วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
’กมธ.ที่ดินฯ-สุชาติ‘ คุยเคลียร์ปม ‘ทับลาน’ จบแฮปปี้ลงตัว ยันยึดถูกต้อง รับปากลุยพิสูจน์สิทธิ์รายแปลง ชาวบ้านอยู่ดั้งเดิมถูกกม.ต้องได้สิทธิ์ ไม่มีเอื้ออุ้ม ‘นายทุน’ รุกป่า ด้าน ’ชัยวัฒน์‘ เผสบายใจได้ฟังจากปากจะไม่มี ‘ทับลานโมเดล’ ลามไปพื้นที่อื่น ร่วมวงคกก.เช็คเข้ม ขณะที่ ‘มูลนิธิสืบฯ’ ฝากให้ความสำคัญดูแล ‘ป่า-สัตว์ป่าหายาก’ ให้สมกับ’พื้นที่มรดกโลก‘
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 13.05 น. ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และนายธนพร ศรียางกูร นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมกมธ.การที่ดินฯ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาชน ชี้แจงให้ข้อมูลการพิจารณาผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่14มิ.ย.66
โดยน.ส.กุลวลี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ นายสุชาติ รมว.ทรัพยากรฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลงแล้ว วานนี้(24มิ.ย.) โดยตนในฐานะประธานกมธ. จะมอบให้นายชัยวัฒน์ ในฐานะที่ปรึกษากมธ.ฯ เข้าไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ด้วย เพื่อร่วมตรวจสอบในประเด็นที่สงสัย ใครที่ว่าที่ สปก.บวมก็ต้องเอาคืนกลับมา ใครที่ทำถูกต้องก็ได้สิทธิ์ไป ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี วันนี้เรามาคุยกันเพื่อสางประเด็นปัญหาที่คาใจ และเปิดใจคุยกัน เพราะที่ผ่านมาข้อมูลกระจัดกระจาย วันนี้กมธ.ฯเป็นเวทีกลางให้มาพูดคุยเจรจาหาทางออกร่วมกัน แต่วันนี้ข้อมูลเยอะมาก กมธ.ฯจะนำความเห็นที่ได้จากการประชุมที่เป็นประโยชน์ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หากประเด็นไปอยู่ที่ทาง สปก. สปก. ก็ต้องทำตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ในการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(สคทช.) เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทบทวนหรือปรับเปลี่ยนมติครม.วันที่14มิ.ย.66 เป็นการเปลี่ยนจากสปก. ไปให้สคทช.บริหาร เพื่อความโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ยืนยัน ทับลานโมเดล จะไม่มีการนำไปใช้พื้นที่อื่นๆแน่นอน เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะจริงๆ หากเปรียบทับลานเป็นมะเร็งระยะ4 ก็ต้องรักษาตัวยาตัวนี้ ดังนั้นกลุ่มที่เป็นมะเร็งระยะที่1 หรือไข้หวัด มันจะใช้ตัวยาตัวเดียวกันไม่ได้แน่นอนเด็ดขาด

ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้เปิดใจทั้งหมดให้ทุกฝ่ายทราบในกมธ.ฯ เพื่อที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่สะสมมานาน สิ่งหนึ่งต้องยอมรับว่าประเด็นที่ทางมูลนิธิสืบฯ และนายชัยวัฒน์ ไม่สบายใจ เราได้เคลียร์ทุกประเด็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเราจะพิสูจน์สิทธิต่อประชาชนหรือสิ่งที่อยู่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มนายทุนที่อยู่นอก สปก. หรือ สปก.บวม เราจะใช้กฎหมายตามมาตรา64แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และนโยบายคณะกรามการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) เข้ามาควบคุมส่วนนี้ ยืนยันว่ากลุ่มนายทุนไม่มีเล็ดลอดสายตาไปได้ เพราะมีทั้งมูลนิธิสืบฯ นายชัยวัฒน์ เข้ามาร่วมตรวจสอบ สบายใจได้ ตนไม่มีเอื้อประโยชน์นายทุน ต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์ในสิทธิความชอบธรรม ทางนายกรัฐมนตรีก็กำชับตนมาว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง2ฝ่าย ทั้งภาคอนุรักษ์ก็ต้องให้เวทีเขาในการแสดงออกถึงความกังวล ภาครัฐบาลก็ต้องดำเนินการให้ได้ ขณะที่กมธ.การที่ดินฯชุดนี้ ไม่มีแบ่งพรรคการเมือง เราคุยในฐานะสส.ของปวงชนชาวไทยที่ต้องการให้ปัญหาสะสมนี้จบในยุคของพวกเรา ทั้งนี้ ในวันที่28มิ.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ทับลานเพื่อตรวจสอบด้วย เชื่อว่าบุคลากรคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิที่ตนแต่งตั้ง จะดำเนินการจบแน่นอน
