วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“อภิสิทธิ์” จัด 12 ขุนพล ชำแหละงบฯ ปี’70 พุ่งเป้า AI เทคโนโลยี สับแค่ใช้หนี้ก็เกลี้ยง ด้านประธานกมธ.การเงินฯรับลูก ปมร้องเรียนสอบฟอเร็กซ์ ภายใน 2 สัปดาห์ คุยแบงก์ปล่อยสินเชื่อ อุ้ม SMEs ฝ่าวิกฤต
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาวาระแรกในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ ก่อนจะมีการลงมติในวันที่ 1 กรกฎาคม ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 10-12 คน โดยจะอภิปรายในภาพรวมของงบประมาณ และโครงสร้างงบประมาณโดยรวม ที่ปัจจุบันงบลงทุนยังต้องมาจากการกู้เงิน และภาษีที่เก็บเป็นรายได้ของรัฐ เพียงแค่ใช้จ่ายงบประจำและการใช้หนี้ก็หมดแล้ว ดังนั้นในอนาคตจะมีความจำเป็นจะต้องมีการปรับโครงสร้างงบประมาณ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ร่างงบประมาณปี 2570 ฉบับนี้ ยังไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางการจัดทำ ทั้งที่การจัดทำงบประมาณ ควรเป็นไปตามความจำเป็นของประเทศ จึงควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง แต่ตนก็ยังไม่เห็นการจัดทำงบประมาณให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สส.ของพรรคฯ ยังจะอภิปรายเจาะรายละเอียดในบางงบประมาณ อาทิ การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการศึกษา อยากตั้งข้อสงสัยว่าในบางโครงการของงบประมาณ ยังเป็นที่น่าสงสัย เพราะหน่วยงานที่ของบประมาณมักนำคำว่า AI และเทคโนโลยีมาอ้าง แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นประเทศยังไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของ สส.เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า
ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม แม้งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต
ขณะที่นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาฯ กล่าวว่า นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องพิจารณาศึกษาฯ ในกมธ.การเงินฯ นำเรื่องที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ให้ตรวจสอบตลาดการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีผู้เสียหายถูกหลอกลงทุนจากโบรกเกอร์ผิดกฎหมายจำนวนมาก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่มีกฎหมายรองรับ เข้าสู่ที่ประชุมกมธ.การเงินฯ โดย กมธ.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเร่งสรุปเรื่องการฉ้อโกงประชาชนทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ ปัญหาผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ได้รับความเป็นธรรม และปัญหาหุ้นกู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา นำกลับมารายงานต่อที่ประชุมภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งเรายึดหลักการทำงาน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน
นายจุติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กมธ.การเงินฯ ได้หารือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เพื่อผลักดันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยไทย เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ที่มีความสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ ซึ่งกำลังขาดสภาพคล่อง ให้สามารถรักษาความเป็นเจ้าของกิจการไม่ถูกต่างชาติเข้ามากลืนธุรกิจ โดยธนาคารรัฐจะไม่เพียงแค่ปล่อยกู้แล้วจบ แต่ต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทั้งด้านการเงินและการตลาดควบคู่ไปด้วย เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจอยู่รอด สิ่งที่เป็นห่วงคือทำอย่างไรประชาชนจะเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น หากใครมีปัญหาร้องเรียนมายังกมธ.ได้ เราจะช่วยประสานงาน พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ และทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนยังมีงานทำ และผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก กำลังซื้อภายในประเทศลดลงและภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี