542.jpg
ภราดร ย้อน พริษฐ์ ชี้ แก้ รธน.ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคล

ภราดร ย้อน พริษฐ์ ชี้ แก้ รธน.ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคล

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.50 น.

ภราดร ย้อน พริษฐ์ ชี้ แก้ รธน.ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคล เตือนอย่านำความเห็นส่วนบุคคลมาแทนคำวินิจฉัยศาล

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ว่า ทุกฝ่ายควรยึดหลักการและข้อเท็จจริงทางกฎหมายเป็นสำคัญ มากกว่าการยึดติดกับบุคคลหรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนขอให้นายพริษฐ์ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ได้นำคณะเข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับแนวทางการทำประชามติตามคำวินิจฉัยที่ 4/2564 ว่าจำเป็นต้องทำประชามติ 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง


ภายหลังการหารือครั้งดังกล่าว นายพริษฐ์ได้แถลงต่อสาธารณะว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าสามารถทำประชามติเพียง 2 ครั้งได้ แต่ต่อมาเมื่อมีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำวินิจฉัยดังกล่าวเพิ่มเติม ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในปี 2568 ว่าจำเป็นต้องทำประชามติ 3 ครั้ง เพียงแต่สามารถควบรวมการทำประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เข้าด้วยกันได้

“การยกเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นอดีตหรือกล่าวโทษใคร แต่เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ความเห็นของตุลาการท่านใดท่านหนึ่ง หรือการหารือนอกรูปคำวินิจฉัย ไม่อาจถือเป็นข้อยุติทางกฎหมายได้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งคณะต่างหากที่เป็นข้อยุติที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ” นายภราดร กล่าว

นายภราดร ระบุว่า การกล่าวหาว่าผู้อื่นไม่ยึดหลักการ ทั้งที่ตนเองก็เคยมีการตีความสถานการณ์ที่คลาดเคลื่อนจากข้อยุติทางกฎหมาย ย่อมเป็นเรื่องที่ควรกลับมาทบทวนด้วยเช่นกัน เพราะในท้ายที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นการแข่งขันว่าใครพูดถูกก่อน หรือใครจะได้รับเครดิตทางการเมืองมากกว่าใคร

“เป้าหมายที่แท้จริงควรอยู่ที่การทำให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน และสามารถนำพาประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง หากเรายังยึดตัวบุคคลมากกว่าหลักการ หรือยึดชัยชนะทางการเมืองมากกว่าความสำเร็จของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถเดินไปถึงจุดหมายได้”

นายภราดร กล่าวว่า บทเรียนจากอดีตควรทำให้ทุกฝ่ายระมัดระวังในการนำเสนอข้อเท็จจริงและเคารพกระบวนการทางกฎหมาย เพราะหากยังวนเวียนอยู่กับการกล่าวหาและการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง ประเทศก็จะติดอยู่กับปัญหาเดิม ๆ โดยไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้"นายภราดร กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top