542.jpg
เปรมศักดิ์ จี้เร่งแผนรับมือวิกฤตว่างงานพุ่ง-รายได้หด-เอไอจ่อแทน 8.7 ล้านคน

เปรมศักดิ์ จี้เร่งแผนรับมือวิกฤตว่างงานพุ่ง-รายได้หด-เอไอจ่อแทน 8.7 ล้านคน

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

"สว.เปรมศักดิ์" เตือนวิกฤตแรงงานภัยเงียบ ว่างงานพุ่ง-รายได้หด-เอไอจ่อแทน 8.7 ล้านคน จี้รัฐเร่งแผนรับมือ "จุลพันธ์" แจงแผนยกเครื่องตลาดแรงงาน พร้อมเร่งคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียงยุระ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องปัญหาการจ้างงานและการว่างงานของประเทศไทย โดยสะท้อนว่าสถานการณ์แรงงานไทยกำลังเผชิญความเปราะบางจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาการจ้างงาน สร้างงานใหม่ และเตรียมแรงงานไทยให้พร้อมรับโลกยุค AI


นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ความเข้มแข็งของประเทศไม่ได้วัดจากตึกสูง แต่ต้องวัดจากจำนวนประชาชนที่มีงานทำ มีรายได้ และมีศักดิ์ศรี พร้อมเปิดเผยข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 ที่พบว่า อัตราว่างงานเพิ่มเป็นร้อยละ 0.94 หรือประมาณ 390,000 คน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 สะท้อนว่าหลายครอบครัวกำลังสูญเสียรายได้และเสี่ยงหลุดจากตลาดแรงงานอย่างถาวร

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสมือนว่างงานและการว่างงานแฝงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานรายได้น้อย แม้จะมีงานทำแต่ทำงานไม่เต็มเวลา รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ขณะที่แรงงานไทยทำงานเฉลี่ยกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีผู้ทำงานล่วงเวลากว่า 6.1 ล้านคน แต่ค่าจ้างเฉลี่ยกลับลดลงเหลือ 16,145 บาทต่อเดือน ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนเกิดภาวะ "ทำงานมากขึ้น แต่มีเงินเหลือน้อยลง"

นพ.เปรมศักดิ์ ยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบของเทคโนโลยี AI ที่อาจกระทบแรงงานไทยกว่า 8.7 ล้านคน พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ สร้างงานในชุมชน ยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และจัดทำแผนรับมือผลกระทบจาก AI อย่างเป็นระบบ

พร้อมกันนี้ ได้ตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 3 ประเด็น คือ แนวทางรับมือผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามตะวันออกกลาง มาตรการแก้ปัญหารายได้แรงงานที่ลดลง และนโยบายรองรับผลกระทบด้านการจ้างงานจาก AI

ด้านนายจุลพันธ์ ชี้แจงว่า สถานการณ์การจ้างงานของไทยยังไม่อยู่ในระดับน่ากังวล แม้อัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยปัญหาหลักคือ "Job Mismatch" หรือทักษะแรงงานไม่ตรงกับความต้องการของตลาด กระทรวงแรงงานจึงเร่งเดินหน้านโยบาย Upskill และ Reskill ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหางาน

ส่วนการส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ขณะนี้เริ่มคลี่คลายแล้ว พร้อมเดินหน้ากระจายตลาดแรงงานไปยังแคนาดา ออสเตรเลีย และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำ MOU เพื่อเปิดตลาดแรงงานใหม่ให้คนไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงเตรียมผลักดันโครงการ "เรียนได้ งบ จบได้งาน" ภายใต้งบประมาณปี 2570 สนับสนุนค่าใช้จ่ายระหว่างฝึกอบรม พร้อมพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคเอกชนในสาขาที่ตลาดต้องการ เช่น ช่างรถยนต์ไฟฟ้า ช่างโซลาร์เซลล์ และบุคลากรด้าน AI เพื่อแก้ปัญหา Job Mismatch และให้ผู้ผ่านการอบรมมีงานทำทันที

สำหรับการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ยอมรับว่าเป็นความต้องการของทุกฝ่าย แต่ต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการไตรภาคี โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาสูตรการปรับค่าแรงที่อิงอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลิตภาพแรงงาน เพื่อให้ค่าแรงสะท้อนค่าครองชีพและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานมากขึ้น

รมว.แรงงาน ยังยืนยันเป้าหมายขยายฐานผู้ประกันตนให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม พร้อมเร่งผลักดันการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 500,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านคนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยอยู่ระหว่างศึกษาการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมและยกร่างกฎหมายใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี เพื่อให้แรงงานแพลตฟอร์มได้รับสิทธิประโยชน์และหลักประกันที่เหมาะสม

"รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งแรงงานแพลตฟอร์ม เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและรูปแบบการจ้างงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องสร้างระบบคุ้มครองที่ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท เพื่อให้ทุกคนมีหลักประกันและสวัสดิการที่เหมาะสม" นายจุลพันธ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top