต้องปรับให้สอดคล้องกับภาคการเกษตรด้วย”

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ จะประกอบไปด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย, สภาพัฒน์ฯ, ตัวแทนสภาหอการค้าทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน, ตัวแทนกลุ่ม SEC Watch โดยมี สส.ในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา และมีสำนักงานนโยบายและแผนเป็นเลขานุกา เป้าหมายสำคัญของการทำงานคือต้องการให้การศึกษาและจัดทำแผนจบภายใน 1 ปี เพื่อให้อยู่ในกรอบวาระของรัฐบาลชุดนี้ ป้องกันไม่ให้โครงการค้างคาหรือต้องไปเริ่มต้นใหม่หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล โดยตั้งใจจะเริ่มประชุมนัดแรกในช่วงการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา

สำหรับผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ของคณะกรรมการที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรับมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ที่ชี้ผลการศึกษาว่าการทำโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า แม้จะยังไม่เสนอเข้า ครม. แต่คณะกรรมการชุดใหม่ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้ จะเดินหน้าหรือพับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถให้คำตอบที่ฟันธงได้ เพราะท้ายที่สุดการตัดสินใจจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top