ขณะที่นายภาณุเดช กล่าวว่า นอกจากการพิสูจน์สิทธิที่จะมีการดำเนินการตามมาตรการแล้ว อยากให้กมธ.ฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อให้ความสำคัญกับป่า สัตว์ป่า และพื้นที่ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากในพื้นที่ตรงนั้น ก็ต้องอยู่ได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นผืนป่ามรดกโลก ส่วนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรให้ได้รับการแก้ไขปัญหาจริงๆ ไม่ใช่กลุ่มนายทุน หรือบุคคลภายนอก ส่วนโมเดลการแก้ไขปัญหากรณีทับลานจะถูกนำไปใช้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศหรือไม่ ก็มีความชัดเจนจากในที่ประชุมว่าโมเดลนี้จะถูกใช้เฉพาะในพื้นที่ทับลาน เพราะบริบทของปัญหามีความแตกต่างกัน สำหรับพื้นที่อื่นก็มีมาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติมาตรา 64 และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 121 ในการแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เป็นกลไกที่จะต้องดำเนินการกันต่อไป

ส่วนนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ปลดพันธนาการคำแรก คือคำว่าโมเดลจากรัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ เพราะเรากังวลว่าโมเดลของทับลาน จะถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นปมที่ติดค้างคาใจตนว่า จะทำอย่างไร ให้คนเขาพูดขึ้นมาก่อน ซึ่งนายสุชาติได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น ทำให้ตนสบายใจในประเด็นแรก ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยย้ายถิ่นหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ ยืนยันว่าท่านมีสิทธิ์ครอบครองที่ดินแน่นอน ส่วนโซนที่ 1 ที่มีการออกโฉนด สปก.แล้วแบบถูกต้อง ขออย่าตกใจ เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นของ สปก.อยู่แล้ว อย่าไปขยายผลว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นโรงเรียนหรือปั๊มน้ำมันไปหมดแล้ว เรายอมรับผิดว่ากรมอุทยานขีดเส้นทับที่ดิน สปก.จริง และได้ประกาศในปี 2521 จำนวน 3 กลุ่ม ทั้งหมด 5 หมื่นกว่าไร่ แต่ในส่วนกลุ่มที่ 2 จะต้องมีการพิสูจน์
“วันนี้ผมสบายใจขึ้น และได้รับเกียรติที่รัฐมนตรีโทรหา ซึ่งผมบ่นไปว่าน้อยใจ ทำไมอยู่ใกล้ตัวแต่ไม่มาคุยด้วย เพราะข้อมูลที่ผมมีกับสิ่งที่รัฐมนตรีพูดยังไม่ชัดเจน แต่ต้องพูดให้ชัดเจนว่าวันนี้ พอได้พูดคุยกับนายสุชาติแล้ว ถือว่าเคลียร์ แต่อยากจะฝากไปถึงราษฎร 23 คน ที่เคยถูกจับกุมก่อนที่จะมีกฎหมายมาตรา 64 ที่ ณ เวลานั้น เขาเป็นคนเดิมแต่เปลี่ยนอาชีพ หรือในเวลานั้นเขาอยู่ผิดอาชีพ จึงอยากฝากนายสุชาติว่าให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้น เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่ได้หมายความว่าการที่มีคนคัดค้าน ต้องตะบี้ตะบันเอาคนออก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเขา หรืออาจจะให้มีมติ ครม.ใหม่ เพื่อ 23 คนนี้ก็ได้” นายชัยวัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี