วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เสรีพิศุทธ์ พยายามงัดหาแผลเก่า อนุทิน โยง งบฯ ปี 70 เจอ ภูมิใจไทย ประท้วงพูดนอกประเด็น ลามปะทะเดือดถึงขั้นท้า โสภณ สาบานกลางสภาฯ ว่า ไม่เป็นฝ่ายรัฐบาล? ก่อนช๊อตฟีลไม่อภิปรายเอาดื้อๆ หลังเจอเตือนหนัก เลยเถิด-ก้าวล่วง
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ เป็นวันแรก โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ไม่เป็นไรที่นายกรัฐมนตรี ไม่มาชี้แจงงบฯ ปี 70 อาจเป็นเพราะขณะนี้รัฐบาลยุ่งเหลือเกิน มีข่าวการทุจริตการสอบท้องถิ่นต่างๆ อุโมงค์ทางภาคเหนือถล่มคนบาดเจ็บล้มตายต่างๆ แต่ตนเชื่อว่าประธานฯสามารถคุมเกมการอภิปรายงบฯ ปี 70ครั้งนี้ให้เป็นไปได้ด้วยดี ตนขอไม่ลงลึกรายละเอียดงบฯ ปี 70 แต่จะดูพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 70
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กำลังจะอภิปรายพร้อมขึ้นภาพประกอบข้อมูลเพื่อเข้าสู่เนื้อหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุทิน โดยมีการพาดพิงไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทันทีว่า อภิปรายไม่เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังหารือกัน ขณะที่นายโสภณ ในฐานะประธานการประชุม พยายามเตือนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อย่าอภิปรายหรือเปิดคลิปประกอบการอภิปรายพาดพิงหรือเสียดสีไปยังบุคคลภายนอก
แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พยายามยืนยันว่าการอภิปรายงบฯ ปี 70 ครั้งนี้เป็นเรื่องอดีตที่จะชี้ให้เห็นถึงเจตนาการบริหารประเทศชาติเป็นอย่างดี ถ้าคนเราบริสุทธิ์ ซื่อตรง สุจริต มันก็บริหารประเทศสุจริต แต่ทุจริตคดโกง จะบริหารประเทศได้อย่างไร ทำให้นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยย้ำว่า อภิปรายไม่เกี่ยวกับประเด็นงบฯ ปี 70 แล้วยังมีการใส่ร้ายนายกฯ จากที่ฟังมา ตนอภิปรายแทนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้เลยว่าจะบอกว่า นายกฯมีประวัติไม่ดีในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็จะบอกว่าไม่สามารถให้บริหารงบประมาณนี้ได้
ทั้งนี้นายโสภณ วินิจฉัยว่า หากพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีประเด็นนอกเหนือจากการอภิปรายงบประมาณ คือหากเห็นว่านายกฯไม่สุจริต ขอให้ใช้ช่องทางในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือร้องจริยธรรมต่างๆได้ ดังนั้นขอให้ยึดตามข้อบังคับ แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังพยายามยืนยันว่า เข้าใจผิด ไม่ได้กล่าวหานายกฯไม่สุจริต แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยังไม่ได้วินิจฉัยว่านายกฯผิด ทำให้นายโสภณ ปิดไมโครโฟนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมชี้แจงว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พูดสวนกับข้อเท็จจริง การจะบอกว่านายกฯสุจริตหรือไม่ เป็นการสันนิษฐานของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์
แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังพยายามอภิปรายไปถึงเหตุการณ์ก่อนการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงจากข่าว ทั้งการโยกย้ายข้าราชการท้องถิ่นจำนวนมาก ทำให้ถูก สส.ภูมิใจไทย รุมประท้วงอีกครั้ง ขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ประท้วงการทำหน้าที่ของนายโสภณที่ไม่เป็นกลาง จนมีการประท้วงตอบโต้กันไปมา ทำให้บรรยากาศเริ่มครุกรุ่น นายโสภณ จึงวินิจฉัยย้ำอีกครั้ง ให้อภิปรายในเนื้อหางบประมาณ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่า “ผมเข้าใจดี ประธานก็อยู่ฝ่ายรัฐบาลมาตลอด เชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง” ทำให้นายโสภณ ปิดไมโครโฟนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อีกครั้งทันทีและชี้แจงว่า “ผมยอมไม่ได้ที่มากล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง ไม่ว่าประธานสภายุคไหน ประธานสภาฯ มาจากพรรคการเมือง ทั้งนี้การทำหน้าที่มีข้อบังคับให้ปฏิบัติ จะกล่าวหาผมลอยๆ ด้วยความรู้สึกไม่ได้ หากไม่ได้จับใจความคนจะเข้าใจว่าไม่เป็นกลางและขอให้ถอน รวมถึงที่บอกว่าผมอยู่ฝ่ายรัฐบาล”
ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “ท่านเป็นจริงหรือไม่” ซึ่งนายโสภณ กล่าวชี้แจงทันทีว่า “ผมไม่เป็น” ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ท้าให้สาบานกลางสภา ซึ่งนายโสภณ กล่าวว่า “พูดแบบนี้ เท่ากับเลยเถิดและก้าวล่วงการทำหน้าที่ประธานฯ หากใช้กิริยาไม่สุภาพ จะขอให้ยุติการกระทำและหยุดอภิปราย ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงตอบโต้ว่า ”ผมไม่อภิปรายต่อแล้ว จบ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี