542.jpg
นิกร สอนเชิง เท้ง เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช.

นิกร สอนเชิง เท้ง เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช.

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

"นิกร"สอนเชิง"เท้ง" เป็น"ผู้นำฝ่ายค้าน"ต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. ชี้เลือกตั้ง สสร.เสี่ยงขัด รธน.-ถูกร้องจริยธรรม มองรัฐสภาชะลอแก้ รธน.เพื่อรอร่างภาค ปชช. ส่อขยับได้ รธน.ใหม่ เกินปี 72

22 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้ เพราะมีผลหารือจากตัวแทน กมธ.ของสภาฯ กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกผันกับทุกองค์กร ดังนั้น สิ่งที่ตนให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่ได้บิดเบือน ทั้งนี้ ความเป็นนักการเมืองที่เดินนำประชาชนไปทางใดต้องรับผิดชอบ การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพิจารณาเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง และการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่หากผิดพลาดจะมีความสุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) เวลา 11.00 น.ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะหารือต่อประเด็นดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะยืนตามเดินเพราะเนื้อหาที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้


"ผมมองว่าหัวหน้าพรรคประชาชนมีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอ และยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภาฯ ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน การเป็นผู้นำฝ่ายค้าน คือเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ ระวังการพาเรือที่บรรทุกความหวังของประชาชน ทั้งที่ความสุ่มเสี่ยงและระวังลูกเรือตัวเองด้วย เพราะที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100% ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาต้องปฏิญาณตนถือเป็นข้อผูกมัดที่ต้องทำให้ถูกต้อง หากสุ่มเสี่ยงทำไปจะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่" นายนิกร กล่าว

เมื่อถามถึงการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เพื่อรอร่างแก้ไขของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ นายนิกร กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการประสานงานรัฐสภาหารือร่วมกัน อย่างไรก็ดี ทราบว่ามีการพูดคุยกันว่าจะรอร่างแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน แต่ในมุมของตนมองว่าหากรอจะทำให้ต้องใช้เวลาได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากที่ตั้งใจพิจารณาวาระแรก วันที่ 7 - 8 ก.ค.นี้ หากรอฉบับประชาชน จะทำให้ต้องรอเข้ารัฐสภาสมัยประชุมหน้า เพราะกระบวนการของภาคประชาชนเมื่อยื่นต่อรัฐสภาแล้วต้องตรวจสอบรายชื่อ 30 วัน และต้องนำไปรับฟังความเห็นประมาณ 45 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้

"หากจะรอ ต้องรับกันให้ได้ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้าไปอีกสมัยประชุม และจะทำให้เวลาทำรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี 2572 ต้องขยับไปอีก อย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน แต่หากช้าไปอีก อย่าโทษใส่รัฐบาล ขณะนี้ทราบว่ามีการดึงร่างออกไปเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างรอบที่แล้วเสียเวลาไป 3 ปี ฟาล์ว 2 - 3 ครั้ง ทั้งที่พยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ เมื่อทำไม่ได้อย่ามาโทษรัฐบาล เพราะไม่แฟร์ อย่าเห็นการเมืองเป็นหลัก ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง ทั้งนี้ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง คาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง และอย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง" นายนิกร กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องที่เห็นแย้งกันจะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า มีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย ดังนั้นการทำเรื่องดังกล่าวอย่าลืมบางอย่างแล้ววิ่งใส่กำแพง เพราะจะทำให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย ทั้งนี้อย่าคิดว่าติดตรงไหนไม่สนใจ การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้เสำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ

"เรื่องนี้เราจะยืนในสิ่งที่ทำได้ไม่ขัด และต้องพิจารณาบนนิติรัฐด้วย ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัยไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่นตามคาวามเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก สสร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ" นายนิกร กล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top